พิมพ์หน้านี้
|
จากการพิจารณาคำถามต่างๆในเบื้องต้น การเขียนความนำโดยทั่วๆไปจึงแบ่งออกได้เป็น 6 ประเภท เพื่อเน้นความสำคัญตามองค์ประกอบของข่าวดังนี้ 1. ความนำ "ใคร" (Who Lead) คือความนำซึ่งบุคคลหรือนิติบุคคลมีคุณค่าในข่าว ในด้านความมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของผู้ฟังทั่วไป หรืออาจมีอาชีพ เพศ อายุ และคุณลักษณะอื่นๆ ที่มีความเด่น ดังตัวอย่าง (สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ 15 พ.ค.47) นายกรัฐมนตรี ระบุ สถานการณ์ภาคใต้ดีขึ้น แม้จะมีฝ่ายก่อกวนอยู่บ้าง แต่ก็เชื่อว่าหากรัฐบาลใช้หลักเมตตาธรรม ต่อไปสถานการณ์จะคลี่คลายได้ (สำนักข่าว ไอเอ็นเอ็น 15 พ.ค.47) นายกรัฐมนตรี มั่นใจ แนวโน้มการแก้ปัญหาในพื้นที่ภาคใต้ มีทิศทางที่ดีขึ้น หลังเยาวชนที่หลงผิด กลับใจมาเข้ากับทางการ เพิ่มมากขึ้น จะเห็นว่าความนำข่าวข้างต้น เป็นความนำที่เกี่ยวข้องกับบุคคลที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของคนไทยทั่วไป ในฐานะนายกรัฐมนตรี ผู้บริหารสูงสุดของประเทศ 2. ความนำ "อะไร" (What Lead) คือความนำของข่าวที่บอกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หรือกำลังจะเกิดมีความสำคัญขึ้น และน่าสนใจกว่าข้อมูลที่ว่าใครเกี่ยวข้องอยู่ในเหตุการณ์นั้นๆ ดังตัวอย่าง ประมูลหมายเลขทะเบียนรถ ที่กรมการขนส่งทางบกวันนี้ เป็นไปด้วยความคึกคัก หมายเลขทะเบียน ษท 9999 มีราคาสูงสุด 1 ล้าน 5แสนบาท (สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์) ฝนตกดินถล่ม ส่งผลเกิดอุบัติเหตุรถทัวร์ประสานงานสิบล้อและกระบะ คนเจ็บเกือบ 10 ราย (สำนักข่าว ไอเอ็นเอ็น 15 พ.ค.47) 3.ความนำ "ที่ไหน" (Where Lead) คือ ความนำที่สถานที่ที่เกิดเหตุการณ์นั้นๆมีคุณค่าข่าวสูง เป็นที่น่าสนใจของผู้ฟัง ดังตัวอย่าง รัฐสภาป่วน!โทรศัพท์ลึกลับข่มขู่สร้างสถานการณ์เหมือนภาคใต้ ช่วงอภิปราย "วันนอร์" ด้าน"ธานี"ปฏิเสธเสียงแข็งทุกอย่างปกติ แค่มาตรวจเยี่ยมเท่านั้น (ผู้จัดการออนไลน์ศุกร์ที่ 21 พ.ค.47) 4.ความนำ "เมื่อไร" (When Lead) เป็นความนำซึ่งมีข้อมูลเกี่ยวกับเวลาที่เกิดขึ้นของเหตุการณ์ มีความสำคัญมากกว่าข้อมูลอื่น ตังอย่างเช่น วันนี้ เวลา 17.50 น. สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง พร้อมด้วยหม่อมศรีรัตน์ มหิดล ณ อยุธยา จากวังศุโขทัย ไปทรงประกอบพิธีมหาพุทธาภิเษกพระพุทธนิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศ (จำลอง) ณ อาคาร มหาเจษฎาบดินทร์ วัดยานนาวา เขตสาธร กรุงเทพมหานคร นายกรัฐมนตรีจุนอิชิโร โคอิซูมิเดินทางถึงเกาหลีเหนือแล้วในวันนี้ (22) โดยมีเป้าหมายเพื่อหารือเรื่องชาวญี่ปุ่นที่ ถูกลักพาตัวโดยเกาหลีเหนือเมื่อ 10 ปีที่แล้ว (ผู้จัดการออนไลน์ 22 พ.ค.47)5.ความนำ "ทำไม" (Why Lead) เป็นความนำซึ่งข้อมูลที่เป็นเหตุจูงใจ หรือสาเหตุของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีคุณค่าข่าวสูง และเป็นข้อมูลที่ดึงดูดความสนใจของผู้ฟังได้ดีกว่าข้อมูลอื่นๆ ดังตัวอย่าง กระแสก่อการร้ายที่กำลังคุกคามไปทั่วโลก ได้จุดประกายให้ประเทศต่างๆ หันมาให้ความสำคัญกับอุปกรณ์ป้องกันภัย และระบบข้อมูลข่าวสาร เพื่อป้องกันความเสียหายที่ จะเกิดขึ้นกับทรัพย์สินสาธารณะและส่วนตัว (ประชาชาติธุรกิจ 13 พ.ค.47) 6. ความนำ "อย่างไร" (How Lead) เป็นความนำซึ่งมีข้อมูลรายละเอียดของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความขัดแย้ง ผลกระทบต่อผู้ฟัง ความแปลกประหลาด ภัยพิบัติและความก้าวหน้า ซึ่งมีคุณค่าของข่าวสูง สามารถดึงดูดความสนใจของผู้ฟัง ที่ต้องการทรายรายละเอียดเพิ่มมากขึ้น ดังตัวอย่างรอยเตอร์ - นายกรัฐมนตรีของอังกฤษ โทนี แบลร์ และสมาชิกสภาต้องอพยพออกจากที่ประชุมรัฐสภา เมื่อมีมือดีสาดผงเพนท์บอลเข้ามานั้นถูกไหล่ของผู้นำอังกฤษ เมื่อวันพุธ(19พ.ค.47)ที่ผ่านมา จากประเภทของความนำโดยทั่วๆ ไปแล้ว ยังมีความนำแบบพิเศษ เป็นความนำทางเลือก หรือ ความนำเบา ซึ่งมีมากมายหลายประเภท ความนำเหล่านี้จะไม่กล่าวถึงประเด็นที่สำคัญที่สุดในเรื่องให้ผู้ฟัง ได้ทราบก่อนเหมือนความนำพื้นฐาน ที่อาจนำบทสรุปรายละเอียดที่สำคัญที่สุดไว้ในย่อหน้าต่อไป ขึ้นอยู่กับความคิดและ จินตนาการ ตลอดจนความสามารถในการสังเกตและการไหลเลื่อนทางความคิด เพื่อสร้างความนำที่เป็นเอกภาพ ความนำเบาที่กล่าวมานี้ มีความหลากหลายแต่โดยทั่วไปจะพบเห็นบนหน้าหนังสือพิมพ์เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งผู้ทำงานในด้านรายการวิทยุกระจายเสียงน่าจะศึกษาไว้ โดยแบ่งเป็นประเภทดังนี้ 1. ความนำแบบพรรณาหรือสร้างภาพพจน์ (Narrative or Picture or Colorful Lead) การนำประเภทนี้ใช้กับเหตุการณ์ประเภทที่มีสีสันหรืออารมณ์เข้ามาเกี่ยวข้อง โดยอาจจะบรรยายหรื่อพรรณาให้ผู้ฟังได้รับรู้เหตุการณ์เสมือนว่าได้อยู่ร่วมในเหตุการณ์นั้นด้วย การเขียนประเภทนี้ผู้เขียนต้องมีความสามารถทางภาษาในระดับสูง จึงจะสามารถเลือกใช้คำที่จะทำให้ผู้ฟังได้เห็นภาพได้ 2. ความนำแบบอ้างคำพูดหรืออัญพจน์ (Quote or Quotation Lead) ความนำประเภทนี้ เป็นความนำที่อ้างคำพูดของบุคคลในข่าวมาขึ้นต้น โดยข้อความนั้นต้องเป็นข้อความที่สำคัญ อาจจะเป็นประโยคยาวหรือข้อความสั้นๆก็ได้ แต่ต้องไม่ยาวจนเกินไป 3. ความนำแบบเผ็ดร้อน (Punch Lead)เป็นความนำที่ใช้กับเรื่องหนัก จริงจัง ความนำประเภทนี้จะใช้คำที่มีความหมายหนักแน่น ที่ตรงกับลีลาและน้ำหนักของเรื่อง 4. ความนำแบบเปรียบเทียบ (contrast Lead) ความนำประเภทนี้เหมาะที่จะใช้กับข่าวที่มีองค์ประกอบด้านความขัดแย้งมาขึ้นต้น ส่วนใหญ่จะเป็นข่าวการเมือง ที่เกี่ยวเนื่องกับปัญหานโยบายหรือสังคม มากกว่า 2 ฝ่ายขึ้นไป และเป็นเรื่องที่ยังไม่มีข้อยุติแน่นอน 5. ความนำแบบคำถาม (Question Lead) ความนำแบบนี้ เริ่มด้วยคำถามตามด้วยคำตอบหรือแนวทางที่จะหาคำตอบให้แก่คำถามดังกล่าว เหมาะที่จะใช้กับรายงานข่าวเบาๆ สนุกสนาน หรือขบขัน อีกทั้งยังเหมาะที่จะใช้รายงานข่าวหรือเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ ที่ไม่ทราบว่าผลจะออกมาเช่นไร เช่น การแข่งขันกีฬานัดสำคัญๆที่ยังไม่รู้ว่าใครแพ้ใครชนะ บรรยากาศการแข่งขันที่ต้องการให้ผู้ฟังติดตามผลการแข่งขันไปด้วย 6. ความนำแบบให้ภูมิหลัง (Background Lead) เป็นความนำที่ใช้กับรายงานเหตุการณ์ที่มีความต่อเนื่องมาจากอดีต แล้วเริ่มคลี่คลาย หรือมีความคืบหน้าสมควรแก่การรายงานข่าวให้ผู้ฟังได้ทราบ และเพื่ให้ผู้ฟังเข้าใจที่มาหรือความเดิมของเรื่องจึงต้องเติม "ภูมิหลัง"ไว้ในความนำด้วย 7. ความนำแบบหลักการ (None of the AboveLead) หมายถึงความนำแปลกใหม่ที่ไม่มีหลักการที่กล่าวมาข้างต้น การเขียนความนำประเภทนี้ ไม่มีข้อจำกัดตายตัว สามารถพลิกแพลงได้ตามเหตุการณ์ที่ต้องการนำเสนอ เพื่อดึงดูดความสนใจ และเปลี่ยนแปลงบรรยากาศให้เหมาะสมกับลีลาของเรื่อง ซึ่งผู้ฟังจะได้รับความสนุกสนาน ความทึ่ง เร้าใจ พร้อมๆกับข่าวสารที่เราต้องการนำเสนอด้วย การเขียนความนำข่าววิทยุกระจายเสียงที่ดี จากหลักการในการเขียนความนำพื้นฐาน ความนำพิเศษหรือความนำเบาที่ได้กล่าวมาแล้ว ผู้เขียนควรยึดหลักการเขียนความนำข่าวที่ดีซึ่งมีองค์ประกอบดังนี้ 1. ต้องกระชับ (Be Concise) ซึ่งจะช่วยให้ผู้ฟังเข้าใจง่ายขึ้น โดยมีความยาวไม่เกิน 2-3 บรรทัดพิมพ์ ถ้าเกินกว่าถือว่ายาวไป ควรตรวจสอบใหม่และตัดคำหรือข้อความที่ซ้ำซาก และรายละเอียดบางอย่างไว้ในย่อหน้าต่อไป ความนำควรรายงานเฉพาะจุดเด่น หรือ (Highlight) ของเรื่อง เฉพาะที่สำคัญ เพื่อแสดงความคิดของตัวเองให้กระชับที่สุด 2. มีความชัดเจน เฉพาะเจาะจง (Be Specific) ที่มีรายละเอียดที่น่าสนใจและเฉพาะเจาะจง ชัดเจน ทำให้ผู้ฟังนึกถึงภาพเหตุการณ์ หรือสามารถจินตนาการถึงภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ ตัวอย่าง 3. ใช้คำที่มีความหมายหนักแน่น (Strong Words) ซึ่งการใช้คำเพียงคำเดียว สามารถเปลี่ยนแปลงความนำธรรมดาให้เป็นความนำที่น่าสนใจ หรือเร้าความสนใจของผู้ฟัง และอาจสร้างความตื่นเต้นมีสรสันหรือภาพพจน์ให้เกิดขึ้นได้ 4. เน้นถึงความสำคัญของข่าว เช่นการระบุรายละเอียดต่างๆที่เกี่ยวข้องกับผลกระทบที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จากการเกิดภัยพิบัติต่างๆ ตามข้อเท็จจริง 5. ควรเน้นเรื่องที่ไม่ปกติ (Unusual) หรือสิ่งที่คาดไม่ถึง ไม่คาดฝัน ที่มีความสำคัญหรือมีแนวโน้มว่า จะมีความสำคัญต่อไปในอนาคต และสามารถดึงดูดความสนใจของผู้ฟังได้ 6. ความนำควรมีเรื่องใกล้ตัวกับผู้ฟัง ซึ่งควรระบุท้องที่หรือถิ่นที่อยู่ที่มีความเกี่ยวข้องกับเรื่องหรือเกี่ยวข้องกับผู้ฟัง รวมทั้งระบุบุคคล สถานที่ และเหตุการณ์ที่ผู้ฟังคุ้นเคย 7. ความนำที่ดีที่สุดต้องเข้าใจง่ายและตรงประเด็น(To the Point) เพื่อให้ผู้ฟังจับใจความได้เร็ว ไม่ต้องรอฟังเนื้อหาข่าวโดยละเอียด |
| << | พฤศจิกายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | |