• boonta
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : boonta_nmc@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-10-16
  • จำนวนเรื่อง : 49
  • จำนวนผู้ชม : 11670
  • จำนวนผู้โหวต : 112
  • ส่ง msg :
boonta-education
..............................................................................
Permalink : http://www.oknation.net/blog/boonta-education
วันอาทิตย์ ที่ 20 มกราคม 2551
การวิเคราะห์คุณลักษณะนั้นคืออะไร
Posted by boonta , ผู้อ่าน : 182 , 11:44:28 น.  
พิมพ์หน้านี้


การวิเคราะห์คุณลักษณะนั้นคืออะไร

                คำว่า “คุณลักษณะ” นั้น ในภาษาอังกฤษใช้อยู่หลายคำ เช่น attribute/component /characteristic  (หรือในภาษาชาวบ้านอาจใช้คำว่า “สเปก”) ซึ่งหมายถึงส่วนประกอบ/องค์ประกอบ /คุณสมบัติ/ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งนั้น ๆ

                        ตัวอย่าง่าย ๆ  เช่น ถ้าเราจะศึกษา “วัด” ในแง่มุมของการสื่อสาร ถ้าเราตั้งคำถามว่า มีอะไรบ้างที่เกี่ยวข้องกับวัด เราก็อาจจะวาดรูปคุณลักษณะของ “วัด” ออกมาเป็นรูปแผนที่ความคิด (mind map) ได้ดังนี้

ภาพที่ 10  คุณลักษณะของ “วัด”

การวิเคราะห์คุณลักษณะมีฐานรากปรัชญาตามหลักพุทธศาสนาที่ว่า “จะทำงานกับสิ่งใดก็ต้องรู้จักธรรมชาติของสิ่งนั้นให้กระจ่างเสียก่อน” เช่น ถ้าจะทำการฝึกจิต ก็ต้องรู้จัก “ธรรมชาติของจิต” เสียก่อนว่า แต่เดิมนั้น จิตมีลักษณะเป็นประภัสสร  ใสกระจ่าง  ต่อเมื่อมีกิเลสมาครอบคลุม จึงเศร้าหมอง จิตมีลักษณะไวไม่อยู่นิ่ง เป็นต้น

                        จากแนวทางที่เป็นปรัชญานี้ เมื่อเปรมาเป็นหลักวิชาการ ก็จะได้คำตอบว่า การรู้จักคุณลักษณะ/องค์ประกอบ/ส่วนประกอบ จะให้ประโยชน์ในแง่ “การจัดการ” กับสิ่งนั้น และเป็นหลักการว่า “ยิ่งรู้จักมาก ก็จะยิ่งจัดการได้มากขึ้นเช่นกัน” โดยเราอาจจะแบ่งเป็น 3 ระดับ ได้อย่างหยาบ ๆ ดังนี้

                        (1)  รู้จักเล็กน้อย – ก็จะรู้ว่า จะ “เกี่ยวพัน/สัมพันธ์ด้วยอย่างไรดี (deal with) ตัวอย่าง เช่น ในเกาะบาหลีที่มีภูเขาไฟที่ยังมีสิทธิระเบิดเต็มไปหมด คนที่อาศัยอยู่แถบภูเขาไฟ หากรู้จักภูเขาไฟสัก 2 – 3 คุณลักษณะ เช่นรู้ว่า หากวันใดได้กลิ่นกำมะถัน ก็ให้รีบย้ายหนีออกจากบริเวณใกล้ ๆ ภูเขา เพราะคุณลักษณะดังกล่าวเป็นสัญญาณบ่งบอกว่า ในไม่ช้า ภูเขาไฟจะระเบิด เป็นต้น

                        (2)  รู้จักมากขึ้น – ก็จะสามารถ “ควบคุมได้” (control) จากตัวอย่างภูเขาไฟเจ้าเก่า บรรดานักวิทยาศาสตร์ภูเขาไฟที่มีความรู้เกี่ยวกับภูเขาไฟอย่างดี หากเริ่มรู้สัญญาณบ่งบอกว่า ภูเขาไฟจะระเบิด (เช่นได้กลิ่นกำมะถัน) ก็สามารถจะนำเอาสารเคมีบางอย่างไปพ่นตรงกลางปล่องภูเขาไฟ เพื่อควบคุมให้เกิดการระเบิดขึ้นภายใน โดยไม่มีลาวาไหลท่วมออกมาเป็นอันตรายข้างนอก

                        (3)  รู้จักอย่างดีมาก – ก็จะสามารถ “เปลี่ยนแปลง” (Change) คุณลักษณะบางอย่างของสิ่งเดิมได้ ตัวอย่างเช่น น้ำมีคุณลักษณะเป็น “ของเหลว” แต่บรรดานักเคมีที่รู้จักธรรมชาติของน้ำอย่างละเอียดลึกซึ้งถึงระดับโมเลกุล ก็สามารถจะแปรเปลี่ยนสภาพ “ของเหลว” ของน้ำให้กลายเป็น “ของแข็ง” ได้ (ในรูปแบบของน้ำแข็ง” การเปลี่ยนแปลงหมายความว่า “ดึงเอาขา (คุณลักษณะ) เก่าออก แล้วใส่ขาใหม่” เข้าไป

ภาพที่ 11  คุณลักษณะของการวิเคราะห์คุณลักษณะ

ในลำดับต่อไปจะแสดงให้เห็นว่า การวิเคราะห์คุณลักษณะนี้สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในหลาย ๆ ขั้นตอนของการวิจัยดังที่แสดงเอาไว้ในแผนที่การวิจัย

                        ในลำดับแรกนี้ จากภาพที่ 9  แผนที่การวิจัย เราจะเริ่มต้นดูกันใน 3 ขั้นตอนแรกของแผนภาพที่มีความเกี่ยวโยงกันคือ

ดังที่ได้กล่าวมาบ้างแล้วว่า งานวิจัยจะเริ่มต้นขึ้นเมื่อต่อมเอ๊ะของเราเริ่มทำงาน ซึ่งทำให้เราเกิดปริศนาในใจต่อปรากฏการณ์ต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าก้าวแรกของงานวิจัยจะเริ่มต้นด้วย” “การเอ๊ะ” แต่คำถามที่เกิดจากการเอ๊ะนั้น ก็ยังไม่ใช่ “ทุกข์ที่แท้/หรือปัญหานำการวิจัย” จนกว่า “คำถามนั้นจะถูกนำมาคลุกเคล้ากับแนวคิด/ทฤษฎี/งานวิจัยที่เคยมีมา”

                        ผู้เขียนจะเปรียบเทียบอุปมาอุปมัยให้เข้าใจแล้วจะยกตัวอย่างของจริงประกอบต่อไป

                        เมื่อเวลาเราเห็นแขกที่ขายโรตีทำโรตีนั้น ก้อนแป้งที่ปั้นเป็นรูปกลม ๆ ในระยะแรกนั้นเปรียบเสมือนขั้นตอนที่ 1 ของการเอ๊ะ แต่เมื่อเอาแป้งนั้นมาสะบัดตีอย่างรู้วิธี (เอาแนวคิด/ทฤษฎี/งานวิจัย – ขั้นตอนที่ 2) แป้งโรตีก้อนเดิมนั้นก็จะเปลี่ยนคุณภาพไป กล่าวคือ จาก “ปัญหา” ได้กลายเป็น ปัญหานำการวิจัย”

ตัวอย่างเช่น  งานวิจัยเรื่องการสื่อสารที่บ้านครัว ของโศจิวัจน์  บุญประดิษฐ์ และคณะ (2548)

 

จากภาพที่ 12                       จะอธิบายได้ว่า นักวิจัยได้เข้าไปสู่ปรากฏการณ์ของการสื่อสารในบ้านครัว 2 ช่วงเวลา และตั้งข้อสงสัยว่า “เอ๊ะ ในช่วงเวลาปกติ บ้านเรามีการสื่อสารอย่างไร” และ “เอ๊ะ ในช่วงเวลาที่ชุมชนต้องเผชิญกับปัญหาทางด่วนจะมาตัดผ่านกลางชุมชน ชุมชนจะมีการสื่อสารอย่างไร ทั้ง 2 เอ๊ะนี้ยังอยู่ในระดับของปัญหา

                        เมื่อจะแปลง “ปัญหา” ให้มาเป็น “ปัญหานำการวิจัย” นั้น นักวิจัยจะต้องนำเอาทั้ง 2 เอ๊ะมาผูกโยงความสัมพันธ์โดยใช้แนวคิด/ทฤษฎีเป็นเชือกร้อย และในภาพที่ 12 นั้น ได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า หากใช้แนวคิด/ทฤษฎีที่ต่างกันมาถักร้อย ก็จะได้ปัญหานำการวิจัยที่ออกมาหน้าตาแตกต่างกัน

                        เช่น หากเริ่มผูกร้อยโยงเอาเอ๊ะ 1 ขึ้นก่อน แล้วต่อด้วยเอ๊ะ 2 ทฤษฎีที่ใช้ก็คือ “ทฤษฎีแม้นหวังตั้งสงบ....” นักวิจัยก็จะตั้งปัญหานำการวิจัยว่า หากในช่วงเวลาปกติชุมชนบ้านครัวมีการสื่อสารที่ดี เมื่อเกิดภาวะวิกฤติ ชุมชนก็จะสามารถโยกเอาต้นทุนการสื่อสารมาใช้ในช่วงหน้าสิ่วหน้าขวานได้อย่างดี

                        ในทางตรงกันข้าม หากนักวิจัยใช้ด้ายร้อยที่ชื่อทฤษฎี “ชุมชนที่เกิดจากการออกแบบ” (Community by design) ของ Scott Peck ที่กล่าวว่า คนเรานั้นจะมารวมกันก็เพราะวิกฤติ (เอาเอ๊ะที่ 2 ขึ้นก่อน) และเมื่อวิกฤติผ่านพ้นไป ก็จะสลายตัว นอกจากจะมีการออกแบบพิเศษให้การรวมตัวนั้นยาวนานต่อเนื่องไปในช่วงเวลาปกติ (เอ๊ะที่ 1) การตั้งคำถามนำการวิจัยก็จะเป็นว่า หลังจากฝ่าวิกฤติมาแล้ว ชุมชนบ้านครัวได้ใช้การสื่อสารในภาวะปกติอย่างไร

(เราจะกล่าวถึงบทบาทของทฤษฎีที่มีต่อการวิจัยในตอนต่อ ๆ ไป)

 

 

ข้อมูลจาก

กาญจนา  แก้วเทพ  เอกสารประกอบ โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการความก้าวหน้าด้านการศึกษาเรื่องการสื่อสาร ครั้งที่ 2 สัมมนาวิชาการเรื่อง " ปรัชญาและแนวคิดการวิจัยทางนิเทศศาสตร์"

ข้อมูลจาก

กาญจนา  แก้วเทพ  เอกสารประกอบ โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการความก้าวหน้าด้านการศึกษาเรื่องการสื่อสาร ครั้งที่ 2 สัมมนาวิชาการเรื่อง " ปรัชญาและแนวคิดการวิจัยทางนิเทศศาสตร์"


แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มกราคม 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31