• boonta
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : [email protected]
  • วันที่สร้าง : 2007-10-16
  • จำนวนเรื่อง : 49
  • จำนวนผู้ชม : 522287
  • ส่ง msg :
  • โหวต 149 คน
boonta-education
..............................................................................
Permalink : http://www.oknation.net/blog/boonta-education
วันอังคาร ที่ 6 พฤศจิกายน 2550
Posted by boonta , ผู้อ่าน : 41894 , 21:36:33 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

การจัดนิทรรศการจให้ได้ดีนั้น มีองค์ประกอบที่ต้องคำนึงถึงอยู่หลายประการ ที่สำคัญคือ

1.ผู้ชม

        การสื่อสาร ไม่ว่ารูปแบบใด จะได้ผลดีหรือไม่นั้นต้องอาศัยการวิเคราะห์ประชากรที่เป็น
กลุ่มเป้าหมายของสารนั้นอย่างรอบคอบ เพราะจะต้องจัดการให้สอดคล้องกับหลักจิตวิทยาของ
การรับรู้และหลักจิตวิทยาสังคมของกลุ่มผู้รับสาร ซึ่งมีอยู่ต่าง ๆ กัน การออกแบบนิทรรศการ
จะต้องออกแบบให้ผู้ชมที่เป็นเป้าหมาย รับรู้ได้ถูกต้องและง่าย ในด้านจิตวิทยาสังคม สิ่งที่จะจัด
จะต้องสอดคล้องกับอารมณ์ ความรู้สึก ความต้องการของผู้ชม จึงจะได้ผลดีการจัดนิทรรศการ
ทำไมจึงต้องนึกถึงผู้ชมก่อน หมายถึงว่า ทำไมต้องรู้ว่าจะจัดให้ใครดู หรือผู้ดูเป็นใคร อาจเป็น
เพราะ  

         - เขาเป็นลูกค้า
         - เขากำลังเรียนเรื่องนี่อยู่
         - เพื่อกระตุ้นความต้องการ
           ของเขา
          ฯลฯ

 

      
        การจัดนิทรรศการ ต้องจัดให้สอดคล้องกับพื้นฐานความรู้ วัฒนธรรม ความเชื่อ การศึกษา
เศรษฐกิจและสังคม ฯลฯ ของเขา ก่อนที่จะจัดนิทรรศการ เราจะต้องรู้ว่า จัดให้ใครดู ผู้ดูเป็นคน
ระดับใด เราประสงค์จะเปลี่ยนพฤติกรรมของเขาไปในทางใด คือ ดูแล้ว ผู้ดูจะได้อะไร สำหรับ
ผู้ดูเราควรรู้จักเขาบ้าง สิ่งที่เราควรรู้ได้แก่ เพศ , วัย , ระดับการศึกษา , ขนบธรรมเนียม
ประเพณีและวัฒนธรรม, ความเชื่อ , ความสนใจและความต้องการ , สถานภาพทางเศรษฐกิจ,
อาชีพ


        การที่เรารู้จักสิ่งเหล่านี้ เราต้องหาข้อมูล สอบถาม สำรวจ สัมภาษณ์ ออกแบบสอบถาม
สังเกต การชมนิทรรศการถ้าคิดว่าผู้ชมอาจจะเข้าใจได้ยาก ควรทำหนังสือแนะนำเกี่ยวกับ
นิทรรศการที่จัด มีการสรุปเรื่องราวต่าง ๆ ที่จัด ไว้ในหนังสือหรือเอกสารคู่มือนั้น หรือไม่ก็มีการ
นำชม ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นเกี่ยวกับผู้ชมก็คือ ผู้ชมอาจจะมีน้อย เนื่องจากมีคู่แข่ง เช่น มีการ
จัดงานอื่นในบริเวณใกล้เคียงกัน หรือมีการถ่ายทอดสดรายการโทรทัศน์สำคัญ ๆ เช่น การ
แข่งขันชกมวบชิงแช้มป์โลก หรือ แข่งขันฟุตบอลล์นัดสำคัญ ซึ่งเป็นที่สนใจของผู้คน ก็จะทำให้
มีผู้มาชมนิทรรศการของเราน้อยลงไป

 

2.เนื้อหา
        เนื้อหาของการจัดนั้น ต้องนึกถึงผู้ชมว่า จะให้ประโยชน์แก่ผู้ชมแค่ไหน พิจารณาดู
เนื้อหาที่จะจัดนั้นว่า มีวิธีการนำเสนอเนื้อหานั้นได้ดีกว่าการจัดนิทรรศการหรือไม่ ถ้าจัด
จะหาสิ่งของมาแสดงตามเนื้อหาได้หรือไม่ การจัดนิทรรศการใหญ่ ๆ ทั้งหลาย บ่งให้เห็นว่า
นโยบายของการจัด ได้แก่ความพยายามหลีกเลี่ยงเรื่องที่ บทความ หนังสือ หรือเอกสาร
ประกอบภาพ หรือมีเนื้อหาที่นำเสนอบนเว็บไซด์ต่าง ๆ อยู่แล้ว สามารถอธิบายได้ดีเท่า
หรือดีกว่า

        อย่างไรก็ดี นิทรรศการกับสิ่งพิมพ์ มักทำหน้าที่แทนกันไปแทนกันมาได้ถ้าหากจะ
ถือเรื่องนี้เป็นกฎตายตัว ก็ค่อนข้างอันตรายอยู่สักหน่อยเหมือนกันนอกจากนี้ โดยธรรมชาติ
ของนิทรรศการชั่วคราวและนิทรรศการเคลื่อนที่ มันมีหน้าที่ประชาสัมพันธ์และดึงดูดความ
สนใจของคนกลุ่มใหญ่ซึ่งสิ่งพิมพ์ไม่อาจเข้าถึงได้ ถ้าพูดถึงราคาของการจัดแล้ว นิทรรศการ
อาจจัดได้ถูกกว่าสิ่งพิมพ์มากข้อดีอันสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ นิทรรศการ ใช้ของจริง เป็นสิ่งที่มี
มิติ ย่อมดีกว่าภาพ ซึ่งจำลองมาจากของจริงอีกทอดหนึ่ง การพิจารณาปัญหาเหล่านี้ พึงกระทำ
เป็นกรณี ๆ ไป พร้อมกับการพิจารณาองค์ประกอบอื่นไปด้วย

        ชื่อเรื่องของนิทรรศการหรือหัวเรื่องใหญ่ นับว่าเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องคำนึงถึง เพราะ
มันเป็นตัวแจ้งแก่ผู้คนว่า นิทรรศการนี้จัดเกี่ยวกับอะไร ตรงกับความต้องการหรือความสนใจ
ของเขาที่ควรจะไปดูหรือไม่ และเป็นการกำหนดสำหรับผู้จัดว่า ภายใต้หัวเรื่องใหญ่นี้ จะมีเนื้อหา
ย่อยอะไรบรรจุอยู่บ้าง หัวเรื่องใหญ่ หรือชื่อเรื่องของนิทรรศการ ต้องตั้งชื่อให้น่าสนใจ
และให้ครอบคลุมเนื้อหา ย่อยที่จะจัดแสดงให้ครบถ้วน เมื่อมีหัวเรื่องใหญ่แล้ว ก็ต้องพิจารณา
ต่อไปว่า ภายใต้หัวเรื่องนี้ เนื้อหาย่อยที่เราจะแสดงมีอะไรบ้าง เนื้อหาย่อยเปรียบเสมือนบท
ต่าง ๆ ของหนังสือ ขณะที่หัวเรื่องใหญ่ของนิทรรศการคือชื่อหนังสือ

        สิ่งที่น่าจะต้องคิดในเรื่องเนื้อหาย่อยก็คือ มันจะต้องอยู่ในขอบเขตของหัวเรื่องใหญ่ของ
นิทรรศการ และมีอยู่หลายหัวเรื่องย่อยในจำนวนพอสมควร นอกจากนี้จะต้องพิจารณาด้วยว่า
การวางลำดับหัวเรื่องย่อย จำเป็นหรือไม่ หมายความว่า ผู้ชมจะเข้าใจนิทรรศการทั้งหมดได้
้เขาจะต้องดูในสิ่งที่ควรดูก่อนหลังตามลำดับหรือไม่ เหมือนกับการอ่านหนังสือไปทีละบท ตั้งแต่
บทที่ 1 ไปจนจบหนังสือเล่มนั้น ถ้าจำเป็น การจัดทางเดินสำหรับผู้ชม ก็จะต้องมีการกำหนด เส้น                                                                     ทางเดินอาจมีลูกศรฃี้ ให้เดินชมตามเส้นทางที่กำหนดเป็นลำดับ

 

 

3.ขนาดของนิทรรศการ
       นิทรรศการจะมีขนาดใหญ่หรือเล็ก ย่อมขึ้นอยู่กับเนื้อหาที่แสดง และบริเวณเนื้อที่ในการจัด
ที่มีอยู่ นอกจากนี้ก็ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาในการจัด ตลอดจน เวลาและทุนรอนสำหรับดำเนินการ ซึ่ง
มีผลต่อนิทรรศการด้วยเหมือนกัน เราอาจแบ่งนิทรรศการออกเป็น 3 ขนาด ดังนี้

        1. Display เป็นการจัดนิทรรศการเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น จัดบอร์ด เผยแพร่ความรู้ นำสิ่ง
ของมาตั้งวาง หรือจัดติดผนัง ที่ว่างตามห้องโถง ที่ว่างทางเดิน ระหว่างอาคาร, บริเวณใต้ถุน
ตึก เป็นต้น เป็นการจัดที่ไม่ใหญ่โตมากนัก
        2. Exhibition เป็นการจัดที่ค่อนข้างซับซ้อน ใหญ่โตกว่า Display ครอบคลุมเนื้อหา
มากขึ้น การจัดกว้างขวางขึ้น เสมือนกับเป็นการนำเอา Display หลาย ๆ Display มารวมกัน
มีเรื่องราวที่ต้องเรียนรู้มากขึ้น ใช้พื้นที่กว้างขวาง เช่น ในสนามกีฬา ในบริเวณโรงเรียน ใน
ลานวัด ในมหาวิทยาลัย หรือสถานที่อื่นใดที่มีพื้นที่กว้างขวาง
        3. Exposition หรือที่มักเรียกกันว่า EXPO เป็นการจัดนิทรรศการที่ใหญ่โตมหึมาเลย
ทีเดียว อาจเป็นระดับชาติ หรือนานาชาติ

 

4.การออกแบบการจัด
     
รูปแบบของการจัดนิทรรศการจะเป็นเช่นไร ย่อมขึ้นอยู่กับเนื้อหาของนิทรรศการเอง กับผู้ที่จะมาชม นิทรรศการเกี่ยวกับสงคราม การรบ อาจจะมีรูปแบบการจัด การให้แสง ที่แตกต่างจากนิทรรศการเกี่ยวกับการแพทย์ การพยาบาล สาธารณสุข และย่อมแตกต่างจากนิทรรศการเกี่ยวกับเทคโนโลยีใหม่ ๆ เช่น คอมพิวเตอร์ หรือเครื่องจักรกล เป็นต้น
การออกแบบการจัดเป็นแบบใด ย่อมแล้วแต่เนื้อหาของเรื่อง และวัตถุสิ่งของที่จะนำมาแสดง หัวข้อพิจารณาเพื่อวางแผนออกแบบการจัดที่ควรคำนึงถึง ได้แก่
        1. สถานที่ จะต้องรู้ว่า จัดที่ไหน ถ้าเป็นในอาคารต้องรู้ว่า ตรงไหน ห้องใด มีเนื้อที่เท่าใด ลักษณะพื้นห้องเป็นอย่างไร อยู่กลางอาคาร หรือหัวอาคาร มีประตูเข้า ออก อย่างไร ทิศทางของแสงที่เข้ามาทางประตู หน้าต่าง เป็นอย่างไร(หากเป็นเวลากลางวัน)
        2. ลักษณะของเนื้อที่และการแบ่งส่วน อาจเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า สี่เหลี่ยมจัตุรัส หรือ สี่เหลี่ยมคางหมู สามเหลี่ยม หกเหลี่ยม ควรแบ่งส่วนอย่างไร จึงจะมีเนื้อที่ภายในเพียงพอกับการแสดงเรื่องราว
        3. เส้นทางเดินของผู้ชม จัดทาง เข้า - ออก ให้ดี สิ่งที่น่าสนใจมาก ไม่ควรติดตั้งไว้ตรวหัวเลี้ยวหรือที่แคบ ผู้คนจะแออัด สัญจรไม่สะดวก ควรคำนึงถึงที่ว่าง เพื่อให้คนเดินได้อย่างสบาย ถ้าเป็นจุดอับ ควรติดตั้งสิ่งที่แสดงไว้ในที่สูง ควรมีลูกศรบอกทางเดิน สิ่งของที่ต้องการวางในที่ต่ำ ควรวางในที่มีบริเวณกว้าง ควรมีที่ว่างนอกเหนือจากช่องทางเดิน เพราะบางครั้งแทนที่ผู้ชมจะเคลื่อนไปตามความพอใจของเขา แต่ต้องกลับกลายเป็นต้องเคลื่อนที่ไปเพราะถูกคนข้างหลังดัน จำเป็นต้องเคลื่อนไป ทั้ง ๆ ที่กำลังสนใจในสิ่งที่กำลังดูอยู่ ทำให้ไม่ได้รับความรู้ในสิ่งที่ต้องการ
        
4. ควรมีเก้าอี้ ม้านั่ง เพื่อให้ผู้ชมนั่งพัก เพราะอาจเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าจากการเดินชมนิทรรศการ และควรมีจุดบริการ เครื่องดื่ม หรืออาหารว่างไว้อย่างเพียงพอ พร้อมทั้งมีที่ทิ้งขยะติดตั้งไว้ในที่อันควรและเพียงพอด้วย

 

5.ค่าใช้จ่าย
     
ค่าใช้จ่ายในที่นี้คงจะไม่กล่าวโดยละเอียด เพราะผู้คนส่วนมาก จะทำอะไรก็จะต้องวางแผน ในการใช้จ่ายกันจนเคยชินแล้ว แต่สิ่งที่ควรคำนึงถึงในเรื่องค่าใช้จ่ายในการจัดนิทรรศการ ได้แก่
        -
ค่าชื่อ เช่า สิ่งของที่จะนำมาแสดง
        -
ค่าติดตั้ง รื้อถอน (ค่าแรง)
        -
ค่าเช่าเครื่องมือ
        -
ค่าเดินทาง ค่าขนส่ง ค่าตอบแทนคนขับรถ ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง
        -
ค่าประชาสัมพันธ์
        -
ค่าบำรุงรักษา ค่าจ้างยามรักษาการณ์
        -
ค่าคนทำความสะอาด
        -
ค่าประกันของเสียหาย
        -
ค่าตกแต่ง (รวมค่าตอบแทนสำหรับมัณฑนากร)
        -
ค่าอาหาร - เครื่องดื่ม สำหรับบุคลากร ผู้ร่วมงาน หรือผู้ที่มาให้ความช่วยเหลือ
        -
ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด
        
นิทรรศการที่จัดโดยสถานศึกษานั้น มักเสียค่าใช้จ่ายต่ำกว่านิทรรศการทางธุรกิจการค้า แต่ถึงอย่างไรก็คงใช้เงินจำนวนไม่น้อย สถาบันการศึกษาที่จะขอรับการสนับสนุนด้านงบประมาณจากบริษัท ร้านค้า ในการจัดนิทรรศการชั่วคราว หรือนิทรรศการเคลื่อนที่ ต้องกระทำอย่างระมัดระวัง และตกลงกันให้ดีในรายละเอียดที่ทั้งสองฝ่ายพึงพอใจ ด้วยการตกลงกันไว้ล่วงหน้าก่อนลงมือทำงานจริง ๆ เพราะปกติ บริษัท ห้างร้านก็จะต้องการโฆษณาตัวเอง แต่สถานศึกษาต่าง ๆ ไม่อาจทำตนเป็นเครื่องมือให้ได้ สถานศึกษาอาจมีการประกาศกล่าวขอบคุณ ผู้ให้การสนับสนุน ขณะที่มีการกล่าวรายงาน หรือกล่าวเปิดงาน ในพิธิเปิดนิทรรศการ หรืออาจจะพิมพ์ชื่อผู้สนับสนุน ไว้ตอนท้ายของเอกสารแนะนำการเยี่ยมชมนิทรรศการ ก็ย่อมทำได้ ทั้งนี้ก็ควรจะอยู่ในดุลพินิจของผู้บริหาร หรือ คณะกรรมการฯ

 

6.ระยะเวลาของการจัด
         ระยะเวลาของการจัดนิทรรศการ หากเป็นนิทรรศการชั่วคราว มักจัดกันระหว่าง 1 - 7 วัน แต่บางอย่างอาจจัดหลายเดือน ซึ่งขึ้นอยู่กับองค์ประกอบหลายอย่าง เช่น แหล่งที่จะได้วัสดุสิ่งของมาแสดง งบประมาณ บุคลากร โปรแกรมฯ ลฯ เวลานั้น อาจรวมถึงเวลาในการเตรียมการติดตั้งและรื้อถอน รวมทั้งการเดินทาง เพราะมีผลต่อค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น นิทรรศการใหญ่ ๆ ต้องใช้เวลาในการวางแผนติดตั้ง และขนย้ายมากพอสมควร

 

 7.ความร่วมมือจากชุมชน
        ความร่วมมือจากชุมชนหมายถึง การให้ชุมชนมีส่วนร่วม หรือมาจัดกิจกรรมให้สัมพันธ์กับนิทรรศการที่แสดง คุณค่าของนิทรรศการแบบชั่วคราว หรือ แบบเคลื่อนที่ จะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล ถ้าหากสามารถส่งเสริมให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในนิทรรศการที่แสดงอยู่ ซึ่งต้องขอความร่วมมือจากชุมชนนั้น ๆ โดยการประชาสัมพันธ์ เชิญมาประชุม หรือบางทีอาจยืมสิ่งของต่าง ๆ ที่มีในชุมชนมาแสดง เช่น จากหน่วยงานต่าง ๆ หรือของเอกชน เป็นต้น

        การเปิดนิทรรศการแบบชั่วคราวหรือแบบเคลื่อนที่ นั้น นับว่าเป็นโอกาสที่ต้องทำ เพื่อความเป็นพิเศษ งานเลี้ยงในพิธีเปิดงานต้องจัดอย่างรอบคอบ เพราะอาจถูกมองว่าเป็นงานสังคมหรืองานเลี้ยงมากกว่านิทรรศการ ต้องทำโดยไม่ให้หนักไปในทางที่จะเสียงานได้

 

