พิมพ์หน้านี้
|
การแข่งขันในสนามการเมืองท้องถิ่นภาคใต้ ฉายภาพการแข่งขันรุนแรงมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการกระโดดก้าวสู่สนามการเมืองแบบไม่อ้อมค้อมของพรรคประชาธิปัตย์ ส่งผลให้คู่แข่งทางการเมืองต้องมีการปรับตัวเพื่อทำการบ้านข้อใหม่ในการต่อสู้กับคู่แข่งอย่างพรรคประชาธิปัตย์ การเลือกตั้งในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ ย่อมเป็นตัวชี้วัดทางการเมืองท้องถิ่นครั้งนี้ได้เป็นอย่างดี กระแสตัวบุคคลสู้กับกระแสพรรคไม่ได้ ผู้สมัครนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ ทั้ง 4 คน ทั้งนายแพทย์เกรียงศักดิ ์ หลิวจันทร์พัฒนา นายประสงค์ สุวรรณวงศ์ หรือแม้แต่นายพงษ์ศักดิ์ จิโรภาส ต่างมีความโดดเด่นส่วนตัวไม่น้อยไปกว่า ไพร พัฒโน เซียนการเมืองหลายสำนักฟันธงว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะไม่ชนะกันขาดแบบไม่เห็นฝุ่นเช่นนี้หากไพร พัฒโน ไม่ได้สีเสื้อประชาธิปัตย์มาช่วย ผลการเลือกตั้งนครหาดใหญ่ ไม่เพียงแค่ผลการเลือกตั้งที่น่าข้องใจเท่านั้นแต่สิ่งที่เป็นความจริงและสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วในสังคม คือความแตกแยกเมื่อไพร พัฒโน นำพรรคประชาธิปัตย์ มาเป็นจุดขายในการหาเสียง ขนพลพรรคมาหาเสียงแบบเอาจชาวบ้านเต็มที่ ทั้งนายชวน หลีกภัย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หรือแม้แต่อภิรักษ์ โกษะโยธิน ช่วยให้ไพร พัฒโน ชนะสมใจฉลองวันครบรอบ 62 ปีการก่อตั้งพรรคประชาธิปัตย์ และชัยชนะสนามท้องถิ่นสนามแรกของภาคใต้ในนามทีมพรรคประชาธิปัตย์ วันนี้สิ่งที่เกิดขึ้นแล้วและเป็นความจริงที่พรรคประชาธิปัตย์ ไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง เกิดอะไรในสนามการเมืองหาดใหญ่ ความแตกแยกเกิดขึ้นอย่างชัดเจนของประชาชน รักประชาธิปัตย์ เลือก ส.ส. ประชาธิปัตย์ เลือกทีมท้องถิ่นของพรรคประชาธิปัตย์ รักประชาธิปัตย์ เลือก ส.ส.แต่ไม่เลือกทีมท้องถิ่นของพรรคประชาธิปัตย์ และไม่เลือกประชาธิปัตย์ทุกสนาม นักการเมืองภาคใต้ส่วนใหญ่ที่ประสบความสำเร็จในทุกระดับจะมีความเป็นประชาธิปัตย์แฝงอยู่เสมอ ในอดีตเป็นการแฝงแบบทางอ้อม ทุกคนอ้างได้ว่ามีสายเลือดประชาธิปัตย์อยู่ในตัว แต่ปัจจุบันไม่ใช่แล้วเพราะประชาธิปัตย์ เลือกที่จะส่งคนลงสนามท่องถิ่นในนามพรรคและบอกว่านี่คือประชาธิปัตย์ ตัวจริง คนที่เป็นคู่แข่งในสนามการเมืองท้องถิ่น คู่แข่งจึงไม่ใช่ผู้สมัครในพื้นที่เท่านั้น แต่คู่แข่งขอเขากลับมีทั้งนายหัวชวน หนุ่มมาร์ค และบรรดาแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ แต่มันก็มีจุดที่น่าคิดกว่านั้น คือการส่งผู้สมัครในนามพรรคประชาธิปัตย์ แต่ส.ส.ในพื้นที่กลับไม่ได้มีความเป็นเอกภาพในการสนับสนุนผู้สมัครในนามพรรคเลย อย่างพัทลุง สุพัฒน์ ธรรมเพชร ลงสมัครในนามพรรค แต่ส.ส.ในพื้นที่สนับสนุนคู่แข่ง หรือในชุมพร กระบี่ ก็เช่นเดียวกัน หากเป็นเช่นนี้แสดง ส.ส.ขัดมติพรรคหรือไม่ ผู้ที่ไม่สนับสนุนคู่แข่งของพรรคนั้นหมายความว่าอย่างไร และคำถามตามมาว่าทำไมพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ส่งผู้สมัครให้ครบทุกสนาม มติที่ออกมานั้นเป็นมติพรรคแล้วทำไม ส.ส.ถึงไม่ทำตามมติพรรค จริงอยู่ว่าสิ่งเหล่านี้คือความคิดเห็นส่วนตัวของแต่ละคน แต่ความเป็นเอกภาพของพรรคอยู่ที่ไหน การหาเสียงกับชาวบ้านเขาใช้ความเป็นประชาธิปัตย์นี่แหละเป็นจุดขาย แล้วถ้า ส.ส.เดินสายหาเสียงให้ผู้สมัครที่ไม่ใช่ในนามพรรคฯ ชาวบ้านจะรู้สึกอย่างไร และคุณตอบคำถามชาวบ้านว่าอย่างไร คุณคือ ส.ส.ประชาธิปัตย์ แล้วนักการเมืองท้องถิ่นที่คุณช่วยหาเสียงเขาใช่ประชาธิปัตย์หรือไม่ ส่วนคนที่มองในมุม ต่างก็บอกว่าในสนามการเมืองระดับชาติ ประชาธิปัตย์ คงยากที่จะเป็นรัฐบาลเลยต้องกระโดดมาหากินกับท้องถิ่น ฐานเสียงที่มั่นคงและข็งแกร่งที่สุดของประชาธิปัตย์ คือภาคใต้ แต่วันนี้คนภาคใต้กำลังแตกแยกเพราะการเมืองท้องถิ่น ซึ่งเป็นท้องถิ่นที่เกิดจากการแข่งขันของประชาธิปัตย์กับประชาธิปัตย์ แล้วคุณละครับในฐานะประชาชนคิดอย่างไรกับเรื่องนี้
|
| fed | ||
ภาพบรรยากาศบริเวณริมบึงศรีภูวนารถ |
||
|
View All |
||
| << | เมษายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | |||