พิมพ์หน้านี้
|
นายกรัฐมนตรีไม่โปร่งใสเพราะ...เลือกปฏิบัติ เมื่อพิจารณาจากหลักการดังกล่าวข้างต้น อาจกล่าวได้ว่า การกระทำของนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันคือ
นายสมัคร สุนทรเวช ในหลายประการน่าจะขาดความโปร่งใส
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นของการจัดการปัญหาการคอรัปชั่น
หรือการประพฤติมิชอบในทางราชการ หลักการสำคัญประการหนึ่งในการแสดงออกถึงความโปร่งใสก็คือ
“ความเสมอภาค” ซึ่งหมายถึงว่าการใช้อำนาจของภาครัฐ
หรือของผู้มีอำนาจรับผิดชอบในการบริหารงานของรัฐต้องปฏิบัติต่อประชาชน
หรือบุคคลใดๆ ที่เกี่ยวข้องในเรื่องนั้นๆ อย่างเท่าเทียมกัน โดย “ไม่เลือกปฏิบัติ” ดังนั้น
เมื่อย้อนกลับไปพิจารณาถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีมีคำสั่งให้ตั้งคณะกรรมการสวบสวนวินัยอย่างร้ายแรงต่ออดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
พลตำรวจเอก เสรีพิสุทธิ์ เตมียเวช รวมทั้งมีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนในระหว่างการสอบสวน
โดยอำนาจนายกรัฐมนตรีย่อมทำได้ และถ้าการปฏิบัติงานของพลตำรวจเอก เสรีพิสุทธิ์ฯ
ที่ผ่านมามีมูลชี้หรือส่อให้เห็นว่ามีการทุจริต
กระทำผิดระเบียบวินัยของทางราชการจริง
การสั่งการของนายกรัฐมนตรีในกรณีดังกล่าวก็ถือว่าเป็นการถูกต้องแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม
การตัดสินใจดำเนินการของนายกรัฐมนตรีต้องไม่แสดงหรือส่อให้เห็นว่า
มีการเลือกปฏิบัติเกิดขึ้น จึงจะเรียกได้ว่ากระทำการด้วยความโปร่งใสจริง
แต่กลับปรากฏว่า ในอีกกรณีหนึ่งปรากฏว่ามีอีกบุคคลหนึ่ง ซึ่งมีมูลหรือเหตุชี้ว่า ได้กระทำการทุจริต
ประพฤติมิชอบในขณะที่ตนเองบริหารราชการแผ่นดิน จนถึงขั้นว่ามีการดำเนินการในทางศาลบ้างแล้ว
ซึ่งหากนายกรัฐมนตรีมีความโปร่งใส ไม่เลือกปฏิบัติ
และเป็นธรรมก็น่าจะอำนวยความสะดวกให้หน่วยงานที่รับผิดชอบดำเนินการไปตามปกติ
ตามขั้นตอนกฎหมายและระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน หรือไม่ต้องถึงขั้นอำนวยความสะดวกก็ได้
เพียงแต่ปล่อยให้เป็นไปตามครรลองกฎหมายก็พอ แต่ความเป็นจริงหาเป็นเช่นนั้นไม่ กลับปรากฏว่า
โดยการนำของนายกรัฐมนตรีดูเหมือนว่าได้มีความพยายามในการช่วยเหลือให้บุคคลดังกล่าวไม่ต้องรับโทษ
โดยพ้นจากกระบวนการทางกฎหมายที่กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้
ถึงขนาดว่าได้เตรียมการเสนอให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี 2550
ซึ่งเป็นที่ทราบดีอยู่แล้วว่า ผลของการ แก้ไขรัฐธรรมนูญย่อมทำให้คดีเกี่ยวกับการทุจริตคอรัปชั่นของบุคคลดังกล่าวที่อยู่ระหว่างดำเนินการต้องมีอันสิ้นสุดไป
ดังนั้น นายกรัฐมนตรี การที่จะปฏิเสธว่า
ไม่ได้รู้เห็นเป็นใจหรือมีเจตนาที่จะช่วยเหลือบุคคลดังกล่าวนั้นให้พ้นผิด
แต่เหตุที่แก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีปัญหาในทางปฏิบัติ
รัฐธรรมนูญฉบับนี้มาจากเผด็จการทหารไม่เป็นประชาธิปไตย หรือเหตุผลออื่นๆ
อีกมากมายก็ตาม ล้วนแล้วแต่ไม่อาจลบล้างความเชื่อที่ว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีวาระซ่อนเร้นเพื่อช่วยให้อดีตผู้บริหารพรรคไทยรักไทย
111 คนที่ถูกตัดสิทธิทางการเมืองพ้นผิด และที่สำคัญก็คือ
การช่วยให้การดำเนินคดีทางอาญาในเรื่องการทุจริตของอดีตนายกรัฐมนตรี
และอดีตหัวหน้าพรรคไทยรักไทยสิ้นสุดไป เพราะเหตุว่า
ประการแรกรัฐบาลรีบเร่งเหลือเกินที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญให้จงได้
ประการที่สองรัฐบาลย่อมเล็งเห็นผลอยู่แล้วว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะช่วยให้บุคคลที่กล่าวมาพ้นผิด เพราะฉะนั้น
เมื่อเปรียบเทียบกรณีตัวอย่าง 2 กรณี คือกรณีของอดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
พลตำรวจเอก เสรีพิสุทธิ์ เตมียเวช
ที่นายกรัฐมนตรีรีบเร่งให้มีการจัดการคดีให้เสร็จสิ้นไปโดยเร็ว ตั้งแต่การโยกย้ายไปประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
จนถึงการมีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนในระหว่างการสวบสวนความผิดวินัยร้ายแรง
กับอีกกรณีหนึ่งของอดีตนายกรัฐมนตรีที่มีคดีความส่งฟ้องศาลไปแล้วก็มี
บางคดีก็อยู่ระหว่างดำเนินการสวบสวนข้อเท็จจริง
แต่นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันไม่ยักกะมีทีท่าว่า
จะช่วยอำนวยการให้เจ้าหน้าที่ของรัฐที่รับผิดชอบคดีดังกล่าวได้รีบเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จไปแต่อย่างใด
ในขณะเดียวกันกลับส่ออาการในลักษณะที่จะช่วยเหลือให้พ้นผิดก่อนกำหนดซะด้วย
แทนที่จะปล่อยไปตามครรลองของการดำเนินคดีตามปกติ แบบนี้ถือว่าเป็น “การเลือกปฏิบัติ” ใช่หรือไม่ ดังนั้น เมื่อมีการกระทำในทำนองเลือกปฏิบัติ ซึ่งหมายถึง การไม่ให้ความเสมอภาคแก่บุคคลต่างๆ ภายใต้อาณัติการปกครอง ภายใต้กรอบกฎหมายเดียวกัน หรือความจริงแล้วการเลือกปฏิบัติก็ดี การไม่ให้ความเสมอภาคกันก็ดี ไม่ถือเป็นครรลองของความเป็นประชาธิปไตยเลย ซึ่งรัฐบาลนี้ รวมทั้งนายกรัฐมนตรีมักอ้างอิงอยู่เสมอว่า มาจากการเลือกตั้ง มีเสียงสนับสนุนข้างมากจากประชาชน เป็นประชาธิปไตย แต่ในความเป็นจริงน่าจะทบทวนว่าการประพฤติปฏิบัตินั้นเป็นไปตามครรลองประชาธิปไตยจริงหรือไม่? อย่างน้อย
“การเลือกปฏิบัติ” ก็ส่อแววให้เห็นว่าไม่ใช่วิถีปฏิบัติของความเป็นประชาธิปไตย
และขอฟันธง โดยไม่ต้องรอถามหมอลักษณ์เลยว่า “นายกรัฐมนตรีคนนี้...ไม่โปร่งใส” แน่นอน ฟันธง! |
| << | พฤษภาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |