พิมพ์หน้านี้
|
ภาพถ่ายเกาะหนู จากบนเรือก่อนถึงเกาะ มานี มานะ ปิติ วีระ ชูใจ จันทร เพชร สมคิด ดวงแก้ว และใครอีกหลายคนซึ่งผมเองก็จำได้ไม่หมดแล้ว เชื่อว่าคนที่เรียนหนังสือระดับประถมในสมัยก่อนการศึกษายุคปรูปที่ล้มเหลวอยู่ทุกวันนี้คงจดจำตัวละครเหล่านี้ได้อย่าง (ใครที่เกิดก่อนและเกิดไม่ทันก็อ่านบทความท่องเที่ยวนี้ได้นะครับ) ความจริงแล้วผมจะบอกท่านเมื่อวันแรงงานแห่งชาติ (1 พ.ค.) กรรมกรหน้าคอมอย่างผม ได้ถูกเชิญไปล่องทะเลสาบสงขลา เที่ยวเกาะหนู เกาะแมว ซึ่งเป็นสถานที่อันเลื่องชื่อของจังหวัดสงขลา วันนี้ผมขอเขียนถึงเกาะหนูอย่างเดียวก่อนนะครับ ไม่ใช่ว่าขี้เกียจเขียนนะครับ แต่อยากโปรโมทแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของสงขลา ซึ่งเทศบาลนครสงขลา ได้มีการพัฒนาเกาะหนูและเปิดให้นักท่องเที่ยวได้มาเยี่ยมชมเพียง 2 เดือนกว่าเท่านั้นเองครับ ท่าเรือบนเกาะหนู ส่วนที่ผมเกริ่นในเบื้องต้นนั้นเป็นเพราะว่าครั้งแรกที่ผมเดินทางถึงเกาะหนู ผมก็คิดถึงตำราในวัยเรียนทันที จำได้ว่ามีการเขียนจดหมายถึงมานี (ถูกหรือไม่ไม่แน่ใจ) และมีการเล่าถึงเกาะหนู เกาะแมว ซึ่งเป็นนิทานที่สนุก ตื่นเต้น เป็นเรื่องของหนู แมว หมา และพ่อค้าชาวจีน แต่นิทานผมขอค้างไว้ก่อน ขอนำเสนอเรื่องการท่องเที่ยวบนเกาะหนูดีกว่า เพราะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากทีเดียว ผมเป็นคนสงขลาโดยกำเนิด แต่นี่คือครั้งแรกในชีวิตของการสัมผัสเกาะหนูตัวเป็น ๆ ก่อนหน้านี้ได้แค่นั่งดูจากชายหาดเท่านั้น ป้ายบอกทาง เขียนด้วยไม้พาย เสน่ห์อีกแบบ เกาะหนู เป็นเกาะขนาดเล็กในทะเลอ่าวไทย หากเรามองจากหาดสมิหลา จากแหลมสนอ่อน เราก็จะเห็นเกาะเป็นรูปหนูนอนอยู่ ส่วนอีก 1 เกาะที่อยู่ถัดออกไปนั้นเป็นเกาะแมว การเดินทางไปสู่เกาะหนู มีเรือรับส่งที่ท่าเรือสงขลาเจ็ตตี้ ซึ่งอยู่ใกล้กับท่าแพขนานยนต์ ใกล้สวน 2 ทะเล บริเวณอนุสาวรีย์กรมหลวงชุมพร ค่าใช้จ่ายในการเดินทางขึ้นเกาะก็แสนถูกแค่คนละ 100 บาทต่อเที่ยวเท่านั้น (ทั้งไปและกลับ) ส่วนคนที่ค้างคืนก็ต้องเช่าเต๊นท์ 350 บาท/หลัง นอนได้ 3-4 คน ส่วนอาหารการกินท่านต้องหาไปเอง แต่ต้องเป็นที่สำเร็จรูปนะครับ เพราะบนเกาะเขาห้ามก่อกองไฟ ห้ามปรุงอาหาร คนสวยแห่งไทยธุรกิจ ร่วมเดินทางไปด้ว ดูนะครับว่าเธอกับวิวข้างหลังอันไหนสวยกว่า นายกอุทิศ ชูช่วย แห่งเทศบาลนครสงขลา บอกว่าแหล่งท่องเที่ยวตรงนี้ เน้นธรรมชาติ ปลอดภัย ปลอดอบายมุขทุกชนิด ส่วนความน่าสนใจของเกาะหนู มีอะไรบ้างนะหรือครับ เกาะหนูไม่มีชายหาดที่กว่างใหญ่ เป็นชายหาดเล็ก ๆ พอเล่นน้ำได้ น้ำทะเลที่นี่ใสแบบสีเขียว ไม่ใช่สีฟ้าแบบฝั่งอันดามัน สิ่งที่น่าสนใจของทะเลสาบสงขลา คือการเดินทางผจญภัย ขึ้นสู่จุดสูงสุดของเกาะ โดยเริ่มไต่เขาจากบริเวณหัวหนู ไปดูร่องรอยประวัติศาสตร์สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งทหารญี่ปุ่น มีการสร้างหลุมหลบภัย สร้างป้อมปืนใหญ่ในที่แห่งนี้ด้วย หน้าผานี้ไม่สูงมากแต่ตื่นเต้นน่าดูสำหรับสาว ๆ นอกจากนั้นยังได้สักการะสิ่งศักสิทธิ์ สักการะหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด และชมทิวทัศน์อันสวยงามบริเวณจุดต่าง ๆ ซึ่งสวยงามมาก ๆ และจุดตื่นที่สุด คือการปีนหน้าผาเพื่อลงสู่หางหนู ซึ่งเป็นหาดหินดินดานที่สวยงามมาก ซึ่งต่อไปน่าจะพัฒนาเป็นจุดดำน้ำได้ เรียกว่าหลังจากไต่หน้าผามาสัมผัสกับหาดทุกคนต่างบอกว่าหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งเลยครับ การเดินทางต่อไป คือเดินกลับสู่ท่าเรือทางริมทะเล ซึ่งตรงนี้ต้องลุยน้ำ และพื้นหินหลายคนอาจได้รับบดแผลกันมาเป็นความทรงจำบ้าง อันนี้เป็นข้อห้าม 8 ประการครับบนเกาะครับ ห้ามพกอาวุธด้วยนะครับ ผมลืมบอกไปว่าบนเกาะแห่งนี้อุดมสมบูรณ์ไปด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิด มีนก ไก่เถื่อน มีหนู แต่ไม่มีสัตว์อันตราย (เจ้าหน้าที่เขาบอกอย่างนั้น) ใครที่สนใจท่องเที่ยวก็สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ งานท่องเที่ยว เทศบาลนครสงขลา โทร.074-311015 ต่อ 105 หรือที่ชมมรมประมงพื้นบ้านเพื่อการท่องเที่ยว 081-0944848 รับรองสนุกคุ้ม และบอกว่าได้เลยว่า สงขลาวันเดียวก็เที่ยวได้ ครับ
ป้อมปืนทหารญี่ปุ่นบนยอดเขา
เด็ก ๆ สนุกกับการเล่นน้ำชายทะเล ผู้ใหญ่ก็สนุกได้ แต่นำชุดมาด้วยนะเดี๋ยวจะหนาว |
| fed | ||
ภาพบรรยากาศบริเวณริมบึงศรีภูวนารถ |
||
|
View All |
||
| << | พฤษภาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |