พิมพ์หน้านี้
|
"ชะตาที่ถูกลิขิตมีหรือไม่ เราสามารถเปลี่ยนชะตาชีวิตได้จริงหรือ"
ในวันประสูติของพระพุทธองค์ มีการทํานายว่าท่านจะได้เป็นศาสดาเอกของโลก ในวันเกิดของเจงกิสข่าน ท่านถูกทํานายว่าจะได้เป็น ข่านเหนือ ชนเผ่ามองโกลทั้งปวง โชคชะตาของมนุษย์มีจริงหรือไม่ เราสามารถเปลี่ยนโชคชะตาได้จริงหรือ มีคํากล่าวว่า เนื้อคู่ กันแล้วจะไม่แคล้วกัน พรหมลิขิตมีจริงหรือไม่ ถ้าสิ่งเหล่านี้มีจริง การที่คน 2 คนจะมาเป็นคู่กัน ก็ย่อมเบื้องต้นมาจากการได้พบกัน แล้วอะไร ที่ชักจูงคน 2 คน มาให้ได้พบกัน ความบังเอิญ? พรหมลิขิต? หรือเนื้อคู่ และ โชคชะตาไม่มีจริง เราสามารถเปลี่ยนแปลงโชคชะตาได้ การคิดแบบนั้นเป็น อัตตา หรือไม่ ว่าเราสามารถทําอย่างนั้นอย่างนี้ได้ ตามความต้องการของเรา เหตุปัจจัยบางอย่างเราไม่สามารถ ควบคุมได้ อาทิเช่น ภัยธรรมชาติ หรือเราเพียงต้องการละอัตตา เพื่อดําเนินชีวิตให้คลอยตามธรรมชาติเท่านั้น มีบุคคลที่พากเพียรขยันศึกษา หลายท่าน กลับล้มเหลว มีบุคคลที่มีความสามารถหลายท่านกลับล้มเหลว หากแต่มีบุคคลจำนวนหนึ่ง อาจจะไม่มีความสามารถแต่กลับประสบความสำเร็จ หลายคนอาจจะเถียงว่า ถ้าไม่มีความสามารถ จะประสบความสำเร็จหรือ ถ้าอย่างนั้นลองมองในมุมกลับบ้างว่า ทำไมคนมีความสามารถถึงล้มเหลว ปัจจัยอะไรที่ดลบันดาลให้คนมี ความสำเร็จและ ล้มเหลวต่างกัน มีคนจำนวนไม่น้อยที่ได้ศึกษา จากประสบการณ์ของผู้ที่ประสบความสำเร็จในชีวิต หากแต่ พวกเขาเหล่านั้น อาจจะไม่ประสบความสำเร็จ ในการดำเนินชีวิตก็ได้ หลายคนศึกษามาก แล้วก็ได้แต่เอาความรู้มาอวดและทับถมกัน แต่ชีวิตก็ไม่ได้ดีขึ้น เจ้าของเบียร์ช้างจบเพียง ป.4 คุณ มัตสุชิตะ เทพเจ้าแห่งการ บริหาร ของญี่ปุ่น ผู้ก่อตั้ง บริษัท เนชั่นแนล พานาโซนิค ก็จบไม่เกินชั้น ป.4 หลายท่านพยายามศึกษาแนวทางแห่งความสำเร็จกันอย่างมากมาย มีการสรุปหลักแห่งความสำเร็จ กันอย่างมากมาย หากแต่การทำตามหลักเหล่านั้น หาได้เป็นเครื่องประกันความสำเร็จของชีวิตไม่ หลายท่านได้เป็นนักวิชาการ และนักพูดที่มีชื่อเสียง ภายหลังได้ศึกษาหลักการเหล่านั้น หาได้เป็นเศรษฐี ตามท่านเหล่านั้นไม่ นักวิชาการหลายท่านพยายาม ศึกษาหาหลักสำเร็จรูป ในการที่จะทำให้คนประสบความสำเร็จ แต่สุดท้ายก็ยังไม่มีหลักตายตัวอันใดที่จะ รับประกันว่าคนจะประสบความสำเร็จ หรือบางที อาจเป็นเพียงเรื่องของโชคชะตาเท่านั้น แน่นอน การพูดเช่นนี้ ไม่ได้หมายความว่าให้นั่งงอมืองอเท้าโดยไม่ต้องทำอะไร แต่หากทำไปตามเหตุปัจจัย ในแต่ละวัน บางทีชีวิต อาจจะเป็นไปตามที่นักปราชญ์ท่านหนึ่งเคยกล่าวไว้ว่า ยามกลางวันจงทำงานเหมือนลมพัด ยามกลางคืนจงหลับใหลเหมือนแผ่นดินนิ่ง เมื่อยกสำรับข้าวมา เจ้าจงกิน เมื่อง่วงหนักเหนื่อยอ่อน เจ้าจงนอน ชีวิตก็มีเท่านั้นเอง ความสำเร็จเป็นเรื่องของอนาคต คุณมัตสุชิตะ กล่าวว่า ทำสุดความสามารถ รอสวรรค์ทรงโปรด
|