พิมพ์หน้านี้
|
ในสนามเลือกตั้งนายกและสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2551) ผลออกมาอย่างเป็นทางการแล้วและเกิดมิติใหม่ทางการเมืองของประชาชนชาวใต้ ที่พรรคประชาธิปัตย์ต้องมีการเก็บไปคิดเป็นการบ้าน และประชาชนในฐานะเจ้าของสิทธิ์ก็ต้องเก็บไปคิดเช่นกัน ภูเก็ต กระบี่ ใน 9 สนามของภาคใต้ที่มีการเลือกตั้งในวันที่ 20 เมษายน สนามจังหวัดภูเก็ต นับว่าเป็นสนามที่พลิกล๊อกมากที่สุดของภาคใต้ เมื่อ " อัญชลี " พ่าย " ไพบูลย์ " กว่า 20,000 คะแนน ในขณะที่ ส.อบจ.ผ่านมาได้ไม่ถึง 10 คน จากที่ส่งไป 21 คนใน 24 เขตเลือกตั้ง โดยผลคะแนนการเลือกตั้ง นายก อบจ.นั้นหมายเลข 1 นางอัญชลี วานิช เทพบุตร ได้ทั้งหมด 39,085 คะแนน ส่วน หมายเลข 2 นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ ได้ทั้งหมด คะแนน 59 ,994 แบ่งเป็น การพ่ายแพ้อย่างหมดรูปของนางอัญชลี ททั้งที่ลงในนามมพรรคประชาธิปัตย์ มีทั้ง ส.ส.ในพื้นที่และแกนนำพรรคมาช่วยหาเสียงมากมาย แต่ในรอบนี้ว่ากันว่าคู่แข่งได้ความสดใหม่และสัง่สมผลงานมาค่อนข้างดี ทำการบ้านมาอย่างรอบคอบ บวกกับนโยบายที่ชัดเจนกว่าเลยสามารถดึงคะแนนเงียบที่รอการตัดสินใจมาได้จำนวนมากทำให้ชนะอย่างไม่เห็นฝุ่น จังหวัดกระบี่ นายเสฎฐสิฎฐ สิทธิมนต์ อดีต ส.ส.กระบี่ 2 สมัย ทีมประชาธิปัตย์ หมายเลข 1 ซึ่งนายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล และนายสาคร เกี่ยวข้อง ส.ส.กระบี่ ให้การสนับสนุน ทำได้เพียง 61,182 คะแนน ขณะที่คู่แข่งซึ่งเป็นอดีตนายกคนล่าสุดนายสมศักดิ์ กิตติธรกุล หัวหน้ากลุ่มรักกระบี่ ที่มีนายอาคม เอ่งฉ้วน ส.ส.กระบี่ ปชป.เช่นกัน ให้การสนับสนุน ได้ 96,779 คะแนน ชนะขาดลอยเช่นกัน ทั้งเนื่องจากนายสมศักดิ์ เกาะติดพื้นที่ตลอดและฐานเสียงยังเหนียวแน่น สุพัฒน์ ล้มทั้งยืน สนามจังหวัดพัทลุง แม้จะเป็นจังหวัดเล็ก ๆ และในสนามนี้อดีต นากย อบจ.คนล่าสุด เรียกว่านอนมาตั้งแต่ยังไม่ถึงวันเลือกตั้งหากไม่มีคู่แข่งที่มีชื่อว่า สุพัฒน์ ธรรมเพชร ที่ยอมทิ้งสนามใหญ่ให้ลูกสาวหวังมายึดสนามท้องถิ่น แต่แล้วก็ต้องน้ำตาตกเมื่อสานันท์ สุพรรณชนะบุรี ที่สั่งสมผลงานมาตลอด 4 ปี แถมยังมีลูกศิษย์ลูกหามากมายที่เป็นคะแนนสำคัญ และสามารถคว้าเสียง 82,381 คะแนน มากกว่าสุพัฒน์ ธรรมเพชร ที่ขนขุนพลประชาธิปัตย์มาช่วยหาเสียงอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ทำได้เพียง 75,050 คะแนน ในสนามนี้นักธุรกิจใหญ่เจ้าของสัมปทานรังนกเกาะสี่ เกาะห้า นางนาที รัชกิจประการ ทำได้ถึง 68,796 คะแนน และน.ส.พรรณฉวี สุพัตร์พงษ์ ได้ 3,659 คะแนน ปชป.เจาะไข่แดง ในสนามจังหวัดนราธิวาส ประชาธิปัตย์ส่งนายรำรี มามะ อดีต ส.ส.หลายสมัย ลงสู้นายกคนล่าสุด กูเซ็ง ยาวอหะซัน ที่สร้างฐานเสียงมาอย่างยาวนานและมีฐานเสียงสำคัญอย่าง 2 ลูกชาย คือ นายกูเฮง และนายวัชระ ยาวอหะซัน จากพรรคชาติไทยเป็นตัวช่วยสำคัญ และนายรำรี ก็ห่างหายจากเวทีการเมืองมาค่อนข้างนานแม้จะมีสีเสื้อประชาธิปัตย์ แต่ก็สู้บารมีกูเซ็งไม่ได้ โดย นายกูเซ็ง ยาวอหะซัน 125,695 คะแนน ส่วนนายรำรี มามะ ได้ 108,956 คะแนน ปัตตานี มีผู้สมัคร 3 คน นายเศรษฐ์ อัลยุฟรี อดีตนายกคนล่าสุดยังเหนียวแน่น ได้ 98,854 คะแนน เหนื่อกว่า 2 คู่แข่ง คือนายอนุมัติ ซูสารอ ได้ 73,781 คะแนน และนายอับดุลลาเตะ ยากัด ที่ได้ 41,030 คะแนน ในสนามนี้คนที่ได้อยู่ในสายวาดะห์ขณะที่สายประชาธิปัตย์ได้อันดับสุดท้ายเท่านั้น โดยอนุมัติ ที่ได้ที่ 2 มาในสายเพื่อแผ่นดิน สุราษฎร์ ชุมพร สตูล สุราษฎร์ธานี นายธานี เทือกสุบรรณ อดีตนายก อบจ. น้องชายนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ได้รับเลือกตั้งอีกครั้งด้วยคะแนน 194,466 คะแนน ทิ้งห่างคู่แข่ง คือนายมนตรี เพชรขุ้ม อดีต ส.ส.ร. และอดีตนายก อบต. ท่าเรือ ที่ได้ 111,145 คะแนน และ พล.ต.ต.ภูวดล กระแสอินน์ 22,446 คะแนน อย่างไรก็ตาม ทีมประชาธิปัตย์ต้องเสียเก้าอี้ ส.อบจ.ให้กับผู้สมัครอิสระไปถึง 11 คน จากทั้งหมด 30 เขต สุราษฎร์ธานี ชุมพร เป็นสนามที่เรียกว่า ประชาธิปัตย์ของเก่าชนของใหม่ หลังจากการนับคะแนนการเลือกตั้งปรากฎว่านายอำนวย บัวเขียว เจ้าของตำแหน่งเดิมซึ่งอดีตเคยอยู่ในสายไทยรักไทยเก่า คราวนี้ลงในนามทีมพรรคประชาธิปัตย์ โดยมีนายสุวะโรช พะลัง เป็นผู้สนับสนุนหลัก ได้ 104,803 คะแนน ทิ้งห่างคู่แข่งอย่างนายศิริศักดิ์ อ่อนละมัย อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ 6 สมัย ที่ลงสมัครในนามทีมชุมพรฟ้าใส ทำได้เพียง 75,626 คะแนน สตูล เป็นอีกหนึ่งสนามที่แข่งอย่างดุเดือดเพราะมีผู้สมัครถึง 4 คน และทุกคนต่างมีดีพอกัน ผลปรากฎว่านายธานินทร์ ใจสมุทร ทีมประชาธิปัตย์ ได้ 45,468 คะแนน ทิ้งห่างนายปัจจุบัน อังโชติพันธ์ อดีตนายก อบจ.เมื่อ 4 ปีที่แล้วที่ได้ 36,301 คะแนน นายวิทูร หลังจิ อดีตนายกคนล่าสุด ที่คราวนี้แพ้ภัยสุขภาพเพราะเกิดล้มป่วยระหว่างหาเสียง ได้ 21,562 คะแนน และนายนาวี พรหมทรัพย์ ได้ 11,498 คะแนน โดยจังหวัดสตูลมีผู้ออกมาใช้สิทธิ์ถึง 67.36% เมืองนคร สุดดุเดือด นครศรีธรรมราช เป็นสนามวัดบารมีของ 2 ส.ส.ประชาธิปัตย์ นายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ ที่สนับสนุนนายวิฑูรย์ เดชเดโช อดีตนายก อบจ. หัวหน้าทีมพลังเมืองนคร และนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ที่มีน้องชายนายพิชัย บุณยเกียรติ หัวหน้าทีมประชาธิปไตย และเคยเป็นอดีตรองนายกร่วมทีมนายวิฑูรย์ การเลือกตั้งครั้งนี้นายประพันธ์ นัยโกวิทย์ กรรมการการเลือกตั้งด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมหน่วยเลือกตั้งต่าง ๆ ด้วยตัวเองและการเลือกตั้งก็ผ่านด้วยดี ผลการเลือกตั้งปรากฎว่านายกเก่ายังเหนือกว่า โดยนายวิฑูรย์ เดชเดโช ได้ 265,903คะแนน ส่วนนายพิชัย บุณยเกียรติ ได้ 251,111คะแนน ส.