พิมพ์หน้านี้
|
ผมอยากไปโรงเรียนครับ ! นี่คือคำตอบของเด็กชายเอก (นามสมมติ) เด็กน้อยวัย 10 ขวบที่ตอบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาหลังจากถูกถามว่าเขาอยากได้อะไรหากได้รับพรวิเศษ แต่ทุกวันนี้.......เขาก็ยังไม่ได้ไปโรงเรียน ! ต้นเหตุที่ทำให้ชีวิตของเด็กชายวัย 10 ขวบ ชาวปัตตานีคนนี้ต้องพลิกผันเกิดขึ้นเมื่อปีกลาย ขณะที่เอกและเพื่อนราว 20 คน พร้อมครูสอนศาสนาถูกกราดยิงในบ้านด้วยปืนกล เด็กชายเอกเคราะห์ร้ายถูกกระสุนถากแขนซ้าย แม้จะไม่รุนแรงถึงชีวิต แต่รอยแผลเล็ก ๆ นี้เองที่ทำให้อนาคตของเด็กน้อยเปลี่ยนไป จากการพูดคุยกับพ่อและแม่ทำให้ทราบว่าหลังจากที่เด็กชายเอกกลับมาอยู่บ้าน ลูกชายก็มีพฤติกรรมเปลี่ยนไป จากที่เคยยิ้มแย้มสดใส ก็กลายเป็นคนโมโหร้าย เอาแต่ใจ แต่ที่แปลกและสร้างความกังวลมากที่สุดก็คือ เด็กชายเอกจะรู้สึกร้อนผิวกายอยู่ตลอดเวลา เขาจึงแก้ปัญหานี้ด้วยการเอาน้ำราดตัว และทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาหยิบจับจะต้องทำให้เปียกน้ำ ไม่ว่าจะเป็นของเล่น แผ่นซีดี กระทั่งเสื้อผ้าที่กำลังสวมใส่ หรือแม้แต่ที่นอนก็ต้องราดน้ำให้เปียกก่อนที่จะล้มตัวลงนอนในแต่ละวัน ในช่วงแรกหลังเกิดเหตุการณ์ เด็กชายเอกยังสามารถไปโรงเรียนได้ตามปกติ ครูใหญ่และครูประจำชั้นยอมรับในพฤติกรรมที่ต้องทำตัวเองให้เปียกปอนของเด็กชายเอกได้ แต่ในบางครั้งครูบางท่านกลับไม่พอใจที่เขาทำให้พื้นห้องเรียนเปียก พร้อมทั้งพูดกระทบว่า "ถ้าเป็นแบบนี้ไม่ต้องมาเรียนดีกว่า" และคำพูดที่ขาดความระวังของครูท่านนี้เองเป็นเหตุให้เด็กชายเอกต้องตัดใจไม่ไปโรงเรียนอีกเลยนับตั้งแต่วันนั้น เมื่อไม่ได้ไปโรงเรียน เวลาในแต่ละวันของเด็กชายเอกในสภาพเปียกชื้นจะหมดไปกับการเล่นกับสัตว์เลี้ยง เช่น ไก่ กระต่าย หรือนก ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทที่เขาวางใจเช่นเดียวกับกาน้ำที่ต้องหิ้วติดตัวไปด้วยตลอดเวลาเพื่อราดตัวให้เย็นฉ่ำเมื่อรู้สึกร้อน และจะรีบวิ่งกลับบ้านทันทีเมื่อน้ำหมดเพื่อเอาน้ำในตุ่มรดตัว แม้ว่าหลายคนจะเชื่อว่าสาเหตุที่ทำให้น้องเอกมีบุคลิกที่ผิดแปลกไปเพราะโดนกระสุนที่ลงอาคม แต่ทันทีที่ทีมงานของกรมสุขภาพจิตรับทราบ ก็ได้นำเจ้าหน้าที่ลงเยี่ยมเด็กชายเอกที่บ้านเป็นครั้งแรก แต่ทันทีที่พบเด็กชายเอกกลับวิ่งหนีไม่ยอมให้พบตัว ทีมงานจึงทำได้เพียงพูดคุยกับครอบครัวและฝากยาให้น้องทาน เมื่อทีมงานศูนย์ประสานงานวิชาการให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุความไม่สงบจังหวัดชายแดนใต้ หรือ ศวชต. ลงเยี่ยมในครั้งที่ 2 โชคดีที่น้องไม่หนีจึงได้มีโอกาสพูดคุย และได้นำจิตแพทย์ไปพูดคุยด้วยในครั้งที่ 3 วันนั้นเด็กน้อยมีอาการดีขึ้นมาก แม้ว่ายังมีผ้าเปียกน้ำพาดแขนข้างที่โดนกระสุนถากและกาน้ำก็ยังวางอยู่ใกล้มือ แต่จากที่ได้พูดคุยทำให้รู้ว่าเด็กชายเอกอยากจะกลับไปใช้ชีวิตปกติอย่างที่เขาเคยเป็น อยากกลับไปเรียนหนังสือที่โรงเรียนเช่นเดียวกับเพื่อน ๆ และไม่อยากถือกาน้ำอีกต่อไป จะเห็นว่าเหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนใต้ส่งผลกระทบต่อผู้คนมากมายในพื้นที่ โดยเฉพาะมีเด็กจำนวนมากที่ต้องรับเคราะห์เช่นเดียวกับเด็กชายเอก เราอยากจะเรียกร้องให้ผู้ปกครองและครูเข้าใจ พร้อมทั้งช่วยเหลือเด็กเหล่านี้เป็นพิเศษ เพราะหัวใจที่บอบช้ำด้วยความตื่นตระหนกตกใจ และหวาดกลัวจากการเห็นความรุนแรงที่ไม่คาดฝันต่อหน้า เป็นเหตุให้เด็กเกิดมีอาการขวัญเสีย สติกระเจิง ดังนั้นผู้ใหญ่รอบตัวเด็กที่มีวุฒิภาวะสูงกว่า ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ พี่น้อง ญาติ เพื่อนบ้าน แพทย์ ครู ฯลฯ จึงควรให้ความช่วยเหลือด้วยการเยียวยาจิตใจ เข้าใจเขา ให้ความรัก ความอบอุ่นและกำลังใจแก่เขาเหล่านี้ เพื่อช่วยให้เด็กชายเอกและผู้ได้รับผลกระทบอีกมากมายสามารถกลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติโดยเร็ว ศูนย์ประสานงานวิชาการให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุความไม่สงบจังหวัดชายแดนใต้ หรือ ศวชต. เสนอบทความนี้เพื่อสะท้อนความเป็นจริงของชีวิตที่แสนลำบากของผู้ได้รับผลกระทบที่ทีมงานได้ลงไปพบเจอ เพื่อให้สังคมได้รับรู้และให้ความช่วยเหลือตามแต่กำลังและความสามารถ ท่านผู้อ่านท่านใดมีข้อเสนอแนะหรือประสงค์จะแสดงความคิดเห็นที่จะทำให้สังคมในพื้นที่ภาคใต้เกิดความสันติสุข ติดต่อได้ที่ ศวชต. โทร.073- 334088 หรืออีเมล์ bktani@hotmail.com และเวบไซต์ http://medipe2.psu.ac.th/~dscc/
|
| fed | ||
ภาพบรรยากาศบริเวณริมบึงศรีภูวนารถ |
||
|
View All |
||
| << | กรกฎาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||