8.สิ่งของที่จะนำมาแสดงและการติดตั้ง

สิ่งของที่จะนำมาแสดง ควรผ่านการพิจารณาในด้านคุณสมบัติบางประการเสียก่อน เพื่อให้นิทรรศการมีผลดีที่สุด เท่าที่จะคิดทำให้เป็นไปได้ เป็นธรรมดาการเลือกว่าจะนำวัตถุชนิดใดมาแสดงในนิทรรศการ ย่อมต้องแล้วแต่ว่าเรามีอะไรอยู่เท่าใด มีเนื้อที่สำหรับจัดเท่าใด ตลอดจนเรื่องอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง วัตถุที่นำมาแสดงแบ่งกว้าง ๆ ได้ 2 พวกคือ
วัตถุ 2 มิติ และวัตถุ 3 มิติ วัตถุ 2 มิติ เช่น ภาพต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นภาพถ่ายหรือภาพวาด แผนภูมิ แผนสถิติ แผนภาพ เป็นต้น วัตถุ 3 มิติ เช่น หุ่นจำลอง ของจริง ของที่ดองไว้ ไดโอรามา (Diorama) การจัดแสดงต้องให้ผู้ชมทราบว่า สิ่งนั้นคืออะไร มีคุณสมบัติอย่างไรการติดตั้งวัตถุสิ่งของที่นำมาแสดง        การออกแบบติดตั้งสำหรับนิทรรศการแบบชั่วคราวหรือแบบเคลื่อนที่ หากทำเป็นคราว ๆ ไป ถือว่า ดี หากคิดว่าทำแล้วจะปรับใช้ในโอกาสอื่นได้ด้วย การออกแบบมักซับซ้อน คนที่ไม่รู้จักระบบการติดตั้ง อาจจะงง ทำให้เสียเวลาในการติดตั้ง
 การติดตั้งต้องให้คนได้เห็นคุณสมบัติต่าง ๆ ได้ครบถ้วนตามวัตถุประสงค์ของผู้จัด เช่น แสดงเหรียญ ต้องให้ผู้ดูได้เห็นทั้ง 2 หน้า เราจะมีวิธีการอย่างไรให้ผู้ดูได้เห็นเหร๊ยญทั้งสองหน้า จะใช้เหรียญ 2 อัน มาวาง แสดงทีละหน้า หรือจะนำเหร๊ยญอันเดียวตั้งบนแท่น ที่มีมอเตอร์หมุนได้รอบตัวอย่าง ช้า ๆ เป็นต้น

 

  9.ศิลปะการจัด                                                                   

ศิลปะการจัด หมายถึง การเตรียมวัตถุสิ่งของที่จะนำมาแสดงให้อยู่ในสภาพที่ติดตั้งได้ และติดตั้งให้ถูกหลักศิลปะด้วย การต่อตู้สำหรับนิทรรศการ ควรต่อโดยเฉพาะสำหรับวัตถุที่จะนำมาแสดง ไม่ใช่นำตู้อะไรก็ได้มาใส่ก็ใช้ได้
การเตรียมวัตถุ 2 มิติ ควรใส่กรอบ หรือทำให้แข็งแรงทนทาน ทำให้มีศิลปะ สวยงาม มีคุณค่า อย่างน้อยก็ควรผนึกลงบนกระดาษแข็ง หรือแนบโฟม ก็ได้ แล้วตัดแต่งกรอบให้เรียบร้อยสวยงาม ของแข็งก็มีหลายอย่าง เช่น เป็นผง เป็นเม็ด เป็นก้อน การตั้งแสดงต้องให้ผู้ดูรู้ว่าสิ่งนั้นเป็นของแข็งหรือของเหลว

        สำหรับการจัดป้ายนิเทศ ไม่ใช่นำอะไรต่ออะไรมาติดเต็มไปหมดทั้งภาพและคำบรรยาย โดยเกรงว่า จะมีเนื้อที่ว่างมากเกินไป เป็นวิธีการที่ไม่ถูกต้องนัก การจัดป้ายนิเทศควรคำนึงถึง

        1. ให้มีจุดสนใจ (Center Interest) อาจใช้สี, ขนาด, ฟอร์มแปลก ๆ, ที่ว่าง, ลูกศรนำทิศทางของสายตา เป็นต้น
        2. สมดุลย์ (Balance) อาจจัดให้สมดุลย์ด้วยความรู้สึก ใช้สี ขนาด การเว้นระยะ อาจจัดเป็นรูปตัว L , N, C หรือ U หรือแบบอื่น ๆ
        3. เอกภาพ (Unity) หรือความเป็นหนึ่ง เป็นกลุ่มก้อน ไม่แตกแยก ต้องอาศัยสิ่งเชื่อมให้เป็นพวกเดียวกัน เช่น ใช้สี เส้น การวางระยะให้เป็นแบบเดียวกัน ฟอร์มเหมือนกัน อาจใช้เส้นสายเชื่อมโยงก็ได้
        4. การใช้สีตัดกัน (Contrast) ต้องมีสีตัดกันระหว่างสิ่งรองรับ กับวัตถุที่นำมาแสดง สิ่งรองรับไม่ควรเด่นกว่าวัตถุ พื้นต้องส่งให้วัตถุเด่นขึ้น สีเทาสนับสนุนให้สีอื่นเด่นขึ้นเกือบทุกสี
        5. พื้นผิว (Texture) อาจเป็นวัตถุธรรมชาติ หรือสิ่งที่มนุษย์สังเคราะห์ขึ้นก็ได้

 

10.คำบรรยายและอักษรที่ใช้

 คำที่ใช้ในป้ายนิเทศมี 2 แบบคือ
        1. ชื่อเรื่อง
        2. คำบรรยาย
        ชื่อเรื่อง ควรเป็นคำถาม และคำถามนั้น เจาะถามผู้ดู หรือใช้สรรพนามของผู้ดูใส่ลงไปในนั้นด้วยก็ได้ หรือ ชื่อเรื่อง อาจเป็นการเล่นอักษร เล่นสละ เล่นพยัญชนะ เป็นคำกลอน อุปมาอุปไมย ก็ได้ สำหรับคำบรรยายควรใช้คำธรรมดา อย่าเล่นสำนวนมาก
        การทำป้ายอักษรต้องมี Readability คือ ต้องก่อให้เกิดการอ่านได้ จับใจความได้เป็นที่เข้าใจ โดยใช้ให้เหมาะกับระดับความสามารถ และประสบการณ์พื้นฐานของผู้ชม ยกเว้นศัพท์เทคนิคที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ควรใช้คำบรรยายแต่น้อย ใช้เท่าที่จำเป็น นิทรรศการมีไว้ให้ดู ไม่ใช่มีไว้ให้อ่าน (Exhibition is seen not read) แต่ก็มิใช่ไม่มีคำบรรยายเสียเลย ควรมีบ้าง แต่อย่าถึงกับน่าเบื่อหน่าย การอ่านเป็นรองจากการดู การอ่านจะทำให้เข้าใจดีขึ้น การอ่านจะช่วยนำทางการดู ข้อความควรกระทัดรัด ได้ใจความ
        Readability ทางด้านเทคนิค ได้แก่ แบบของอักษร ขนาด สีตัดกัน ความสว่างของตัวอักษร คำบรรยาย ควรใช้อักษรแบบราชการ อ่านง่าย เรียบร้อย อักษรแบบตลกไม่เหมาะที่จะใช้บรรยายในนิทรรศการ แต่เหมาะสำหรับทำโปสเตอร์ นอกจากมีความเรียบร้อยแล้ว ควรคำนึงถึงความบรรจง อ่านง่าย เว้นช่องไป เว้นบรรทัดให้เหมาะสม ขนาดของอักษรขึ้นอยู่กับระยะทางระหว่างผู้ดูกับตัวอักษร ซึ่งได้เคยกล่าวไว้ในเรื่องการผลิตสื่อการสอนแล้ว แต่เพื่อไม่ให้ท่านต้องเสียเวลากลับไปดูอีก จะขอนำเสนอในที่นี้ด้วยคือ

ระยะห่างของผู้ชม

ความสูงของตัวอักษร

8 ฟุต

1/4 นิ้ว

16 ฟุต

1/2 นิ้ว

32 ฟุต

1 นิ้ว

64 ฟุต

2 นิ้ว


        การใช้สีระหว่างพื้นและอักษร ควรใช้พื้นสีอ่อนตัดกับอักษร ให้ตัวอักษรเด่นขึ้น บางทีอาจใช้อักษรเปล่งแสงได้ สีของอักษรไม่ควรกลมกลืนกับสีของ Background จะทำให้ข้อความไม่เด่น เช่น ใช้อักษรสีเหลืองอ่อนบนพื้นสีขาว สีพื้นไม่ควรใช้สีสดใสกว่าอักษรหรือภาพที่นำเสนอ

       ป้ายในนิทรรศการ อย่าให้ใหญ่โตรกรุงรังมากนัก เรื่องเดียวกันควรทำให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เช่น ฟอร์มเดียวกัน ใช้สีกลุ่มเดียวกัน ขนาดของป้ายขึ้นอยู่กับข้อความว่ามากน้อยเพียงใด

 

  11.การให้แสง

        บางครั้ง การให้แสงที่เหมาะสมแก่วัตถุที่ตั้งแสดงในนิทรรศการ จะทำให้สิ่งที่แสดงอยู่นั้นโดดเด่น มีความสำคัญ มีคุณค่า และดึงดูดความสนใจจากผู้ชมได้ไม่น้อย
การให้แสงที่เป็นจุด เน้นเฉพาะจุด เรียกว่า Spot Light ให้เงารุนแรงมาก ถ้าไฟอยู่ที่สูง เงาจะเอียงลงตามมุม มีความแข็งกร้าวมาก ให้ High Contrast แต่ไม่เห็นรายละเอียดมากนัก ส่วนที่ถูกแสงจะสว่างจ้า ส่วนที่เป็นเงาจะมืดมาก แสงลักษณะนี้ ทำให้วัตถุที่แสดงนั้นแข็งกร้าว แข็งแกร่ง เข้มแข็ง

 

        ถ้าต้องการให้เห็นเป็นมิติ และเห็นรายละเอียด ต้องใช้ไฟดวงอื่นเข้ามาช่วย เพื่อลดความลดความเข้มของเงาที่ทอดขึ้น อย่าให้แสงเข้าตรงหน้าวัตถุตรง ๆ จะทำให้วัตถุนั้นดูแบน ควรให้แสงเข้าทางด้านข้างประมาณ 45 องศา จะทำให้ดูเป็น 3 มิติ
        ไฟ Flood ให้แสงที่แรงกว่า Fluorescent กินบริเวณกว้างกว่า Spot Light ไฟ Flood นิยมใช้ในการถ่ายภาพยนตร์ โทรทัศน์ เหมาะสำหรับนิทรรศการที่เป็นกลุ่มรวม
        การให้วัตถุ Contrast กับฉากหลัง เรียกว่า Background Lighting คือให้ไฟส่องฉากหลังเพื่อให้เห็นฟอร์มของสิ่งที่แสดงเท่านั้น ทำให้เหมือนมืดทมึน ถ้าต้องการให้เห็นรายละเอียดนิดหน่อย ก็ให้แสงชดเชยที่อ่อนกว่า Background

        Back Lighting คือการให้แสงเข้าทางด้านหลังของวัตถุนั้น ถ้าวัตถุไม่มีแสงในตัวเองก็ต้องใช้แสงส่อง ถ้าวัตถุมีสีขาวหรือสีดำ การให้แสงจะค่อนข้างลำบาก ต้องพิจารณาให้ดี ถ้าเป็นวัตถุแวววาว เรืองแสง ควรให้ Background มืด เช่น ของเหลว (น้ำ) ให้แสงส่องเข้าทางด้านล่างจะดีที่สุด บางส่วนของนิทรรศการ อาจใช้ไฟที่ไม่ได้เปิดไว้ จะเปิดไฟก็ต่อเมื่อต้องการดูเท่านั้น เมื่อไม่ดูก็ปิดไฟ 

 

12.เทคนิคการเสริมความน่าสนใจ

        ความน่าสนใจอย่างหนึ่งในนิทรรศการก็คือ การแจก เช่น แจกสูจิบัตร (คู่มือการชมนิทรรศการ) ในสูจิบัตร อาจบอกวัตถุประสงค์ของการจัด รายชื่อกรรมการ ที่สำคัญคือเป็นไปในรูปของ Catalog คือเป็นการแจ้งให้ผู้ชมทราบว่า มีอะไร แสดงไว้ตรงไหนบ้าง มีการสาธิตเกี่ยวกับเรื่องใด หรือมีการให้บริการต่าง ๆ อะไรบ้าง โดยบอกเวลา สถานที่ อาจมีรูปภาพ คำบรรยายประกอบ

สูจิบัตรมีประโยชน์คือ ผู้ชมจะได้ทราบว่า มีอะไร แสดงที่ใด เวลาใด หรือเมื่อกลับจากดูนิทรรศการแล้ว อาจศึกษาเรื่องราวต่าง ๆ จากคู่มือนี้ จะเกิดความเข้าใจ ประทับใจยิ่งขึ้น การเสริมความน่าสนใจอื่น ๆ เช่น
        - การใช้แสงเข้าช่วย
        - การเคลื่อนไหว อาจจะทำให้วัตถุที่ตั้งแสดงนั้น ไม่นิ่งอยู่กับที่ มีการเคลื่อนไหวอยู่เสมอ หรือ เป็นระยะ ๆ
        - เครื่องกลไกต่าง ๆ ที่จะให้ผู้ชม มีโอกาสสัมผัส ทดลองกด เปิด-ปิด หยิบ ยก ดึง หรือทดลองปฏิบัติ ฯลฯ                                                                                                                    - การใช้เสียงเข้าช่วย เช่นมีเสียงประกอบ (Sound Effect) เมื่อกดปุ่ม จะมีเสียงคำบรรยาย หรือ เสียงนกร้อง เสียงน้ำตก เสียงลมพัด เสียงฝนตก หรือเสียงประกอบที่สัมพันธ์กับสิ่งที่ตั้งแสดง บางครั้ง หากว่าเสียงจะรบกวนผู้ชมคนอื่น ก็อาจจะทำแบบให้ยกหูฟัง แต่จะฟังก็ได้
         -ใช้สีที่สะดุดตา เพื่อดึงดูกความสนใจของผู้ชม

บางจุดของนิทรรศการ ที่คิดว่าผู้ชมอาจจะขอทราบรายละเอียดเกี่ยวกับการใช้งาน หรือการทำงานของอุปกรณ์ หรือเครื่องจักรกลบางอย่าง อาจจัดผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องนั้น ๆ ซึ่งเป็นผู้ที่มีบุคลิกภาพและมนุษยสัมพันธ์ดี มีทักษะในการสื่อสารแบบ face to face ไว้คอยให้คำอธิบายรายละเอียดเพิ่มเติม เมื่อผู้ชมซักถาม

 

 13.การประเมินผล

        การประเมินผล อาจทำเป็นแบบสอบถาม โดยแจกผู้ชมห้ทำเครื่องหมาย หรือกรอกข้อความสั้น ๆ ควรออกแบบให้ง่ายที่สุด ให้ผู้กรอก ได้รับความยุ่งยากน้อยที่สุด เช่น อาจให้ทำเครื่องหมายถูก หรือ วงกลม ในหัวข้อที่เขาเห็นด้วย หรือเห็นว่าเป็นจริง สำหรับข้อมูลของผู้ชม ก็แล้วแต่ว่า เราอยากจะรู้อะไรของเขา เช่น เพศ, อายุ, ระดับการศึกษา , อาชีพ , เขาทราบข่าวการจัดนิทรรศการนี้ โดยทางใด (เช่น วิทยุกระจายเสียง, วิทยุโทรทัศน์, หนังสือพิมพ์, จากเพื่อน, โปสเตอร์ หรือ อื่น ๆ )

        การประเมิน อาจจะประเมินเกี่ยวกับเรื่องของ เนื้อหา, รูปแบบการจัด เช่น ผู้ชมได้รับความรู้จากนิทรรศการครั้งนี้ มากน้อยเพียงใด, วัตถุที่นำมาแสดงติดตั้งไว้เหมาะสมเพียงใด, ทางสัญจรในนิทรรศการ สะดวกเพียงใด, สถานที่จำหน่าย บริการอาหาร เครื่องดื่ม เพียงพอหรือไม่เพียงใด, ที่นั่งพัก เพียงพอหรือไม่เพียงใด ระยะเวลาของจัดเหมาะสมเพียงใด ความสะดวกในการเดินทางมาชมนิทรรศการ สะดวกเพียงใด ฯล

 




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ottosung วันที่ : 21/02/2009 เวลา : 21.53 น.


ยากอีกตามเคยคับ
นายอำนาจ นาคเทียม 4930602157 นิเทศศาสตร์(วิทยุ,โทรทัศน์) กศ.ปช รุ่น10

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
^galenaa^ วันที่ : 18/02/2009 เวลา : 10.41 น.

ความรู้เยอะมากคะ

นารีรัตน์ วัดกลาง นิเทศ วิทยู-โทรทัศน์ 4930602111

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
84468446 วันที่ : 10/02/2009 เวลา : 14.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/CharuneeRT

สวัสดีคะ จารุณี แย้มกระโทก นิเทศ วิทยุ-โทรทัศน์ 4930602103

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
84468446 วันที่ : 10/02/2009 เวลา : 14.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/CharuneeRT

อ่านแล้วคะ
จารุณี แย้มกระโทร นิเทศ วิทยุ-โทรทัศน์ 4930602103

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
popkrab วันที่ : 28/11/2008 เวลา : 12.21 น.

ยากเหมือนกันนะครับ

ปรัชญา หล่อสุวรรณรัตน์ 4930602143

นิเทศศาสตร์ (วิทยุ-โทรทัศน์) กศ.ปช.รุ่น10 หมู่1

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
พันธกานท์ วันที่ : 06/11/2007 เวลา : 22.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panthakant
สวนอักษร : ธารคำท่ามกลางยุคสมัยฯ  "พันธกานท์ ตฤณราษฎร์" 

มาอ่านงานดีๆครับอาจารย์บุญตา

ยินดีที่รู้จักครับ
เชื้อเชิญที่บ้านด้วยคับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
กิต วันที่ : 06/11/2007 เวลา : 21.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kit2550
สิ่งที่ยังไม่รู้........ยังมีอีกเยอะขอบคุณทุกท่าน....ที่นำเรื่องที่ยังไม่รู้...แบ่งปันกันรู้

ขอบคุณสำหรับความรู้ดีๆที่นำมาฝากครับ
http://www.oknation.net/blog/kit2550/video/11887
สวัสดีครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤศจิกายน 2007 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  

[ Add to my favorite ] [ X ]