พิมพ์หน้านี้
|
เมื่อช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา ผมมีโอกาสเดินทางไปดูร่องรอยแห่งสึนามิ ณ บ้านทับตะวัน บ้านน้ำเค็ม เขาหลัก จังหวัดพังงา มีเรื่องราวที่น่าประทับใจมากมายที่จะมาฝากท่านผู้อ่านที่เคารพทั้งหลาย โดยจะนำมาถ่ายทอดตามจังหวะและโอกาสที่พึงมีครับ ขอบพระคุณสำหรับการติดตามอ่าน ข้อแนะนำติชม และมิตรภาพที่ทุกท่านมอบให้ครับ หากกล่าวถึงกลุ่มชนเผ่าต่างๆ ในแถบทะเลอันดามัน มีอยู่หลายกลุ่ม ซึ่งมีวิถีชีวิตที่ผูกพันกับท้องทะเล มาตั้งแต่บรรพบุรุษ ทำให้ประเพณี วัฒนธรรม และความเชื่อของชนเผ่าเหล่านี้ มีเอกลักษณ์เป็นของตนเอง ชนเผ่ามอร์แกน เป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่มีวิถีชีวิต ความเชื่อที่ต่างจากชนเผ่าอื่นๆ ในท้องทะเลอันดามัน ชนเผ่านี้มีชีวิตที่ผูกพันกับท้องทะเลมาตั้งแต่ยุคบรรพบุรุษ พิบัติภัยสึนามิ เมื่อปลายปี 2547 นับเป็นฝันร้ายของชาวฝั่งอันดามันและชาวไทยทั้งประเทศ ระยะเวลากว่า 3 ปีที่ผ่านมา ใช่ว่าจะสามารถลบร่องรอยแห่งความเจ็บปวดของผู้สูญเสียไปได้ โดยเฉพาะความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นกับบ้านทับตะวัน อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา ซึ่งพวกเขาเป็นชาวมอร์แกน หรือที่ถูกขนานานนามว่าชาว "ไทยใหม่" ชาวมอร์แกนทุกคนมีวิถีชีวิตผูกพันกับท้องทะเล ทะเลคือชีวิต และเป็นบ้านหลังใหญ่ของเรา พวกเขาเกิดมากับธรรมชาติใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติแม้ว่าเทคโนโลยีและความทันสมัยจะเกิดขึ้นมากมายเพียงใดแต่สำหรับชาวมอร์แกนแล้วอาชีพจับปลา ปลูกผัก แบบพอกินไปวัน ๆ ก็ยังเป็นวิถีชีวิตที่อยู่คู่พวกเขา ชีวิตอันเรียบง่ายของชาวไทยใหม่กลุ่มนี้น่าจะอยู่อย่างเรียบง่ายและสงบสุขไปตราบนานเท่านานหากไม่มีเหตุธรณีพิบัติสึนามิที่มาคร่าบ้านเรือน เรือประมง ทรัพย์สินอื่น ๆ รวมทั้งคร่าชีวิตชาวมอร์แกนในหมู่บ้านไปกว่า 30 คน ชีวิตที่ต้องอพยพหนีตายแบบสิ้นเนื้อประดาตัวกำลังผ่านพ้นไปได้ด้วยดีด้วยการยื่นมือมาช่วยเหลือจากหน่วยงานต่าง ๆ ช่วยกันสร้างบ้านใหม่ 76 หลังให้ชาวมอร์แกนทั้ง 76 ครัวเรือนที่มีเกือบ 300 ชีวิต ได้มีบ้านอยู่อาศัย รวมทั้งการสร้างบ้านทับตะวันมอแกลน แห่งนี้ด้วย (หมายเหตุ : คำว่ามอร์แกนและมอแกลน เป็นชนเผ่าเดียวกัน) วิชาญ สุขวารี หรือน้องโอ๊บ หนุ่มน้อยวัย 18 เป็นชนเผ่ามอร์แกนคนแรกที่มีโอกาสได้เรียนดำน้ำกับสถาบัน ETC ซึ่งหน่วยงานเอกชนที่เข้ามาตั้งในจังหวัดพังงาและเปิดสอนหลักสูตรดำน้ำให้แก่เยาวชนด้ยโอกาสและผู้ที่ต้องการมีอาชีพนักดำน้ำทุกคน วิชาญ เล่าว่าการได้เรียนดำน้ำนับเป็นโอกาสที่ดีมากของเขาซึ่งเป็นชาวมอร์แกนคนแรก เขาได้เรียนรู้เกี่ยวกับการหลักสูตรดำน้ำ ภาษาอังกฤษ คอมพิวเตอร์ รวมทั้งได้พบปะกับเพื่อนใหม่ ๆ จำนวนมากด้วย "ดีใจมากครับที่มีโอกาสได้เรียนดำน้ำ และเมื่อเรียนจบแล้วผมตั้งใจที่จะเป็นครูสอนดำน้ำ จะได้สอนน้อง ๆ ในหมู่บ้านให้ได้เป็นครูดำน้ำ ได้เห็นโลกที่สวยงามใต้ทะเล เห็นปะการัง รวมทั้งพวกเขาได้อยู่กับทะเล ช่วยกันรักษาท้องทะเลให้สวยงามและคงอยู่ต่อไป" เด็กน้อยกล่าวด้วยน้ำเสียงเหน่อพร้อมรอยยิ้มและแฝงด้วยความจริงใจ และในครั้งนี้พวกเราทีมงานของเรายังได้มีโอกาสพูดคุยกับชาวบ้านมอร์แกนที่หมู่บ้านทับตะวันด้วย วิถีชีวิตที่เรามองภายนอกว่าพวกเขาอยู่อย่างมีความสุข มีลานเด็กเล่น มีห้องคอมพิวเตอร์ มีศูนย์แสดงวัฒนธรรมมอร์แกน หลายครอบครัวก็มีเรือประมงให้ได้ทำมาหากิน ชาวมอร์แกน ทั้งผู้ใหญ่และเด็กออกมาให้การต้อนรับคณะของสถาบันคีนันแห่งเอเซีย บัณฑิตอาสาจากสถาบันการศึกษาต่าง ๆ กว่า 20 คน พร้อมทีมผู้สื่อข่าว ที่เดินทางมาเยือนพวกเขาด้วยความยินดีและเป็นมิตรไมตรีอย่างยิ่ง พร้อมทั้งการเต้นพื้นบ้านของเด็ก ๆ ที่แม้จะดูแข็ง ๆ เรียบ ๆ แต่ก็น่ารัก นางสมใจ หาญทะเล แม่ของน้องโอ๊บ เป็นตัวแทนชาวบ้านที่มานั่งสนทนากับพวกเรา เขาบอกเล่าถึงเรื่องราวของชาวมอร์แกนที่อยู่กันอย่างเรียบง่ายและพวกเขาทุกคนก็มีสำเนาทะเบียนบ้าน บัตรประชาชน เป็นราษฎรภายใต้ร่มพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมศานุวงศ์เต็มขั้นเช่นเดียวกับคนไทยทั่วไป ที่แห่งนี้คือบ้าน คือครอบครัว คือชีวิต และมันคืออนาคตของลูกหลานของเขาต่อไป แม้ว่าพิบัติภัยสึนามิ ผ่านพ้นไปแล้วความทรงจำที่ปวดร้าวก็ยังคงอยู่ในใจของทุกคน และหลังเหตุการณ์สึนามิ เขากลับมีความทรงจำที่ปวดร้าวยิ่งกว่าเมื่อผืนแผ่นดินที่พวกเขาอยู่กันมาตั้งแต่ยุคบรรพบุรุษ ซึ่งหากให้ย้อนเวลากลับไปว่าเขาอยู่กันมากี่ปี ก็บอกไม่ได้เหมือนกันว่าร้อยปี พันปี หรืออาจมากกว่านั้น แล้วทำไมเพียงห้วงเวลาแห่งการพัดผ่านของคลื่นยักษ์ที่พัดพาทุกอย่างไปหมดแล้ว แต่สิ่งที่พวกเขาเผชิญกลับเลวร้ายกว่าสึนามิเสียอีกคือ 'การเผชิญกับนายทุนผู้ที่หวังจะมาขับไล่พวกเขาออหกจากพื้นที่ มีเอกสารการครอบครองที่ดินถูกต้อง เขาได้มาอย่างไรไม่มีใครตอบคำถามนี้ได้ ชาวมอร์แกนไม่มีโฉนดที่ดิน ไม่มีหนังสือครอบครอง แต่เขาก็มีร่องรอยแห่งบรรพบุรุษที่อาศัยอยู่บนพื้นดินแห่งนี้มาอย่างยาวนาน'
ภาพวาดแสดงวิถีชีวิตมอร์แกน "เราไม่มีความรู้ ไม่มีกฎหมายอยู่ในมือ ทุกวันนี้ขึ้นศาลมาแล้ว 3-4 ครั้ง ก็ไม่รู้ว่าผลการตัดสินท้ายที่สุดแล้วจะออกมาอย่างไร รู้แต่เพียงว่าหากเราต้องสูญเสียพื้นที่แห่งนี้ไป ชีวิตมอร์แกนกลุ่มเล็ก ๆ กลุ่มนี้ก็เหมือนสูญสิ้นไปด้วย อยากวอนหน่วยงานต่าง ๆ เข้ามาชวยดูแลชีวิตของพวกเราด้วย เราก็คนไทยกลุ่มหนึ่ง ที่รักผืนแผ่นดินเกิด หากคนที่ต้องการพื้นที่แห่งนี้เขาหวังแค่ผลประโยชน์ทางธุรกิจก็ลองคิดดูแล้วกันว่าพื้นที่ตรงนี้จะกลายเป็นอะไร" คำกล่าวสั้นที่ล้ำค่ายิ่งของแม่น้องโอ๊บ
หน่วยงานต่าง ๆ ยื่นมือช่วยเหลือชาวมอร์แกน สร้างบ้านวัฒนธรรม บ้านพัก ฯลฯ คนที่ไม่ใช่คนในพื้นที่อย่างเราไม่อาจรู้ข้อมูลเชิงลึกไปมากกว่านี้ ไม่รู้หรอกว่าความจริงเป็นเช่นไร รู้แต่เพียงว่าไม่ว่าชนเผ่ามอร์แกน ไทยใหม่ หรือชนเผ่าใดในแผ่นนี้ เขาก็คือคนไทย เราทุกคนมีพ่อคนเดียวกัน เราจึงควรรักกันและเห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนรวมเป็นสำคัญที่สุด หากทุกคนคิดได้เพียงเท่านี้สังคมเราก็คงน่าอยู่ขึ้นมากมาย
คุณแม่สมใจ และน้องโอ๊บ พูดคุยกับพวกเราอย่างเป็นมิตร |
| fed | ||
ภาพบรรยากาศบริเวณริมบึงศรีภูวนารถ |
||
|
View All |
||
| << | พฤษภาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |