• boonta
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : boonta_nmc@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-10-16
  • จำนวนเรื่อง : 49
  • จำนวนผู้ชม : 11726
  • จำนวนผู้โหวต : 112
  • ส่ง msg :
boonta-education
..............................................................................
Permalink : http://www.oknation.net/blog/boonta-education
วันอาทิตย์ ที่ 20 มกราคม 2551
การวิเคราะห์คุณลักษณะช่วยหา “ตัวแปร”
Posted by boonta , ผู้อ่าน : 244 , 12:09:56 น.  
พิมพ์หน้านี้


การวิเคราะห์คุณลักษณะช่วยหา “ตัวแปร”

(1)  ตัวแปรนั้น คืออะไร

                        (1.1)  ความหมายของตัวแปร  ในขณะที่งานวิจัยเริ่มต้นด้วย “ข้อข้องใจ/ปริศนาคาใจ” นั้น ในด้านหึ่ง งานวิจัยก็ต้องเริ่ม “เดา” คำตอบ (อย่างเป็นวิชาการ) ด้วยว่า “อะไรน่าจะเป็นคำตอบ” ของเรื่องนี้ และในขั้นตอนต่อไปคือการเก็บข้อมูลมาพิสูจน์ ก็จะเป็นรายการเปิดหน้าอ้ายโม่งให้เห็นว่าใช่หรือไม่

                        คำตอบ/ปัจจัยที่เกี่ยวข้อง (หรือผู้ต้องสงสัย) ในงานวิจัยนั้นเราเรียกว่า “ตัวแปร” (variable) ซึ่งชื่อนามก็บ่งบอกอยู่แล้วว่า ถ้าปัจจัยตัวนี้แปรเปลี่ยนไป ก็จะส่งผลถึงปัจจัยตัวอื่น ๆ

                        ตัวอย่างงาย ๆ ในชีวิตประจำวันก็เช่น เมื่อเวลาแม่ครัวตักแกงมาชิม และพบว่า มีรสชาติจืดชืด หากแม่ครัวต้องการจะทำให้แกงมีรสชาติความเค็มเพิ่มมากขึ้น แม่ครัวก็ต้องเดาว่า “ตัวแปรใด” ที่จะเพิ่มความเค็มได้

(1.2)  คุณสมบัติของความเป็นตัวแปร

                        ในขณะที่พวกเราคงจะได้เคยอ่านงานวิจัยกันมาบ้างแล้ว แต่อาจจะพบเห็นหน้า “อ้ายโม่ง” บางตัวมาแล้ว เช่น เวลาที่พูดถึงตัวแปร เราก็มักจะคำนึงถึงคุณสมบัติของประชากร/กลุ่มตัวอย่าง เช่น เพศ อายุ รายได้ ระดับการศึกษา ฯลฯ การเห็นแนวคิดเหล่านี้มาเล่นบทบาทเป็นตัวแปรบ่อย ๆ ชวนให้เราคิดว่า แนวคิดเหล่านี้ได้เป็น “ตัวแปรมาตั้งแต่เกิด และจะต้องเป็นต่อไปจนตาย” ดังนั้น เมื่อคิดถึง “ตัวแปร” เราก็จะคิดถึงแต่ “แนวคิดหน้าเดิม” เหล่านี้

                        นี้เป็นความเข้าใจผิดประการหนึ่งเกี่ยวกับ “คุณสมบัติของความเป็นตัวแปร” เพราะอันที่จริงแล้ว ตัวแปรไม่ใช่แนวคิดที่เป็นมาแต่กำเนิด (essentialism) แต่ทว่า “ตัวแปรมีคุณสมบัติเป็นสภาวะ (Mode/being) กล่าวเล่น ๆ ก็คือ จะยังไม่มีอะไรเป็นตัวแปรจนกว่าแนวคิดนั้นจะเข้ามาใกล้ “วงโคจรการวิจัย” ของเรา

                        เพราะฉะนั้น งานวิจัยของเราก็ไม่จำเป็นต้องมี “ตัวแปรแบบฉบับ” เป็น เพศ อายุ รายได้ การศึกษา ฯลฯ เสมอไป เพราะหากเราอ่านวิจัยที่ล่วงมาแล้วในอดีต และได้พิสูจน์แล้วว่า “ประเด็นที่เราจะศึกษานั้น เรื่องเพศ อายุ ฯลฯ ล้วนไม่เกี่ยวข้อง” เราก็สามารถจะฟันธงไปได้เลยว่าแนวคิดที่เอ่ยมานั้นไม่ใช่ตัวแปร

                        ในทางตรงกันข้าม “ตัวแปร” นั้นควรจะ “งอก” ออกมาจากปัญหานำการวิจัยของเราเอง ตัวอย่างงานเรื่องสิ่งแวดล้อมได้พิสูจน์แล้วว่า ทัศนคติต่อการอนุรักษ์ป่าด้วยการใช้ถานไม้นั้น จะเกี่ยวกับตัวแปรที่ว่า “กลุ่มตัวอย่างใช้เตาหุงต้มแบบไหน ใช้ถ่านหรือแก๊ส” เป็นต้น เราจึงยังต้องการความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในการขุดหา “หน่อตัวแปร” ที่เกี่ยวข้องกับปัญหานำการวิจัยของเรา

(2)  อะไรเป็นตัวแปรได้บ้าง  ในบรรดาคุณลักษณะทั้งหลายของสรรพสิ่ง เราสามารถจะจำแนกคุณลักษณะทั้งหมดออกให้เป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ

                                                (2.1)  ธาตุ/องค์ประกอบ  เช่น น้ำจะประกอบด้วยธาตุไฮโดรเจน 2 ตัว และออกซิเจน 1 ตัว (H2O)

                                                (2.2)  ความสัมพันธ์  (Relation)  เช่น น้ำมีธาตุ 3  ตัวนั้น เรียงตัวกันด้วยความสัมพันธ์อย่างไรบ้าง เช่น

สำหรับสิ่งที่จะมาเป็นตัวแปรนั้น  สามารถจะเป็นได้ทั้ง ธาตุ/องค์ประกอบหรือความสัมพันธ์ที่มีคุณสมบัติที่จะแปรเปลี่ยนได้

                                                ตัวอย่างเช่นในงานวิจัยเรื่อง “ป่าห้วยแก้ว” ของทีมวิจัยของศรีธรณ์โรจนสุพจน์   ศรีธรณ์ พบว่า บรรดาการสื่อสารแบบเดิมที่มีอยู่ในชุมชนนั้นไม่สามารถจะสร้างสรรค์ความสามัคคีของชุมชนเพื่อการอนุรักษ์ป่าชุมชนได้ คณะวิจัยจึงได้ทดลองฉีด “สื่อสมัยใหม่ เช่น สื่อคอมพิวเตอร์” เข้าไปเป็นตัวแปรใหม่ด้านการสื่อสารเพื่อจะวัด “ความสามัคคี” (ตัวแปรตาม) ว่าเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ นี้เป็นกรณีที่ตัว “ธาตุ/องค์ประกอบ” (element) มีการแปรเปลี่ยนเป็นตัวแปรใหม่

                                                และในกรณีเดียวกันนี้เอง ก็มี “ความสัมพันธ์” ที่กลายมาเป็นตัวแปร จากแนวคิด เรื่อง “การสื่อสารแบบมีส่วนร่วมในฐานะผู้ผลิต” คณะวิจัยได้พลิกกลับ “ความสัมพันธ์ในฐานะผู้ส่ง/ผู้รับ” ของชาวบ้านเสียใหม่ จากแต่เดิมที่บุคคลภายนอกเช่น ทีมวิจัยจะเป็นผู้ผลิต และชาวบ้านเป็นผู้ดู/ผู้ชม แต่ในการวิจัยครั้งนี้ ชาวบ้านจะพลิกกลับความสัมพันธ์จาก “การเป็นผู้ชม” ขึ้นมาเป็น “ผู้ผลิต” เอง และคณะวิจัยต้องการศึกษาว่า “ผล (ตัวแปรตาม) ที่เกิดจากการสลับตัวแปรเรื่องความสัมพันธ์ในฐานะผู้ผลิต/ผู้ชม” จะเป็นอย่างไรบ้าง

                        (3)  ประเภทของตัวแปร  โดยทั่วไปมักจะมีการแบ่งประเภทของตัวแปรออกเป็น 3 ประเภท คือ ตัวแปรต้น  ตัวแปรตาม และตัวแปรแทรก ซึ่งคุณลักษณะของตัวแปรแต่ละประเภทก็เป็นไปตามชื่อนามที่บ่งบอก

                        เราจะได้ตัวอย่างเรื่องเกลือ/ความเค็ม/น้ำ เพื่อประกอบความเข้าใจ

X                     =                     ตัวแปรต้น ซึ่งได้แก่ เกลือที่จะเป็นตัวกำหนด

 Y                     =                     ตัวแปรตาม ซึ่งได้แก่ ความเค็มที่จะต้องแปรไปตามปริมาณของเกลือ

Z                     =                     ตัวแปรแทรก  ซึ่งเป็นตัวแปรที่เข้ามาคั่นกลางและส่งผลต่อการกระทำ

ระหว่างตัวแปรต้นและตัวแปรตาม เช่น แม้ว่าจะใส่เกลืออย่างมาก แต่ถ้าเติมน้ำมากเช่นกัน ความเค็มก็อาจจะไม่เพิ่มขึ้น เป็นต้น

                        ในเรื่อง “ประเภทของตัวแปร” นี้ก็มีข้อเท็จจริงเช่นเดียวกับเรื่องของ “ความเป็นตัวแปร” กล่าวคือไม่มีตัวแปรใดมีคุณสมบัติว่าจะเป็นตัวแปรประเภทใดติดตัวมาแต่กำเนิด หากทว่าตัวแปรหนึ่ง ๆ จะกลายมาเป็นตัวแปรประเภทใด ย่อมขึ้นอยู่กับการออกแบบหรือการจัดวาง (positioning) ของผู้วิจัยในครั้งนั้น ๆ

                        ลองดูตัวอย่างนี้ประกอบก็จะเข้าใจ

                        ถ้าเราทำการทดลองเรื่องการโยนหัวก้อย โดยใช้ตัวแปร 2 ตัวคือ ช่วงเวลาและปริมาณหัวก้อยที่ออก เราสามารถจะออกแบบการวิจัยได้ 2 แบบ คือ

ลองดูตัวอย่างงานวิจัยที่มีการนำเอาการวิเคราะห์คุณลักษณะมาทำเป็นตัวแปร เช่น งานวิจัยเรื่องการสื่อสารเพื่อการเกษตรโดยไม่ใช้สารเคมีของจำรัส เสือดี และคณะ (2548) ที่พบว่า วิธีการสื่อสารที่ได้ผลอย่างหนึ่ง คือ การแปลงสา และหากทีมวิจัยต้องการจะตอบคำถามต่อไปว่า เพราะเหตุใดการสื่อสารด้วยรูปแบบการทำแปลงสาธิตจึงได้ผล คณะวิจัยก็จะได้ทำการวิเคราะห์คุณลักษณะของแปลงสาธิตออกมาดังนี้

จากคุณลักษณะข้างบนนี้ คณะวิจัยสามารถจะเลือก “ขา” บางขาที่ต้องสงสัยว่าจะเป็นตัวแปรตัดสินประสิทธิภาพของแปลงสาธิตมาศึกษา เช่น “การต้องมีการตระเตรียมตัวทั้งฝ่ายผู้ส่ง / ผู้รับ” เป็นต้น

 

 

 

 

ข้อมูลจาก

กาญจนา  แก้วเทพ  เอกสารประกอบ โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการความก้าวหน้าด้านการศึกษาเรื่องการสื่อสาร ครั้งที่ 2 สัมมนาวิชาการเรื่อง " ปรัชญาและแนวคิดการวิจัยทางนิเทศศาสตร์"


แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มกราคม 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31