พิมพ์หน้านี้
|
ผ่ายุทธศาสตร์ 'บ้านซูซูกิ'
กว่า 40 ปีบนเส้นทางธุรกิจยานยนต์ภาคใต้ ของกลุ่มบริษัท บ้านซูซูกิ วันนี้ซูซูกิ ทั่วโลกได้ก้าวสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญภายใต้สโลแกนใหม่ 'Suzuki Way of Life' การปรับโฉมในครั้งนี้มีเป้าหมายและทิศทางอย่างไร 'มนูศักดิ์ ลาภาโรจน์กิจ' กรรมการผู้จัดการใหญ่ พร้อมให้คำตอบ อาณาจักรธุรกิจยานยนต์รายใหญ่ของภาคใต้ ภายใต้ชื่อบริษัท บ้านซูซูกิ จำกัด นับว่าเป็นกลุ่มธุรกิจยานยนต์ชั้นนำของภาคใต้ กลุ่มธุรกิจที่อยู่ภายใต้การก่อตั้งและบริหารของตระกูล 'ลาภาโรจน์กิจ' ซึ่งได้ก้าวผ่านทศวรรษที่ 4 และภายใต้การนำทีมบริหารของ "มนูศักดิ์ ลาภาโรจน์กิจ" ในฐานะกรรมการผู้จัดการใหญ่ ได้วางแผนธุรกิจไว้อย่างไรในย่างก้าวต่อไป ย้อนรอยจุดกำเนิด จากจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ทางธุรกิจ เมื่อปี 2482 โดยคุณอวยชัย และคุณศรีสุข ลาภาโรจน์กิจ ผู้นำรุ่นแรกที่เริ่มต้นการทำธุรกิจด้วยการขายรถจักรยานยนต์ อะไหล่รถจักรยาน รับซื้อยางพารา และค้าข้าวสารในจังหวัดนราธิวาส และมีการพัฒนาธุรกิจมาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งปี 2510 ตระกูลลาภาโรจน์กิจ ได้ก้าวสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญทางธุรกิจ เมื่อได้รับการทาบทามจากบริษัท ซูซูกิมอเตอร์ จำกัด แห่งประเทศญี่ปุ่นให้เข้าร่วมลงทุนกับ บริษัทไทยซูซูกิมอเตอร์ จำกัด ในการก่อสร้างโรงงานประกอบรถจักรยานยนต์ "ซูซูกิ" เป็นแห่งแรกในประเทศไทย พร้อมทั้งให้เป็น ตัวแทนจำหน่ายรถจักรยานยนต์ "ซูซูกิ" แต่ผู้เดียวใน 14 จังหวัดภาคใต้ โดยมีสำนักงานอยู่ ณ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ศูนย์กลางเศรษฐกิจ และชุมทางคมนาคมขนส่งทางภาคใต้ ด้วยน้ำพักน้ำแรงของพี่น้องตระกูล "ลาภาโรจน์กิจ" 3 ท่าน คือ นายวรวุฒิ นายบุญเลิศ และนายลาภศักดิ์ ลาภาโรจน์กิจ บุตรชายของคุณอวยชัย และคุณศรีสุข ลาภาโรจน์กิจ ซึ่งได้อาศัยความอุตสาหะในการ ประกอบธุรกิจอย่างจริงจัง และมีคุณธรรมมาโดยตลอด แม้จะต้องต่อสู้กับอุปสรรคนานับประการ เมื่อครั้งเปิดตลาดรถจักรยานยนต์ ซูซูกิ ในภาคใต้ ทั้งยังประสบกับวิกฤตการณ์ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทางภาคใต้มาหลายครั้ง กระนั้นก็ตามบริษัท บ้านซูซูกิ จำกัด ก็สามารถดำเนินธุรกิจมาได้อย่างราบรื่น กระทั่งได้รับความก้าวหน้าจวบจนปัจจุบัน และได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าในเขต 14 จังหวัดภาคใต้ตลอด 40 ปีที่ผ่านมา ปัจจุบันบ้านซูซูกิ ภายใต้การนำทีมบริหารของนายมนูศักดิ์ ลาภาโรจน์กิจ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ที่พิสูจน์ฝีมือการบริหารด้วยด้วยการเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงหลักในการนำพาธุรกิจผ่านวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 จนได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บ้านซูซูกิ จำกัด ตั้งแต่ปี 2545 และได้นำการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญให้กับแบรนด์ซูซูกิ ในพื้นที่ภาคใต้ พร้อมกับการรักษาตำแหน่งอันดับ 2 ของยอดขายรถจักรยานยนต์ใน 14 จังหวัดภาคใต้ เปิดสโลแกนใหม่ เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่าน บริษัท บ้านซูซูกิ จำกัด ได้จัดงานเปิดตัวรถจักรยานยนต์ซูซูกิ ฮายาเต้ 125 และซูซูกิ สเต็ป 125 รถออโตเมติกโฉมใหม่จากค่ายซูซูกิ ออกมาต้อนรับศักราชใหม่ 2551 พร้อมกับการเปิดตัวสโลแกนใหม่เปลี่ยนจาก Suzuki Ride wind of change เป็น 'Suzuki Way of Life' ซึ่งเป็นสโลแกนใหม่ที่ซูซูกิ ประกาศใช้พร้อมกันทั่วโลก (Gobal Brand Slogan) ให้ทุกคนได้สัมผัสถึงประสบการณ์ที่ท้าทาย ความรู้สึกที่แตกต่างจากเดิมด้วยมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก ซึ่งซูซูกิมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ไม่หยุดยั้งสู่วิถีทางอันทันสมัย สำหรับในส่วนของประเทศไทยรถจักรยานยนต์ซูซูกิ ได้มีการปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ใหม่ในทุกด้านภายใต้สโลแกน 'Suzuki Way of Life' ทั้งการปรับปรุงโชว์รูมและศูนย์บริการ ให้มีความหรูหรา ทันสมัย และโดดเด่น ในด้านของผลิตภัณฑ์มาพร้อมกับเทคโนโลยีและการดีไซน์ที่พิถีพิถัน เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่หลากหลายได้อย่างครบครัน ให้ทุกคนได้สนุกทุกการขับขี่ ในส่วนของพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ รถจักรยานยนต์ซูซูกิ ภายใต้การบริหารของบริษัท บ้านซูซูกิ จำกัด และเป็นพื้นที่เดียวที่รถจักรยานยนต์ ครองยอดขายอันดับ 2 และเป็นพื้นที่ที่มีส่วนแบ่งทางการตลาดสูงสุดในประเทศ นายมนูศักดิ์ ลาภาโรจน์กิจ ได้กล่าวถึงการทำตลาดในพื้นที่ภาคใต้ว่า "ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาซูซูกิ ครองส่วนแบ่งการตลาดอันดับ 2 ของภาคใต้มาโดยตลอด ซึ่งเป็นพื้นที่เดียวของประเทศไทย บ้านซูซูกิ ภายใต้การบริหารของคนท้องถิ่น เราเข้าใจความต้องการของท้องถิ่นและสามารถตอบสนองได้อย่างตรงเป้าหมาย ในปีที่ผ่านมา (2550) ยอดขายของรถจักรยานยนต์ซูซูกิ ทั่วประเทศลดลงแต่ในส่วนของภาคใต้ไม่ได้ลดลง ทั้งนี้ เนื่องจากเรายังคงได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าชาวใต้เป็นอย่างดี และเราได้มีกิจกรรมทางการตลาดที่สอดคล้องกับความต้องการของคนในพื้นที่ อาทิ โครงการซูซูกิ สานฝัสู่นครเมกกะห์ โครงการ ท่อง...Unseen in Thailand กับครอบครัวซูซูกิพรีเมจคลับ และการร่วมกิจกรรมในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ทั้งในส่วนของบ้านซูซูกิ และตัวแทนจำหน่ายซูซูกิที่อยู่ในพื้นที่เองก็มีการจัดกิจกรรมร่วมกับชุมชนอย่างต่อเนื่องเช่นกัน" แผนปี 51 รบเชิงรุก ในปัจจุบัน ซูซูกิ มีรถที่ทำตลาดหลักอยู่ 4 รุ่นด้วยกัน แบ่งเป็นรถออโตเมติก 2 รุ่น คือซูซูกิ สเต็ป 125 และซูซูกิ ฮายาเต้ 125 ซึ่งมีการเปิดตัวรุ่นใหม่ในงานนี้ด้วย สำหรับซูซูกิ สเต็ป เป็นรถออโตเมติกขนาดเล็ก ที่ได้รับการยอมรับจากตลาดเป็นอย่างดี ซึ่งภาพรวมของตลาดมียอดขายประมาณ 5-6 พันคันต่อเดือน ในส่วนของซูซูกิ เราตั้งเป้าสเต็ปไว้ที่ 1.5 พันคันขึ้นไปต่อเดือน หรือครองส่วนแบ่งตลาดประมาณ 20 % ส่วนฮายาเต้ 125 เป็นรถออโตเมติกขนาดใหญ่ ถ้าเปรียบเทียบกับคู่แข่งในตลาดก็มี นูโว ของ ยามาฮ่า และแอร์เบลด ของฮอนด้า รถใหญ่ไซส์ของตลาดค่อนข้างเล็ก เรามีส่วนแบ่งตลาดอยู่ประมาณ 20 % เช่นกันหรือประมาณ 300 - 400 คันต่อเดือน โดยในส่วนของฮายาเต้ เป้นรถที่ทันสมัยไม่ใหญ่เกินไป ความนุ่มนวลในการขับขี่สูงมาก ในส่วนของรถออโตเมติก ภายในปีนี้จะมีอีก 1 รุ่นออกสู่ตลาด ซึ่งยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ คาดว่าจะออกมาปิดช่องว่างในรถขนาดกลางซึ่งซูซูกิ ยังไม่มีรถรุ่นนี้ในตลาด ส่วนของรถครอบครัว ซูซูกิ มี 2 รุ่น เช่นกัน คือซูซูกิ สแมช เรโว่ 110 ซึ่งเป็นรถครอบครัวยอดนิยมของซูซูกิ สามารกล่าวได้ว่าเป็นรถครอบบครัวที่ดีที่สุด ราคาถูกที่สุดของรถครอบงครัวที่มีอยู่ในตลาดยุคปัจจุบัน ส่วนอีก 1 รุ่น ซูซูกิ โชกัน 125 เป็นรถครอบครัวไซส์ใหญ่ ที่ได้รับกระแสนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ภาพรวมของตลาดเริ่มดีขึ้นและคาดว่าในปีนี้ซูซูกิ จะทำยอดขายได้มากกว่า 4 หมื่นคัน จากปีที่แล้วที่ทำได้กว่า 3 หมื่นคัน หากมองทิศทางการตลาดในปีนี้คาดว่าจะดีขึ้นมากกว่าปีที่แล้ว ทั้งนี้เนื่องจากทิศทางการการเมืองมีเสถียรภาพมากกว่า การท่องเที่ยวก็ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในส่วนของพืชเศรษฐกิจหลักอย่าง ปาล์ม ยางพารา ก็ยังคงมีราคาที่ดีขึ้น ภาพรวมของภาคใต้จึงน่าจะดีขึ้น แต่ไม่ใช่การดีขึ้นแบบก้าวกระโดดเนื่องจากยังมีปัจจยลบหลายอย่างที่ยังน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ พัฒนาศักยภาพดีลเลอร์ สำหรับในปีนี้ทางบ้านซูซูกิ ยังไม่มีนโยบายในการเพิ่มดีลเลอร์แต่มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพของดีลเลอร์ที่มีอยู่มากกว่า ทั้งการปรับปรุงโชว์รูมและศูนย์บริการ ให้มีความสะดวก สบาย สมารถให้บริการลูกค้าได้อย่างเต็มที่ สร้างความเข้มแข็งให้กับดีลเลอร์ที่มีอยู่ในปัจจุบัน โดยเรามีความแข็งแกร่งที่บริษัท พรีเมจคลับ จำกัด เข้ามาช่วยดูแลด้านการดูแลลูกค้าหลังการขาย การร่วมกิจกรรมเพื่อสังคม ซึ่งสามารถสร้สงภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กรและดีลเลอร์ในพื้นที่ นอกจากนี้ยังมีบริษัท ฟีนิกซ์บรอดคาสติ้ง จำกัด เข้ามาช่วยดูแลในด้านของสื่อโฆษณา ประชาสัมพันธ์ ซึ่งเป็นความแข้งแกร่งของซูซูกิที่เหนือกว่าคู่แข่งและช่วยให้ดีลเลอร์สามารถขายสินค้าได้ง่ายขึ้นด้วย ในส่วนของการให้สินเชื่อ ซูซูกิยังมีสยามบ้านซูลิสซิ่ง ช่วยอำนวยความสะดวกในการให้สินเชื่อแก่ลูกค้า ในส่วนนี้อาจจมีกรณีรถยึดกลับมาบ้างแต่ไม่ได้มากมายถึงขั้นที่ว่าส่งผลกระทบต่อธุรกิจ เพราะทางบ้านซูซูกิเองก็มีโรงงานดูแลในส่วนนี้ด้วยการปรับโฉมใหม่ที่เรียกว่า SUZUKI renew เป็นรถมือ 2 คุณภาพดี ปัจจุบันมีจำหน่ายอยู่ประมาณเดือนละ 300 - 500 คัน ซึ่งรถเหล่านี้แทบบดูไม่ออกว่าเป็นรถมือ 2 ในปัจจุบันเราไม่ได้ทำตลาดอย่างจริงจังแต่ก็สามารถเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับลูกค้าในปัจจุบัน บทพิสูจน์ฝีมือและการทำงานของนายหัวธุรกิจแห่งภาคใต้ในการนำพาบ้านซูซูกิ สู่จุดหมายในการเป็นธุรกิจที่แข็งแกร่งแห่งภูมิภาค ในปัจจุบันเขาคือ CEO รุ่นใหม่ที่คู่แข่งต้องจับตามอง เขาคือ "มนูศักดิ์ ลาภาโรจน์กิจ"
|
| fed | ||
ภาพบรรยากาศบริเวณริมบึงศรีภูวนารถ |
||
|
View All |
||
| << | มีนาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | |||||