พิมพ์หน้านี้
|
วรวิทย์ บารู ส.ว.ปัตตานี วรวิทย์ เปิดใจด้วยประเด็นร้อน กรณีที่นายกรัฐมนตรี สมัคร สุนทรเวช ออกมาโพล่งถึงกลุ่มที่เคลื่อนไหวแบ่งแยกดินแดนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ว่ามีอยู่ 6 กลุ่ม และ 2 ใน 6 กลุ่ม กำลังเจรจากันอย่างลับๆ ที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อหวังจะยกระดับสถานการณ์ภาคใต้ให้เป็นประเด็นนานาชาติ "ผมไม่แน่ใจว่า 6 กลุ่มที่นายกฯพูด หมายถึงกลุ่มไหนบ้าง เพราะแค่บีอาร์เอ็นกลุ่มเดียวก็แยกออกเป็นหลายกลุ่มแล้ว พูโลเองก็มีพูโลเก่ากับพูโลใหม่ แถมยังมีเบอร์ซาตูอีก ฉะนั้นเฉพาะกลุ่มที่เคยเคลื่อนไหวในอดีตก็มีมากกว่า 6 กลุ่มแล้ว" วรวิทย์ เปรยโดยไม่ต้องบอกว่าข้อมูลของนายกฯน่าเชื่อถือขนาดไหน ตอนนี้มีเอ็นจีโอ (องค์กรพัฒนาเอกชน) พยายามติดต่อพูดคุยกับบางกลุ่มในระดับหนึ่ง มีหลายคนพยายามช่วยเหลือเพื่อให้มีการพูดคุย โดยเฉพาะหากรัฐบาลต้องการจะพูดคุย ฉะนั้น 2 กลุ่มที่นายกฯพูดว่ากำลังพูดคุยกันที่เจนีวานั้น ก็ต้องถามว่าหมายถึงองค์กรที่เคลื่อนไหวผิดกฎหมาย หรือกลุ่มเอ็นจีโอที่พยายามช่วยเหลือกันแน่" ต้องยอมรับว่ามีความเคลื่อนไหวของกลุ่มองค์กรสิทธิมนุษยชนที่พยายามให้เกิดการพูดคุยกันอย่างไม่เป็นทางการระหว่างตัวแทนรัฐบาลกับฝ่ายที่ถูกมองว่าอยู่ตรงกันข้ามจริง เพื่อหวังลดดีกรีความรุนแรงในพื้นที่ แต่การพูดคุยลักษณะนี้ไม่ใช่การยอมรับฝ่ายขบวนการ และเขาเห็นว่าเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการพูดคุย ถ้ารัฐบาลไม่เริ่มต้นก็จะไม่มีวันจบ และการพูดคุยไม่ได้หมายความว่าเราต้องยอมหรือเราต้องสูญเสียอะไร เพียงแต่พูดคุยว่าเขาต้องการให้รัฐทำอะไร หรือรัฐละเลยตรงไหนไปบ้าง เป็นการฟังความเห็นกัน ถือเป็นแนวทางสันติสมานฉันท์ ไม่ใช่แนวทางที่เราจะสูญเสีย ส.ว.ปัตตานี ยังวิพากษ์การให้สัมภาษณ์ของผู้ใหญ่ในรัฐบาลในประเด็นที่เกี่ยวกับปัญหาชายแดนภาคใต้อย่างตรงไปตรงมา "การพูดของผู้ใหญ่ในรัฐบาลค่อนข้างทำให้ขาดความเชื่อมั่น เช่น ข้อมูล 6 กลุ่ม พูดแล้วคนในพื้นที่ไม่รู้ว่ากำลังหมายถึงอะไร ยิ่งเมื่อถามถึงวิธีการแก้ไขปัญหา แต่ละคนก็อ้ำๆ อึ้งๆ ทำให้เกิดความไม่มั่นใจ ปากก็บอกว่ารู้ปัญหาทุกอย่าง แต่กลับพูดจาสะเปะสะปะไปหมด ท่าทีของรัฐบาลถือว่าสำคัญอย่าลืมว่าชาวบ้านคาดหวังกับรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ฉะนั้นรัฐบาลต้องหาข้อมูลที่แท้จริง ไม่ใช่ฟังจากข้าราชการประจำ เพราะข้าราชการกับประชาชนในพื้นที่ก็เผชิญหน้ากันอยู่ ขณะที่สถานการณ์จริงวันนี้ก็แย่มากๆ ฆ่ากันไม่เลือก ประชาชนไม่มีที่พึ่ง ได้แต่เอาตัวรอดไปวันๆ ช่วงที่ผมลงพื้นที่หาเสียงตอนเลือกตั้ง ส.ว. รู้สึกสงสารประชาชน เพราะแม้แต่ชุมชนที่อยู่ไม่ห่างจากเมืองมากนัก ชาวบ้านจะวิ่งออกกำลังกายตอนเช้ายังทำไม่ได้ ไม่ใช่กลัวสิบล้อคันโตๆ นะ แต่กลัวลูกปืนลูกเล็กๆ มากกว่า" ด้วยเหตุนี้เมื่อรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาโดยตรงปฏิเสธที่จะลงพื้นที่สามจังหวัด จึงทำให้ อ.วรวิทย์ ต้องตั้งคำถามแทนชาวบ้าน "ถ้าคุณไม่ยอมลงพื้นที่ แล้วคุณมาเป็นรัฐมนตรีทำไม การลงพื้นที่แม้จะหยุดความรุนแรงไม่ได้ แต่มันก็เป็นขวัญกำลังใจให้กับประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐที่ปฏิบัติงานอยู่ การที่มีรัฐมนตรีบางคนอ้างว่าการลงพื้นที่จะเป็นการสร้างความลำบากให้กับระดับปฏิบัติ เพราะต้องคอยมาดูแลความปลอดภัยให้รัฐมนตรี จนอาจเปิดช่องให้ฝ่ายตรงข้ามก่อเหตุได้นั้น คำพูดแบบนี้ทำให้ชาวบ้านคิดว่าพวกที่ก่อเหตุมีพลังอำนาจมากถึงขนาดนั้นเชียวหรือ แสดงว่าถ้าแบ่งกำลังไปรักษาความปลอดภัยให้คนๆ หนึ่งแล้ว อีกด้านหนึ่งก็ต้องเกิดเหตุรุนแรงขึ้นหรืออย่างไร" เมื่อถามถึงเหตุการณ์คาร์บอมบ์ที่หน้าโรงแรมซี.เอส.ปัตตานี ซึ่งหลายคนมองว่าเป็นประเด็นทางการเมือง แต่อ.วรวิทย์ กลับเห็นต่างอย่างสิ้นเชิงว่า "ซี.เอส.คือจุดสุดยอดของทุกอย่าง ฉะนั้นไม่ต้องถามหรอกว่าทำไมเขาถึงมาก่อเหตุที่นั่น เพราะการโจมตีตรงนั้นคือการโจมตีจุดยุทธศาสตร์ที่ทำให้เป็นข่าวดังไปทั่วโลก โรงแรมซี.เอส.คือจุดที่ทุกคนไปใช้บริการ เป็นสถานที่พบปะหารือของนักการเมืองทุกระดับ ที่สำคัญยังเป็นโรงแรมที่สนองตอบวัฒนธรรมท้องถิ่นทั้งเรื่องอาหารการกิน หรือแม้แต่การมีห้องละหมาด แต่เมื่อสถานที่แบบนี้ไม่ปลอดภัยเสียแล้ว ก็จะส่งผลทางจิตวิทยาอย่างสูงแน่นอน" ส.ว.ปัตตานี ซึ่งเคยเป็นอาจารย์สอนหนังสือมาเกือบทั้งชีวิต ยังแสดงความเป็นห่วงสภาพการณ์ในสามจังหวัดชายแดนที่กำลังเกิดการแบ่งแยกระหว่างคนสองศาสนา อันมาจากปัญหาความไม่เป็นธรรมที่แม้ถึงวันนี้ก็ยังมีให้รู้สึกอยู่นั่นเอง ชาวบ้านนั้นบอกได้เลยว่าเขาไม่ได้เอาด้วยกับกลุ่มก่อความไม่สงบ เพียงแต่กลัว ก็ปล่อยให้ฝ่ายนั้นทำไป อยากทำอะไรก็ทำ แต่ไม่เอาด้วย ชาวบ้านจะอยู่เฉยๆ เพื่อความปลอดภัย ฉะนั้นวันนี้รัฐบาลต้องส่งคนลงไปทำงานกับชุมชนอย่างแท้จริง เพื่อเรียกความศรัทธาเชื่อมั่นกลับคืนมา "ส่วนตัวผมเชื่อมั่น ศอ.บต. (ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้) ผมเชื่อว่าแนวทางของ ศอ.บต.จะแก้ปัญหาได้ ฉะนั้นต้องเร่งผลักดันให้กฎหมาย ศอ.บต.ออกมา และให้บทบาทของ ศอ.บต.ชัดเจน จะอยู่ใต้ กอ.รมน.ภาค 4 (กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 4) อยู่ใต้แม่ทัพภาคที่ 4 หรือใต้นายกฯไม่ใช่ปัญหา และไม่ควรมาขัดแย้งกันเรื่องนี้จนกฎหมายออกไม่ได้ เพราะสิ่งสำคัญคือเราต้องจัดโครงสร้าง ศอ.บต.ให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมมากที่สุด เพื่อให้สังคมเข้มแข็งขึ้น แกร่งขึ้น และวันนั้นจะขับเคลื่อนสันติสุขได้เอง" เป็นสันติสุขที่ อ.วรวิทย์ บารู นักวิชาการและสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดปัตตานี คาดหวังไม่ต่างจากคนไทยอีก 60 กว่าล้านคน บทสัมภาษณ์ โดย โดย ปกรณ์ พึ่งเนตร |
| fed | ||
ภาพบรรยากาศบริเวณริมบึงศรีภูวนารถ |
||
|
View All |
||
| << | มีนาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | |||||