พิมพ์หน้านี้
|
การวิเคราะห์คุณลักษณะช่วยทำ นิยามศัพท์ปฏิบัติการ / กรอบแนวคิดการวิจัย สำหรับในช่วงที่ 4 ของแผนที่การวิจัยนั้น จะประกอบด้วย 2 ส่วน คือ นิยามศัพท์ปฏิบัติการและกรอบแนวคิดการวิจัย เราจะเริ่มต้นด้วยนิยมศัพท์ปฏิบัติการเสียก่อน (1) นิยามศัพท์ปฏิบัติการ (Operational definition) ความเข้าใจผิดประการแรกที่ต้องแก้ไขเสียก่อนก็คือ นิยามศัพท์ปฏิบัติการมิใช่นิยามที่เกิดมาจากการเปิดพจนานุกรมแล้วพรรณนาว่า คำ ๆ นั้น/แนวคิดนั้น ๆ แปลว่าอะไร เพราะการนิยามศัพท์ในการวิจัยนั้นมีความหายว่า การวิจัยครั้งนั้น ๆ นักวิจัยจะตกลงกับผู้อ่านว่าเขาจะวัด แนวคิด นั้นได้อย่างไร ในที่นี้จะขออธิบายนิยามศัพท์ปฏิบัติการจากหลาย ๆ วิธีเพื่อช่วยทำความเข้าใจ โดยจะเริ่มจากเรื่อง ตัวแปร ที่เราเพิ่งจะเดินจากมา ตัวแปร เป็นสิ่งหนึ่งที่เราจะต้องนิยามให้ชัดเจน แต่ทว่าในบรรดาตัวแปรทั้งหลายนั้นสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท (ก) ตัวแปรที่วัดโดยตรงได้เลย เช่น ตัวแปรรูปธรรมที่มีคุณสมบัติกว้าง ยาว หนา น้ำหนัก ความถี่... ฯลฯ (ข) ตัวแปรที่ต้องวัดทางอ้อม ได้แก่ พวกตัวแปรที่เป็นนามธรรม เช่น ความซื่อสัตย์ ความสนใจ ทัศนคติ ฯลฯ ตัวแปรเหล่านี้ จะวัดโดยตรงแบบพวกแรกไม่ได้ แต่จะต้องมี ตัวชี้วัด (indicator) บรรดาตัวแปรประเภทที่ 2 นั้น เปรียบเสมือนแนวคิดที่อยู่กลางห้อง ๆ หนึ่ง ซึ่งสามารถจะมีทางออกได้หลาย ๆ ทาง (แต่ละทางออกนั้นก็คือ ตัวชี้วัด) ดังนั้น ในการนิยามศัพท์ปฏิบัติการก็คือ การที่นักวิจัยระบุแก่ผู้อ่านว่าในงานวิจัยชิ้นนี้จะใช้ประตูทางออกทางใด ตัวอย่างเช่น งานวิจัยเรื่อง ศักยภาพโนราในการพัฒนาท้องถิ่น ของเธียรชัย อิศรเดช และคณะ (2548) แนวคิดที่เป็นตัวแปรคือ ศักยภาพของโนรา ซึ่งคณะวิจัยจะต้องตกลงกับผู้อ่านว่าในงานวิจัยชิ้นนี้จะวัดตัวแปร ศักยภาพ ได้อย่างไรบ้าง
จากภาพที่ 19 จะเห็นได้ว่า เมื่อเวลาที่เราไปอ่านบททบทวนแนวคิด/ทฤษฎี/งานวิจัยอื่น ๆ ที่ทำมาแล้วเกี่ยวกับ ศักยภาพ เราก็จะพบว่า ในงานวิจัยแต่ละชิ้น ก็จะกำหนด/ระบุคุณลักษณะของศักยภาพเอาไว้มากกมายที่นักวิจัยสามารถจะนำเอามาประมวลเข้าไว้ด้วยกัน และหลังจากนั้นก็คัดเลือกเอาเฉพาะคุณสมบัติที่สอดรับกับประเด็นหัวข้อที่เราจะศึกษามากำหนดเป็นนิยามศัพท์ปฏิบัติการของเรา
การนิยามศัพท์ปฏิบัติที่แตกต่างกันนี้เอง ช่วยให้คำอธิบายว่าเพราะเหตุใด งานวิจัยมากมายหลายชิ้นที่ศึกษา แนวคิด/หัวข้อเดียวกัน เช่น ความตื่นตัวทางการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน ฯลฯ จึงได้ผลออกมาแตกต่างกัน (บางครั้งต่างกันแบบหน้ามือกับหลังมือ) ทั้งนี้ก็เนื่องมาจากนักวิจัยแต่ละคนได้พาผู้อ่านเดินออกมาจากห้องจากคนละประตู กล่าวคือ มีการนิยามศัพท์ปฏิบัติการที่แตกต่างกันนั่นเอง ดังนั้น ในการอ่านงานวิจัยแต่ละชิ้น ส่วนที่ผู้อ่านจะพลาดไม่ได้ก็คือ ต้องอ่านนิยามศัพท์ปฏิบัติการเพื่อให้รู้ตัวว่า กำลังจะถูกงานวิจัยพาเดินออกประตูไหน หรืออาจกล่าวว่า จะได้ทราบว่าแนวคิดนั้นจะถูกวัด (opera ionize) อย่างไร (2) กรอบแนวคิด/การวิจัย (Conceptual Framework) ในขณะที่ตัวแปรแต่ละตัวนั้นเปรียบเสมือน ดอกมะลิ ใบแก้ว กลีบกุหลาบ ฯลฯ การสร้างกรอบแนวคิดการวิจัยก็เปรียบเสมือนการนำตัวแปรเหล่านั้นมาร้อยเข้าด้วยกัน โดยที่การร้อยนั้นเราจำเป็นต้องรู้ว่า การจัดวางตำแหน่ง (positioning) ตัวแปรตัวไนไว้ที่ไหน (เหมือนกับรู้ว่า จะเอาดอกมะลิ ใบแก้ว วางไว้ตรงไหน) และต้องรู้ว่า จะเอาตัวแปรตัวไหนมา สัมพันธ์ กับตัวแปรตัวไหน (ดูตัวอย่างต่อไป) ซึ่งความรู้ดังกล่าวนั้น ส่วนใหญ่เรามักจะได้มาจากการอ่านแนวคิด/ทฤษฎีนั่นเอง การสร้างกรอบแนวคิด/การวิจัยนั้นจะมีประโยชน์มากสำหรับขั้นตอนของการวิเคราะห์เพราะกรอบแนวคิดดังกล่าวจะช่วยเป็นเสมือนพิมพ์เขียว หรือแผนที่ที่ช่วยการเดินทาง โดยเฉพาะเมื่อเรามีกองข้อมูลจำนวนมากมายมหาศาลจนแหวกว่ายไม่ถึงฝั่ง กรอบแนวคิด/การวิจัยก็จะช่วยนำทางให้เราจัดระบบข้อมูลและวิเคราะห์สังเคราะห์ได้ ตัวอย่างเช่น งานการวิจัยเรื่องการพัฒนาหอกระจายข่าว ของ อ.ดวงพร และคณะ ที่ได้กล่าวมาแล้ว คณะวิจัยศึกษาถึง 7 หมู่บ้าน และศึกษาตัวแปรที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาหอกระจายข่าวถึง 8 ตัว ดังในภาพ
ดังนั้น หากไม่มีการจัดวางกรอบแนวคิดการวิจัย บรรดาตัวแปรทั้ง 8 ตัวของ 7 หมู่บ้านก็จะกระจัดกระจายเป็นเบี้ยหัวแตก ดังนั้น คณะการวิจัยจึงได้นำตัวแปรทั้ง 8 มาร้อยเรียงเข้าด้วยกันเป็นกรอบการวิจัย ดังในภาพ
จะเห็นได้ว่า การร้อยเรียงตัวแปรทั้ง 8 นั้นก็ได้ใช้แบบจำลองการสื่อสาร S-M-C-R มาช่วยเป็นเข็มร้อยมาลัยนั่นเอง
ข้อมูลจาก กาญจนา แก้วเทพ เอกสารประกอบ โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการความก้าวหน้าด้านการศึกษาเรื่องการสื่อสาร ครั้งที่ 2 สัมมนาวิชาการเรื่อง " ปรัชญาและแนวคิดการวิจัยทางนิเทศศาสตร์" |
| << | มกราคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||