อบจ. ได้ผู้สมัครจากทีมพลังเมืองนคร 20 คน ทีมประชาธิปไตย 15 คน และผู้สมัครอิสระ 7 คน ว่ากันว่าในสนานี้ ส.ส.ในพื้นที่ส่วนใหญ่สนับสนุนนายวิฑูรย์ ทำให้นายพิชัย ที่มีเพียงพี่ชายคนเดียวสู้ไม่ได้ สำหรับจังหวัดพังงา มีการเลือกตั้งเฉพาะ ส.อบจ. ส่วนการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลนครยะลาและนายกเทศมนตรีนครยะลา เมื่อวันที่ 19 เมษายน นายพงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ หัวหน้าทีมชาวยะลา ที่ลงสมัครแบบไร้คู่แข่ง ได้รับคะแนนทั้งสิ้น 16,204 คะแนน และลูกทีมได้รับเลือกตั้งเข้ามายกทีมรวม 24 คน มีผู้มาใช้สิทธิ์ 44.36 % สนามนี้ต้องบอกว่าพงษ์ศักดิ์ ผลงานยอดเยี่ยมจนไม่มีใครกล้าลงแข่งด้วยเลยได้ครองเก้าอี้ต่ออีกสมัย
ผลการเลือกตั้งนายก อบจ.จังหวัดต่าง ๆ กระบี่ มีผู้สมัคร 2 คน ชุมพร มีผู้สมัคร 2 คน นครศรีธรรมราช มีผู้สมัคร 2 คน นราธิวาส มีผู้สมัคร 2 คน ปัตตานี มีผู้สมัคร 3 คน พัทลุง มีผู้สมัคร 4 คน ภูเก็ต มีผู้สมัคร 2 คน สตูล มีผู้สมัคร 4 คน สุราษฎร์ธานี มีผู้สมัคร 3 คน
ส่วนผลการเลือกตั้ง นายก อบจ.สงขลา บ้านผม " นวพล บุญญามณี " ป้องกันแชมป์ได้อีกสมัย หลังมีชัยเหนือเพื่อนร่วมค่ายประชาธิปัตย์ กว่า 5,000 คะแนน ผลการเลือกตั้งนายกและสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา อย่างไม่เป็นทางการ นายนวพล บุญญามณี ทีมสงขลาพัฒนาหมายเลข 1 ชนะการเลือกตั้งในตำแหน่งนายก อบจ.สงขลา ได้คะแนน 234,353 คะแนน ชนะ นายวรวิทย์ ขาวทอง ทีมรักสงขลาหมายเบอร์ 2 ซึ่งได้ 228,623 คะแนน โดยชนะกัน 5,730 คะแนน ในขณะที่ผลการเลือกตั้งสมาชิก อบจ.สงขลา ทีมสงขลาพัฒนาของ นายนวพล ฝ่ามาได้ 17 คน ส่วนทีมรักสงขลาของ นายวรวิทย์ ได้ 17 คน เท่ากัน โดยมีผู้สมัครอิสระอีก 2 คน ที่ได้รับการเลือกตั้งเข้ามาทั้งนี้การนับคะแนนแล้วเสร็จเมื่อเวลาประมาณ 02.00 น. ท่ามกลางการลุ้นระทึกของทั้งสองทีม เพราะคะแนนเบียดกันมาตลอดแต่สุดท้าย นายนวพล สามารถป้องกันแชมป์ไว้ได้อีกสมัย หลังจากที่การเลือกตั้ง อบจ. สงขลา เมื่อสมัยที่แล้วสามารถเอาชนะ นายวรวิทย์ มาได้เช่นกัน และการเลือกตั้งครั้งนี้ค่อนข้างสำคัญ เนื่องจาก ส.ส.สงขลาได้แยกออกเป็น 2 ขั้ว โดย นายนิพนธ์ บุญญามณี พร้อม ส.ส.สงขลาอีก 2 คน หนุน นายนวพล ในขณะที่ นายถาวร เสนเนียม และ ส.ส.สงขลาอีก 5 คน หนุนนายวรวิทย์ |
| fed | ||
ภาพบรรยากาศบริเวณริมบึงศรีภูวนารถ |
||
|
View All |
||
| << | เมษายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | |||