• ringo
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : apple_sri@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-12-16
  • จำนวนเรื่อง : 27
  • จำนวนผู้ชม : 2399
  • จำนวนผู้โหวต : 5
  • ส่ง msg :
apple
อาจเขียนไม่เก่งเท่าใครแต่ความในใจรักคุณคนเดียว
Permalink : http://www.oknation.net/blog/bomapple
วันเสาร์ ที่ 8 มีนาคม 2551
เที่ยวลาว
Posted by ringo , ผู้อ่าน : 52 , 21:14:41 น.   | หมวดหมู่ : bom  
พิมพ์หน้านี้


ไปเที่ยวเวียงจันทร์

 

ของก็เยอะกระเป่าก็หนักข้าวก็ยังไม่ได้กินเพราะตื้นเต้นมากๆที่จะได้ไปลาว(ครั้งแรกในชีวิต)แต่พอมาถึงเห็นเพื่อนๆร่วมเดินทางกันเพียบคิดแล้วก็น่าสนุกดีแต่ยังดีใจไม่ถึง 10  นาทีก็ต้องเสียใจสะแล้วเพราะอาจารย์ที่รักของเราไม่ไปด้วย  เนื่องจากติดธุระทางครอบครัว  พูดแล้วก็น่าเสียดายที่อาจารย์ไม่ไปด้วย  ยิ่งอาจารย์มีจดหมายมาให้อ่านยิ่งใจหาย  แต่ถึงอย่างไรการเดินทางก็ต้องมีต่อไป  พอเช็คกระเป๋าเรียบร้อยก็ขึ้นรถทั้งที  ที่นั่งก็สบายนั่งกันคนละ 2ถึง3 เบอะเพราะว่ามีหลายที่นั่งแต่กลับไปแค่  30  คนเองเลยเป็นการเดินทางที่นั่งและนอนสบายมาก  ง่วงแล้วนอนดีกว่าพอนอนได้สักพักต้องตื้นมาเพราะปวดปัสสวะขั้นรุนแรงแต่เหมือนพี่คนขับเขาจะเลยแวะปั๊มน้ำมันข้างทางที่ใหญ่มากแต่เรานึกว่าเราปวดคนเดี๋ยวที่ไหนได้คนลงกันหมดทั้งคันเลยพี่ขับรถยังลงเลย  พอทำธุระเส็รจก็ขึ้นรถทั้งที  เดินทางต่อแต่กว่าจะถึงหนองคาย  ก็แวะปั๊มน้ำมันตั้งอี 2 รอบ  แล้วก็แวะอีกรอบหนึ่งพร้อมกับพี่มาปลุกลงด้วยต้อนแรกก็ไม่อยากลงหรอกเพราะคิดว่าตัวเองไม่ปวดแต่พี่เค้าบอกว่าถึงหนองคายแล้วให้ลงไปอาบน้ำได้   แต่พอลงมาก็รู้สึกได้ถึงความหนาวมากๆๆ  เลยไม่อาบน้ำดีกว่าเลยทำได้แค่ล้างหน้าล้างตาแต่หน้าให้สวยงามแหมาะแก่การถ่ายรูปก็เป็นอันเส็รจ

แค่กว่าจะได้ล้างหน้าก็ต้องต่อคิวกันนานเพราะปั๊มนี้มีแต่คณะทั่วมาจอดทำธุระกันก็บอกแล้วว่าปั๊มมันใหญ่ แต่มีเรื่องตลกกว่านั้นอีกก็คือผู้ชายไม่กล้าเข้าห้องน้ำผู้ชายเพราะจำนวนประชากรหญิงเยอะกว่าชาย  เลยทำให้ผู้ชายต้องรอให้ผู้หญิงทำธุระเส็รจก่อน  ข้างๆ ห้องน้ำมีตู้  ATM  ด้วยแต่เสียดายที่ไม่มีเงินให้กด   พอเวลาล่วงเลยมาได้สักพักก็ได้เวลาขึ้นรถ  เพื่อเดินทางต่อไปยังตลาดเช้า

                เดินทางไปเลื่อยๆ ในตัวเมืองหนองคายซึ่งเป็นบรรยากาศต้องเช้าที่น่าอยู่ที่สุด(ท่าทางหนาวมาก)บ้านเรือนก็น่าอยู่มีคนตื้นแต่เช้าด้วยตื้นมารอใส่บาตรนี้เอง  กำลังมองอะไรเพลิดๆอยู่ๆก็มาถึง

ตลาดเช้าจังหวัดหนองคายคนก็เยอะของกินก็เยอะไม่รู้จะกินอะไรก่อนดีแต่ไม่ทันจะได้เดินไปไหนก็มองเห็นอาหารน่าตาแปลกๆสำหรับบ้านเราเป็นลักษณะขนมปังยาวอันละ  20 บาท  ส่วนอาหารชิ้นนี้น่าจะได้รับอิธิพลมาจากฝรั่งเศส(ที่รู้ก็เพราะทำเรื่องอาหารเวียดนาม)  ได้อุดหนุนมา  2  อัน  40  บาท  และได้ถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึกด้วย  และเดินเข้าไปในตลาดลึกมากได้พบกับร้าน  เฝอ ซึ่งเป็นอาหารเวียดนามเช่นกัน ในใจก็อยากลองชิมดูบ้างว่ามีรสชาติเช่นไร  แต่ยังไม่ทันได้นั่งเพื่อนก็ชวนไปร้านอื่นโดยร้านนี้เป็นร้านก๊วยจั๊บเส้นใหญ่ซึ่งก็ไม่ต่างอะไรจากบ้านเราเท่าไรต่างที่บรรยากาศและลูกชายเจ้าของร้านซึ่งหน้าตาไม่ต้องบรรยายเลยเพราะหล่อเหมือนดารานักร้องเลย  ดูหน้าไปด้วยก็สั่งไปด้วยต้องนั่งรอก็ขอชิมขนมปังที่ซื้อมาโดยใส้ของมันมีน้ำจิ้มให้พร้อมข้างในอร่อยมากส่วนข้างนอกเหลือเพียบเพราะไม่ถูกปากเลยมันเหนียวมากกัดก็จะขาดเลยกินไม่หมดดีนะที่เจ้าของร้านไม่เห็นถ้าเห็นคงน้อยใจ   ก๊วยจั๊บที่สั่งมาพร้อมกับความหล่อก็รอยมาพอวางลงไม่ถึง  10  นาที   ก็หมดเหมือนเท่ทิ้ง   ถ้วยละ  25  บาท  เพราะรวมมิตร  กินเสร็จยังไม่ทันได้ถามชื่อก็ต้องเดินขึ้นรถเพื่อเดินทางต่อไปยัง  ต.ม.  เพื่อผ่านแดน    นั่งรถชมวิวมาเรื่อยก็มาถึงจนได้  ต.ม.  ที่ว่าก็ต้อง  ไกด์ซึ่งก็คือพี่วุธบอกว่าให้ลงไปแป๊ปเดี๋ยวเพื่อผ่านแดน  ( ลืมบอกไปว่าพวกพี่ๆที่จะร่วมเดินทางไปกับเรา  มีทั้งหมด  5 คน  คือพี่คนขับรถทั่วมี  3 คน  และก็พี่ฝนผู้หญิง 1 คน  พี่วุธผู้ชาย  อีก  1  คน  ซึ่งทั้ง 2 คนนี้เป็นศิษฐ์เก่า  ม . อุบล )  พอลงรถก็ไปเข้าแถวเพื่อนับคนและเอาเอกสารไปยื่นเจ้าที่แค่นี้ก็เสร็จและก็ขึ้นรถเพื่อเดินทางต่อไปยังสะพานมิตรภาพไทยลาว  แม่น้ำโขงนี้สวยจริงอยากลงไปถ่ายรูปแต่ก็ทำไม่ได้ได้แต่มองสะพานยาวมากสุดท้ายก็มาถึงประเทศลาวแต่ก็มาถึง  ต.ม.ของลาวแต่ครั้งนี้ดีจังไม่ต้องลงเพียงแต่รอรับไกด์ ของประเทศลาวขึ้นมาเท่านั้นเอง   ซึ่งก็คือพี่แขก  เป็นคนตลกและสวยมากพี่แขกใส่ชุดตามประเพณีของลาวเลยดูสวยจริงเห็นแล้วอยากใส่แต่มีปัญหาเรื่องของหุ่น   พี่แขกขึ้นรถมาก็แนะนำตัวซึ่งทุกคำพูดของพี่แขกจะพูดด้วยภาษาลาวทั้งสิ้นแต่ถ้าไม่เข้าใจพี่แก่จะพูดภาษาไทยเพื่อให้เราเข้าใจพี่แขกพูดแนะนำเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ประเทศลาวด้วยภาษาที่เราเข้าใจง่ายพราะพูดตลกถ้าจะให้เล่าให้ฟังว่าพี่แก่พูดอะไรบางคงเล่ากันไม่หมด  พี่แขกพูดเราก็ฟังไปซึ่งก็สนใจนะแต่ข้างทางน่าสนใจกว่า   ซึ่งก็คือความเป็นอยู่ของประเทศลาวแต่ความสนใจเราไม่อยู่ที่ป้ายทะเบียนรถมากกว่าว่าทำใมถึงคนละสี   ซึ่งพี่แขกได้บอกว่า  สีเหลือง  หมายถึง  ทะเบียนรถส่วนตัว    สีน้ำเงินหมายถึง  รถประจำตำแหน่ง   สีขาวหมายถึง   ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่หรือชั้นสูง  (จำไม่ผิดนะ)  พี่แขกบอกว่าจะพาเราไป   พระธาตุหลวง  ซึ่งเป็นรุ่นพี่ของพระธาตุพนม 

ในที่สุดก็มาถึงพระธาตุหลวงคนเยอะมากก็ตามเคยมีแต่คณะทัวร์   ซึ่งพระธาตุหลวงจะใหญ่กว่าและอลังการกว่าพระธาตุพนมและมีสีทองทั้งหมดด้วยสวยมากอยากเอาไปไว้ที่บ้าน   พี่แขกแนะนำว่าไม่ต้องซื้ออะไรมากเพราะพรุ่งนี้จะพาไปซื้อแหล่งอยู่แล้ว   สรุปแล้วอยู่นี้แพงนั้นเองพวกเราก็ได้ลงรถเข้าไปถ่ายรูปซึ่งที่นั้นมีบริการถ่ายรูปด้วย  ใบละ  20  บาท  ไม่กล้าถ่ายอะกว่าโดนหลอก  ก็เลยเองดีกว่า  ถ่ายรูปลานด้านหน้าได้สักพัก ก็เข้าไปสการะที่ภายใน เพราะภายในนั้นได้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า  ซึ้งภายในสายมากใหญ่โตมากและได้เดินรอบเจดีย์ด้วยซึ่งก็มีคนเดินเป็นจำนวนมากเช่นกัน  พอเดินข้างในได้สักพักก็ออกมาเพื่อคนอื่นจะได้เข้าไปบ้างส่วนเราก็ต้องขอตัวไปละลายทรัพย์หาซื้อของที่เราอยากได้ก่อน  แต่ก็ไม่ได้ซื้ออะไรมากเพราะพี่แขกบอกมาว่าแพงก็คงจะแพงจริงๆ  เลยได้ของติดไม้ติดมือมาแค่อย่างเดียวเท่านั้นเอง  ก็คือผ้าพันคอ  พอซื้อเสร็จก็ตรงขึ้นรถทั้งที่เลยเพราะสายมากแล้ว เดี๋ยวเราต้องไปแวะชมที่  อนุสาวรีย์ประชัย  แต่ที่น่าเล่าคงเป็นเรื่องของพี่คนขับที่แก่ยังไม่ชำนาญเท่าไรเวลาขับไปก็ดีๆอยู่แหละแต่พอมาถึงไฟแดงก็ไม่หยุดถึงหยุดก็กลางถนนไปแล้ว  พี่คนขับเลยต้องโดนกฎหมายทางประเทศลาวเลยต้องโดน  500  เลยอะ  แต่ไม่เป็นไรเพราะว่าเราไม่ได้เสียขอเที่ยวต่อดีกว่านะ    เป็นประตูชัยที่สวยงามมากมีน้ำพุด้วยอันใหญ่เลยมีตั้ง  2  อัน   เราก็อุสาไปนั่งถ่ายรูปตรงน้ำพุแต่พอมีเพลงขึ่นมาเท่านั้นน้ำพุก็ทำงานทั้งที่  ตามระเบียบเปียกเลยครับพี่น้อง   แต่น่าเสียดายที่ไม่ได้ขึ้นไปดูบรรยากาศข้างบนแต่ไม่เป็นไรแค่ได้ถ่ายรูปข้างล่างนี้ก็มีความสุขแล้ว   แต่อยากให้คนน้อยลงกว่านี้อะ  แบบว่ามีแต่คณะทัวร์เติมเลย  ถ่ายรูปและได้ชมสถาปัตยกรรมของลาวไปแล้วก็มีความสุขดี  รู้สึกถึงความสวยงาม  และมีเอกลักษณ์  น่าชื่นชมที่เดียว   พอชมความงามได้จุใจกันไปแล้วก็ถึงเวลาขึ้นรถตามเคย  พี่แขกก็มาพูดถึงเรื่องต่าง ๆ และก็บอกว่าจะพาไป  วัดศรีสะเกษ   เป็นวัดที่มีพระพุทธรูปมากที่สุดของประเทศลาว   ซึ่งพูดแล้วก็ร้อนทันที  นั้นแปลว่าแดดส่องมาทางเราพอดีไง   ได้นั่งรถชมเมืองหลวงของลาวไปเรื่อยๆ   ก็มาถึงวัดที่พูดถึงกันที่นี้มีแต่ฝรั่งเลยอะสงสัยชอบวัดมั่ง   ส่วนเราก็ลงจากรถตรงเข้าวัดทันที   พี่แขกบอกว่าเวลาเข้าไปข้างใน  ให้ถอดรองเท้า   แว่นดำ   หมวก   และห้ามถ่ายรูป   เพราะเป็นสถานที่เฉพาะ    ส่วนเราก็ได้แต่ถ่ายรูปข้างนอกพอเวลาเข้าไปก็ทำตามระเบียบที่มีไว้  แต่อยากจะบอกว่ามีพระพุทธรูปเยอะมากทั้งข้างนอกและข้างใน   แต่ข้างในจะเยอะกว่ามาก   ทั้งเล็กและใหญ่  ซึ่งมีให้กราบไหว้กันด้วยซึ่งดอกไม้ธูปเทียน  ก็แค่ 20  บาทเท่านั้น   หรือแล้วแต่จะบริจาค   พอไหว้เสร็จก็เดินออกไปข้างนอกเพื่อถ่ายรูป  แต่ข้างนอกก็มีอะไรขายตามเคยนะ  พวกของที่ระลึกอะไรประมาณนี้   ก็มีของน่าซื้อเหมือนกัน  ซึ่งเราก็ซื้อติดไม้ติดมือมาบ้าง  ก็ไม่มากแต่ก็น่าเก็บไว้  ซึ่งเป็นรูปสถานที่สำคัญ ๆ  ของประเทศลาว   ซื้อเสร็จก็ไปถ่ายรูปกลับเพื่อนๆตามเคย  ซึ่งพี่แขกก็ได้มาร่วมถ่ายรูปด้วยเช่นกัน     และถ่ายได้สักพักพี่ๆเค้าก็เรียกเราขึ้นเพื่อจะพาเราไปกินข้าว   ซึ่งนั้นคือสิ่งที่เราต้องการเพราะเราหิวมากเลยต้อนนี้   และแล้วก็มาถึงพัดตะคาน  เรียกตามภาษาลาวนะ  สถานที่หรูมากแต่ห้องอาหารที่เราจองนั้นมีคณะทั่วอื่นกินอยู่ด้วย  ก็เยอะดีไม่กล้าเสียงดังเลยเพราะมีแต่ผู้ใหญ่เต็มเลย  กลัวเจอด่าเหมือนกันนะ   แต่ตอนนี้ขอกินก่อนแล้วกัน  แต่ถ้าจะพูดถึงอาหารก็คล้ายๆบ้านเราเหมือนกัน  แต่ต่างกันที่รสชาติ   ซึ่งก็กินได้แต่ไม่ค่อยอร่อยเท่าไรเพราะจืดไปหน่อย  แต่ไม่ต้องห่วงเพราะทั้งโต๊ะกินหมดเหลือเพียงแต่จานผักเท่านั้นเอง

                กินไม่ถึงชั่วโมงก็เสร็จ  ก็ขอไปละลายทรัพย์ข้างนอก  ซึ่งข้างนอกนั้นมีของกลุ่มแม่บ้านมาวางขายด้วยซึ่งน่าซื้อทุกอย่าง  เราก็ขออุดหนุนด้วย  ซื้อมามีแต่ของที่ทำจากมือเป็นลายผ้าที่สวยงามคล้ายไทย   แต่ของที่นี้มีเสน่ห์มากเพราะคนขายใส่ชุดผ้าถุงด้วย  ดูแล้วก็อยากใส่บางนะสวยดีอะ   เดินเล่นไปเรื่อยๆ  ก็ไดไปนั่งคุยกับพี่แขก  ซึ่งพี่แขกก็เสร็จเหมือนเราพี่แขกบอกเราว่าสถานที่นี่ชอบมีคนรวยๆมาจัดงานแต่งงานหรืองานต่างๆ  ซึ่งพูดถึงแล้วก็ยิ่งทำให้รู้สึกหรูกับพัดตะคานนี้ไปด้วย   พอทุกคนกินเสร็จก็ขึ้นรถไปจุดหมายต่อไป   นั้นก็คือ  วัดศรีเมือง  ที่ชาวลาวทั้งประเทศสักการบูชา  ซึ่งวัดนี้เล็กหรือคนเยอะก็ไม่รู้เพราะเหมือนไม่มีที่เดินเท่าไร  แต่รู้สึกไม่ค่อยมีพระนะจะมีคงมีแต่คณะทัวร์มากกว่า  ส่วนเราก็ได้เข้าไปกราบข้างในซึ่งได้สักการบูชาตามที่ผู้ใหญ่ที่บอกให้ทำตาม  และก็ขอตัวออกมาก่อนเพราะคนเยอะมาก  พอออกมากก็มาถ่ายรูปกับรูปปันต่างๆ  ที่อยู่ข้างนอก  ด้วยความที่มันร้อนและคนเยอะก็เลยขอตัวไปรอเพื่อนอยู่ที่รถดีกว่า   ไม่อยากอยู่ข้างล่างเท่าไรเพราะกลัวไม่สบาย   พอคนคบแล้วรถก็ออกตัวทันที

โดยพี่แขกตามเคยบอกว่าจะพาไปละลายทรัพย์    ที่แหล่งของกลุ่มแม่บ้าน  โดยพี่แขกบอกว่าอย่าไปต่อเขามาก  แต่เขาจะลดราคาให้เอง   ซึ่งพอไปถึงก็ไม่รู้จะซื้ออะไรเพราะมันเยอะมาก   โดยเฉพาะเครื่องเงิน   และทุกอย่างที่ทำจากลายผ้าสวยงาม   ซึ่งเราก็ได้กระเป๋าลวดลายผ้าลาวมาก   ใบละ  250  เอง  ถูกมากถ้ามองจากลวดลายและการเย็บการทำ   แต่ต้อนนี้มีอะไรไม่รู้เสียงดังมากที่หน้าร้าน  พอเราจ่ายเงินเสร็จก็ขอออกไปดูซึ่งเพื่อนบางคนก็ยังเลือกซื้อของอยู่   ส่วนข้างนอกก็มีการเชิดสิงโตไม่รู้ว่ามีงานอะไรถึงได้เชิดสิงโตต้อนนี้  พอพี่แขก  พี่แขกก็บอกว่าแล้วแต่ว่าเค้าจะจ้างมางานอะไรก็ได้  ไม่จำกัดงาน  ดูได้สักพักก็ต้องขึ้นรถไปที่พักแล้วนั้นก็คือ  โรงแรมนั้นเอง  พอพวกพี่บอกแล้วก็อยากให้ถึงเร็วเพราะ  อยากนอนพักเร็วเหนื่อยมากเมื่อคืนก็นอนไม่สบายตัวเท่าไรเพราะนอนบนรถ  และอีกอย่างก็คือวันนี้เดินเที่ยวชมหลายที่ด้วยเลยเหนื่อยเป็นพิเศษ  นั่งรถมาได้สักพักก็มาถึงโรงแรม  ซึ่งมีน้ำส้มคันมาบริการด้วยอร่อยมาก  เรากับเพื่อนอีก7 คน  ได้อยู่ชั้น 3 หมดเลย  เราก็ได้อยู่ห้อง  312  ซึ่งกำลังจะยกกระเป๋าก็มีพี่ที่โรงแรมมาช่วยถือ ซึ่งดีมากๆ เลย  สงสัยเห็นกระเป๋าเราใหญ่แน่เลยเลยมาช่วย  พอมาถึงห้องขอเปิดแอร์เลยเพราะร้อนมาก  และขอขอบคุณพี่เค้าด้วยที่ช่วยยกกระเป๋า   เพื่อนอีกคนไปเปิด TV ดูก็มีแต่ช่องของ ไทย  ก็เลยดีหน่อยแต่ดูได้ไม่เท่าไรก็หลับ

พอตื้นมาก็ต้องรีบแต่งตัวแล้วลงไปข้างล่างเพราะ  พี่ๆจะพาไปกินข้าวเย็นนั้นเอง    และได้มาถึงร้านอาหารขนาดใหญ่พอควรซึ่งก่อนจะกินก็ได้เข้าพิธีบายศรีตามประเพณีลาวที่มีแขกมาก็ต้องบายศรีตามระเบียบ  เป็นพิธีที่อบอุ่นมากเหมือนเราได้เป็นคนประเทศลาวจริงๆ  รู้สึกอยากบอกไม่ถูก  ทำพิธีเสร็จก็ได้เวลากินข้าวซึ่งก็ตามเคยไม่พูดปากและไม่ถูกปากเท่าไร  แต่ก็กินหมดทั้งโต๊ะ   ต้องรีบกินเพราะพวกพี่เค้าให้เวลาเราไปเดินในย่างดังของลาวเลยก็ว่าได้   ซึ่งถนนเส้นนี้มีคนเยอะมากยิ่งดึกยิ่งคนเยอะของขายก็เยอะแต่ก็ไม่ได้ซื้ออะไร  พอถึงเวลากลับโรงแรมทั้งที  พอขึ้นห้องอาบน้ำอาบท่าเสร็จก็นอนทั้งทีหลับเป็นตาย 

รุ่งเช้าของวันใหม่  ณ. เวียงจันทร์  อาบน้ำหรือทำอะไรเสร็จก็เดินลงมาหาพี่ข้างล่างและตรงเอากระเป๋าไปไว้ที่รถ  และเข้ามาที่ห้องอาหารเพื่อกินอาหารเช้า  ในห้องอาหารนั้นก็มีเพื่อนๆ เต็มอยู่แล้วมีแต่คนตื้นแต่เช้า เพราะพี่ที่โรงแรมโทรไปปลุกแต่เช้า  กินเสร็จก็นับจำนวนคนและมุ่งหน้าสู่หอพิพิธภัณฑ์ปฎิวัติลาว   ตอนที่รถไปจอดนั้นดูแล้วใหญ่โตมาก  และยิ่งเดินเข้าไปข้างในยิ่งใหญ่โต   พอเข้าไปข้างในก็ต้องฝากกระเป๋าเพราะที่นั้นไม่ให้อะไรเข้าไปเลยต้องเข้าไปฟังอยากเดี๋ยวซึ่งก็มีพี่อีกคนหนึ่งมาแนะนำที่และอะไรอีกมากมาย  ซึ่งดีมากส่วนเราก็เดินฟังไปเรื่อยๆ  และ  จดบางไม่จดบาง  เพราะพี่แก่พูดเร็ว  ก็เลยได้แต่ฟังพี่แก่ก็แนะนำทุกเรื่องที่เกี่ยวกับได้ประมาณชั่วโมง  เราก็ต้องเดินทางต่อไปยังตลาดเช้าของประเทศลาว  ซึ่งพี่แขกบอกว่าตลาดนี้เปิดตลอดทั้งวันแต่ส่วนใหญ่เค้าจะเรียกว่าตลาดเช้า    ซึ่งเราก็ได้แต่เดินดูของไปเรื่อยๆ เท่านั้น  เพราะของมันก็เยอะและคนก็เยอะแต่ประเด็นสำคัญมันอยู่ที่ว่า   ของแพงมากแพงกว่าที่ไทยด้วยซ้ำเลยไม่ขอซื้ออะไรดีกว่า

พอขึ้นรถก็ตรงไปยังร้านอาหารริมน้ำโขงที่สวยงามมากอาหารก็อร่อยด้วยกินเสร็จก็ขอลงไปถ่ายรูปดีกว่า  แต่รู้สึกว่าร้านอาหารนี้จะบริการดีกว่าร้านไหนเลยชอบที่นี้มากเพราะมีแต่คณะทัวร์ของเราเลยเสียงดังได้  สนุกกันได้เต็มทีเลยเราก็เล่นๆ กันได้ไปเรื่อย  พี่แขกก็เรียกให้ขึ้นรถเพื่อขึ้นรถชมเมืองหลวงไปเรื่อยและจะได้ไป   ต.ม. เพื่อกลับไทย   พอนั่งรถไปเรื่อยๆ ก็ได้เห็นประตูชัยอีกรอบซึ่งสวยงามเหมือนโดยเฉพาะน้ำพุ   นั่งรถไปเรื่อยๆ ก็ถึง  ต.ม. ซึ่งพี่แขกไกด์ลาวของเราก็ขอลาก่อนเพราะส่งเราแล้ว  ส่วนเราก็มีของขวัญมอบให้และถ่ายรูปรวมกันพร้อมขอบคุณพี่แขกด้วย   ส่วนเราก็ต้องเดินทางกลับเพื่อไปใช้ชีวิตที่ไทยต่อลาก่อนประเทศลาว

การมาประเทศลาวครั้งเพื่อมาศีกษาวัฒนธรรมของคนลาวซึ่งเราก็ได้มา  ถ้าจะพูดไปเราได้มากกว่าที่คิดไว้สะอีก  การไปลาวทำให้เราคิดได้ถึงขอแตกต่างที่ว่า  คนละคน  คนละวัฒนธรรม  แต่ก็คือคน  จะเป็นใคร  มาจากไหน  อยู่ที่ใด  ทุกคนล้วนแต่เป็นคนที่มีวัฒนธรรมอยู่แล้วในตัวคน

 


แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มีนาคม 2008 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31