พิมพ์หน้านี้
|
คาวี...ในการเมืองไทย รณฤทธิ์ ละครเรื่อง
“สวรรค์เบีี่ยง” ซึ่งมีผู้คนติดกันมากมาย
ทั้งแม่ค้าแม่ขาย ข้าราชการ พนักงานบริษัท หรือนิสิตนักศึกษา
ละครเรื่องนี้เพิ่งจะอวสานไปสดๆ ร้อนๆ เมื่อราวสองสัปดาห์ที่ผ่านมานี้เอง
แล้วละครเรื่องนี้มาเกี่ยวข้องอะไรกับการเมืองไทยล่ะ ติดตามอ่านต่อไป
ผมจะเฉลยให้ทราบ “สวรรค์เบี่ยง” เป็นเรื่องราวของพระเอกหนุ่มมีชื่อว่า
“คาวี” ซึ่งลูกชายคนเดียวของมหาเศรษฐี ที่มีพร้อมทุกสิ่งทุกอย่าง
ทั้งทรัพย์สมบัติ เงินทอง แต่สิ่งที่ขาดไปคือ ความอบอุ่นทางใจ ด้วยเหตุที่สูญเสียแม่ตั้งแต่เล็ก
ส่วนพ่อก็เจ้าชู้มีผู้หญิงมากมาย คาวีจึงไม่ลงรอยกับพ่อ และใช้ชีวิตแบบอิสระ
ทำตามใจตนเอง มีบุคลิกภายนอกที่หยาบกระด้าง เอาแต่ใจตัวเอง ไม่สนใจผู้ใด
วันหนึ่งพ่อของคาวีแต่งงานกับผู้หญิงในวัยเดียวกับตน
ทั้งยังเคยเป็นผู้หญิงที่เคยแอบชอบพอตนเองสมัยที่ยังเรียนอยู่
แต่ถูกคาวีแสดงอาการดูถูกเหยียดหยามให้จึงมีความแค้นในตัวคาวี เมื่อ “ลีลา” เข้ามาอยู่ในบ้านในฐานะแม่เลี้ยง
ก็ยิ่งสร้างความไม่พอใจให้คาวีเป็นอย่างยิ่ง คาวีจึงแก้แค้นตามวิถีทางของตน
ด้วยการลักพาตัว “นาริน”
น้องสาวของลีลาไปกักขังหน่วงเหนี่ยว และบังคับขืนใจ โดยที่นาริน หญิงสาวผู้ใสซื่อบริสุทธิ์
ไม่รู้อีโหน่อีเหน่อะไรกับเขาเลยก็ต้องมาตกเป็นเหยื่อ เป็นที่ระบายความแค้นของคาวี อุปมาอุปไมย ในแวดวงการเมืองไทยก็มีคนแบบคาวี ปรากฏให้เห็นกันมากมาย
คาวีในการเมืองไทยก็มีพฤติกรรมไม่ต่างจากคาวีในละครซักเท่าไหร่ กล่าวคือ เป็นคนที่มีลักษณะถืออำนาจบาตรใหญ่
ยึดตนเองเป็นศูนย์กลาง เมื่อตัวเองมีอำนาจเหนือกว่าบุคคลอื่นๆ
ก็ใช้อำนาจในทางมิชอบ หรือบางทีไม่พอใจใครก็อาจใช้กำลังกระโดดถีบเอาดื้อๆ เลยก็ได้
ขณะนี้คาวีก็กำลังจะบังคับขืนใจประชาชน ด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยไม่ฟังเสียงทัดทานจากประชาชนหลายกลุ่มที่พยายามให้เหตุผล
และชี้แนะให้ศึกษารายละเอียดให้รอบคอบก่อน
แล้วควรมีการจัดเวทีให้ความรู้แก่ประชาชน และทำประชาพิจารณ์
รวมทั้งน่าจะให้มีการสรรหาและจัดตั้ง สสร.
เข้ามาทำหน้าที่แก้ไขและร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เสียงทัดทาน และข้อชี้แนะต่าง ๆ เหล่านี้มาจากประชาชนหลายภาคส่วน แต่ทว่าพ่อเจ้าประคุณ
คาวี จอมเผด็จการ ที่ชอบอ้างว่าตนเองมีหัวใจนักประชาธิปไตยอยู่เต็มเปี่ยม
กลับไม่สนใจใยดีใด ๆ ทั้งสิ้น ตั้งหน้าตั้งตาจะแก้แค้นอย่างเด็ดเดี่ยว แล้วก็ลงท้ายด้วยการไปบังคับขืนใจประชาชนแทน
ประชาชนก็ไม่ต่างไปจาก “นาริน”
นางเอกในละครสวรรค์เบี่ยงที่ต้องกลายเป็นเหยื่อในการระบายความแค้นของคาวี นอกจากประชาชนผู้ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ที่ต้องตกเป็นเหยื่ออารมณ์การแก้แค้นของคาวีแล้ว
ก็ยังมีบรรดาข้าราชการอีกหลายต่อหลายคนก็กลายเป็นเหยื่อในการแก้แค้นของคาวีอีกด้วย
ลองคิดดูสิ ข้าราชการบางท่านตั้งหน้าตั้งตาทำงานมาด้วยความอดทน
และยากลำบากกว่าจะไต่เต้ามาถึงผู้บริหารระดับสูง จู่ๆ
ก็มีคำสั่งย้ายไปที่โน่นที่นี่โดยอ้างเหตุผลแค่คำเดียวว่า “เพื่อความเหมาะสม” หลายกรณีที่ผมพยายามคิดไปคิดมาหลายตลบว่าเหมาะสมอย่างไรกัน
ยกตัวอย่างเช่น ข้าราชการระดับอธิบดีกรมแห่งหนึ่ง
ถูกคำสั่งย้ายไปเป็นผู้ตรวจราชการประจำกระทรวง หรือย้ายไปประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
(ซึ่งมุขนี้นิยมใช้กันมาก) ซึ่งจากกรมๆ หนึ่งที่มีภาระงานรับผิดชอบดูแลทั่วประเทศ
ถูกย้ายไปประจำอยู่ที่สำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งแทบจะไม่มีงานสำคัญๆ ให้ทำเลย
แล้วแบบนี้จะเรียกว่า เหมาะสม ได้อย่างไร อย่างไรก็ตาม ละคร “สวรรค์เบี่ยง” จบไปแล้วแบบมีความสุขสมหวัง (Happy ending) โดยที่พระเอกของเรื่องคือ
คาวี ที่ร้ายๆ โหดๆ เอาแต่ใจตนเอง เกิดความสำนึกผิด สำนึกในบาปบุญคุณโทษ แล้วกลับตัวเป็นคนดี
ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะตัวเองจะมีลูก และมีความรักในตัวนางเอกมาก จนในที่สุด
คาวีเกิดความสำนึกผิด ปรับปรุงแก้ไขตนเองเป็นคนดีได้ แต่เรื่องของ คาวี ในการเมืองไทยนั้น
ไม่รู้ว่าจะจะกลับเนื้อกลับตัวเป็นคนดี มีจิตสำนึกที่ดีได้หรือไม่ อย่างไร
แต่ดูท่าทางคงจะยากเหลือเกิน
นี่ก็ได้ข่าวมาว่าไปอาละวาดแผลงฤทธิ์อยู่แถวๆกระทรวงต่างประเทศโน่นแน่ะ ! |
| << | พฤษภาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |