พิมพ์หน้านี้
|
OMM
สัญลักษณ์ โอม
แห่งนิรันดร์นั้น เป็นเสมือนสัญลักษณ์ของศาสนาฮินดู ซึ่งจะมีตัวอักษร ๓ ตัว อันศักดิ์สิทธิ์ที่ เรียกเรียกกันว่า โอม อักษรศักดิ์สิทธิ์ โอม นั้นประกอบด้วย อักษร ๓ ตัวคือ
บ่งบอกถึงตรีมูรติหรือ ๓ มหาเทพผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในศาสนาฮินดู ในคัมภีร์ของ พราหมณ์นั้น กล่าวถึงพระศิวะว่าทรงเป็นมหาเทพซึ่งมีผู้นิยมนับถือบูชากัน แพร่หลายและกว้างขวางมากกว่าเทพองค์อื่น ๆ กำเนิดของพระศิวะนั้น ปรากฏ เป็นเรื่องที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละยุคดังนี้ ต่อมาศาสนาพราหมณ์หรือ ศาสนาฮินดู ได้มีการพัฒนาตัวเองขึ้นมาจากศาสนาพราหมณ์เมื่อ ๗๐๐-๑,๐๐๐ BC. เกิดมีคัมภีร์และวรรณคดีทางศาสนาขึ้นมามากมาย ปรัชญาต่าง ๆ ก็แตก แขนงออกไปมาก ซึ่งยุคของศาสนาพราหมณ์นับแต่การวิวัฒนาการดั้งเดิมนั้น สามารถแบ่งออกได้เป็นยุคต่างๆ ดังนี้ การกำเนิดของศาสนาพราหมณ์
เรียกว่า สนาตนธรรม อันมีความหมายว่า ศาสนาที่มีหลักธรรมอันเป็น ของเก่าหรือนิรันดร์ เหตุที่ศาสนาพราหมณ์ได้ชื่อเรียกเช่นนี้ก็เพราะความเชื่อ ที่ว่า ศาสนาพราหมณ์นั้นมีหลักธรรมอันเป็นนิรันดร์ นอกจากนี้ก็ยังมีอีกชื่อหนึ่ง ว่า ไวทิกธรรม หมายถึง ศาสนาหรือหลักธรรมที่เนื่องด้วยคำสอนในพระ เวท โดยที่ชาวอินดูถือว่า ศาสนาของพวกเขานั้นมีมาก่อนประวัติศาสตร์และถือ ว่าเป็นศาสนาที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ในยุคเริ่มแรกเลยนั้นศาสนาพราหมณ์นี้จะ ยังไม่ถูกเรียกว่า ฮินดู เพียงจะเรียกว่าศาสนาพราหมณ์ ที่แปลว่า ศาสนา ของพระพรหม อันเป็นศาสนาที่เกิดจากพระพรหมเท่านั้น ศาสนาพราหมณ์นั้น ได้วางหลักไว้ด้วยคาถาสันสกฤตที่ว่า เอกเมว อทฺทวิติยมฺ หมายถึง หนึ่ง เดียวเท่านั้น ไม่มีสอง คาถานี้เน้นในความเป็นเอกภาพ นอกจากพระพรหมทุก สิ่งล้วนแล้วแต่เป็นมายาของปลอมทั้งสิ้น การปฏิบัติตนให้ไปสู่ความหลุดพ้น และไปรวมเป็นหนึ่งเดียวกับพระพรหมเรียกว่า พรทมัน หรือ พรหมาตมัน ข้อ กำหนดที่ว่านี้นับเป็นหลักอันสำคัญอย่างยิ่งของศาสนาพราหมณ์ และเป็นบท บัญญัติอันแท้จริงของพระเวท ศาสนาพราหมณ์เป็นศาสนาที่ได้เกิดมีมาช้า นานแล้วในประเทศอินเดีย เป็นศาสนาของชนเผ่าอารยัน หรืออินโดยูโรเปียน ( Indo-Europen ) บรรพบุรุษของพวกอินโด-อารยัน ตั้งรกรากอยู่เหนือเอเซีย ตะวันออก ( ตอนกลางของทวีปเอเชีย - Cenural Asia ) โดยไม่มีที่อยู่เป็นหลัก แหล่ง กลุ่มอารยันต้องเร่ร่อนทำมาหากินเหมือนกันชนเผ่าอื่น ๆ ในจุดนี้เองที่ ทำให้เกิดการแยกย้ายถิ่นฐาน การเกิดประเพณี และภาษาที่แตกต่างกันออก ไป ชนชาติอารยันแยกออกไปเป็นกลุ่มใหญ่ ๓ กลุ่มโดย กลุ่มที่ ๑ แยกไปทางตะวันตกเข้าสู่ทวีปยุโรป ( ไปเป็นชนชาติต่างๆ ในยุโรป )
กลุ่มที่ ๒ ลงมาทางตะวันออกเฉียงใต้ อนุมานได้ว่าน่าจะเป็นชนชาติอิหร่านใน เปอร์เซีย กลุ่มที่ ๓ เป็นกลุ่มที่สำคัญที่สุด กลุ่มนี้แยกลงมาทางใต้ อาศัยอยู่ตามลุ่มแม่ น้ำสินธุ ( Indus ) มีชื่อเรียกว่า ฮินดู ชาวอารยันกลุ่มนี้เมื่อรุกเข้าในแถบ ลุ่มแม่น้ำสินธุแล้ว ก็ได้ไปพบกับชนพื้นเมืองที่เรียกว่า ดราวิเดียน ( Dravidain ) หรือมิลักขะ ( คนป่า ) บางครั้งก็เรียกว่า ทัสยุ ( ทาส ) ซึ่งหมาย ถึง ทาส ของอารยันนั่นเอง ก่อนที่จะถูกชนชาติอารยันเข้ามารุกรานนั้น พวก ทัสยุ หรือ ทาส นี้ ที่อยู่ในแถบลุ่มแม่น้ำสินธุมีความเชื่อ มีวัฒนธรรม และมี ศาสนาของตนอยู่ก่อนแล้ว ซึ่งการเริ่มต้นศาสนาของพวกอารยันก็ได้นำเอา ศาสนาของพวกทัสยุมาผสมผสานอยู่ด้วยเป็นอันมาก ศาสนาของชาวอารยัน นั้น เกิดขึ้นได้ด้วยมีมูลเหตุอย่างหนึ่งคือ ความไม่รู้จักภูมิศาสตร์ หมาย ถึงว่า ชาวอารยันดั้งเดิมนั้นมิได้มีความรู้ในมูลเหตุแห่งธรรมชาติ จึงได้ยกย่อง ธรรมชาติประเภทต่างๆ ขึ้นเป็นเทวะ ( เทพเจ้า ) และแบ่งออกเป็นหมวดสูงต่ำ เพื่อสะดวกแก่การนับถือและการทำบัตพลีจัดพิธีกรรมถวาย หมวดสูงต่ำแห่งเทวะนี้มีทั้งสิ้น ๓ หมวดคือ เทวะบนสรรค์ เช่น ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์
-------------------------------------------------------------------------------- ถ่ายทอดโดย boonsongserm เมื่อ วันที่ ๓ เดือนกรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๐ """""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""
|
| << | กรกฎาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | 31 | ||||