พิมพ์หน้านี้
|
โลมาติดอวนชาวประมง และล้มตายจำนวนมาก กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และคณะการจัดการสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมกับชุมชนเร่งแสวงหาแนวทางอนุรักษ์ปลาโลมา ณ วัดป่าลิไลย์ ต.ลำปำ อ.เมือง จ.พัทลุง กระตุ้นจิตสำนึกและส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการจัดการดูแลลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา โดยถ่ายทอดเสียงผ่านสถานีวิทยุแห่งประเทศไทยจังหวัดสงขลา โลมาอิรวดี เป็นโลมาหัวบาตร ชนิดหนึ่ง ต่างตรงที่ โลมาอิรวดีตัวใหญ่กว่า และมีครีบหลังรูปสามเหลี่ยมโค้งมน สีของลำตัวจะเป็นสีน้ำเงินเทาตลอดตัว แต่โลมาหัวบาตรชนิดอื่นไม่มีครีบหลัง และมีขนาดใหญ่กว่า จำนวนโลมาลดลง เพราะการผสมพันธุ์ในฝูงเดียวกัน ทำให้ทายาทไม่สมบูรณ์เต็มที่ เนื่องจากมันไม่สามารถเดินทางเข้าออกระหว่างทะเลสาบ กับอ่าวไทยได้อย่างแต่ก่อน เพราะว่าบริเวณนี้เต็มไปด้วยเครื่องมือประมงจำนวนมาก เมื่อมีการตายเกิดขึ้นโลมาก็จะไม่เดินทางไปยังบริเวณที่มีอันตรายอีก ส่วนทางด้านเหนือของทะเลสาบซึ่งมีคลองปากระวะเชื่อมต่อกับทะเล ก็มีเขื่อนปากระวะขวางทางเดินของน้ำเค็มไม่ให้เข้าสู่ทะเลสาบ มันจึงเหมือนถูกกักขัง อีกทั้งน้ำเสียจากนากุ้ง สารเคมีจากโรงงาน ตลอดจนขยะจากชุมชนจะถูกปล่อยลงสู่ทะเลสาบ เจ้าบ้านอย่างโลมาที่ชอบน้ำสะอาด อากาศที่บริสุทธิ์จึงไม่สามารถทานทนได้ รายงานปี พ.ศ.2533 พบซากโลมาอิรวดีรวม 45 ตัว พระอาจารย์วนิชย์ วรธัมโม วัดป่าลิไลย์ ต.ลำปำ อ.เมือง จ.พัทลุง กล่าวว่า เราทุกคนโชคดีที่มีโลมาอิรวดีเป็นแห่งที่สองของโลก การฟื้นฟูทะเลสาบให้กลับมาสมบูรณ์ดังเดิมก็จะช่วยได้ วิธีการที่จะอนุรักษ์ปลาโลมาฝูงสุดท้าย ได้ร่วมกันกำหนดมาตรการได้แก่ 1.ให้มีการวางแนวทุ่นบริเวณลับห้า อยู่ทางด้านเหนือเกาะใหญ่ พื้นที่ 100 ตารางกิโลเมตรซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยและแหล่งหากินของโลมาเพื่อไม่ให้ชาวประมงวางอวนในบริเวณดังกล่าว 2.ให้มีการทำแพชั่วคราวบริเวณที่มีการวางทุ่น เพื่อให้ชาวประมงได้เฝ้าระวัง หากโลมาติดอวน สามารถช่วยเหลือชีวิตได้ 3. ให้ชาวประมง นอกเขตวางทุ่นจัดเวรยามเฝ้าระวัง นอกจากนี้จะจัดกลุ่มอาสาสมัคร เพื่อเป็นหูเป็นตาแทนเจ้าหน้าที่ และแจ้งเหตุได้ทันท่วงที รวมทั้งจัดทำจะโครงการค่ายเยาวชนรักทะเลไทยสำหรับนักเรียนนักศึกษาระดับมัธยมและอาชีวะศึกษา ให้ร่วมกันดูแลโลมาเอาไว้ จำนวนสัตว์น้ำที่ลดลง ทำให้โลมาเข้าใกล้อวนเพื่อกินกุ้ง และปลาที่ติดอยู่กับอวน ทำให้ต้องติดพันธนาการไปด้วย ยิ่งดิ้นรนก็ถึงจุดจบของชีวิตเร็วขึ้น เพราะโลมาจะต้องขึ้นมาหายใจเหนือผิวน้ำทุกๆ 70-150 วินาที ชะตากรรมการอยู่รอดของสิ่งมีชีวิตเผ่าพันธุ์เล็กๆ อย่างโลมากับชะตากรรมของทะเลสาบสงขลาคือสิ่งเดียวกัน
|
| fed | ||
ภาพบรรยากาศบริเวณริมบึงศรีภูวนารถ |
||
|
View All |
||
| << | มีนาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | |||||