• รณฤทธิ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : ิboonyou_khor@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-05-09
  • จำนวนเรื่อง : 92
  • จำนวนผู้ชม : 15306
  • จำนวนผู้โหวต : 22
  • ส่ง msg :
สื่อการบ้าน...สารการเมือง
การบ้านการเมืองเป็นเรื่องใกล้ตัว: ตรวจสอบ วิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์ และ สะท้อนมุมมองที่หลากหลายด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม เพื่อร่วมสร้างสรรค์สังคมประชาธิปไตยที่แท้จริง
Permalink : http://www.oknation.net/blog/boonyou
วันจันทร์ ที่ 2 มิถุนายน 2551
CSR : in trend หรือ in heart
Posted by รณฤทธิ์ , ผู้อ่าน : 229 , 00:43:27 น.   | หมวดหมู่ : บทความ4วิ  
พิมพ์หน้านี้



ความรับผิดชอบต่อสังคมของธุรกิจ (CSR): in trend หรือ in heart?

 

 ปัจจุบันเรื่่องเกี่ยวกับ ความรับผิดชอบต่อสังคมของธุรกิจ (Corporate Social Responsibility) หรือมักเรียกกันสั้น ๆ ว่า ซีเอสอาร์ (CSR) กลายเป็นกระแสที่กำลังมาแรง ใครไม่ทำกิจกรรมที่แสดงถึงความรับผิดชอบทางสังคมก็อาจตกกระแส รวมทั้งอาจเกิดผลกระทบด้านภาพลักษณ์ต่อองค์กร ดังนั้น องค์กรธุรกิจจำนวนมากจึงต่างก็พยายามสร้างสรรค์กิจกรรมต่าง ๆ และดำเนินกิจกรรมที่แสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมกันอย่างมากมาย มีหลากหลายรูปแบบ มีทั้งกิจกรรมประเภทดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม เช่น ปลูกป่า รักษาต้นน้ำ กิจกรรมจำพวกรณรงค์ เช่น รณรงค์ประหยัดน้ำ ประหยัดไฟ ประหยัดพลังงานเพื่อลดภาวะโลกร้อน หรือบางองค์กรก็ทำพวกกิจกรรมเกี่ยวกับเด็กและเยาวชน เช่น จัดค่ายให้ความรู้แก่เยาวชน บางองค์กรก็ทำง่าย ๆ พื้นฐาน เช่น แจกข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ ให้ชาวบ้าน เหล่านี้ เป็นต้น

 

 

 

อย่างไรก็ตาม การที่องค์กรธุรกิจต่าง ๆ ได้ดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมหรือเพื่อประโยชน์สาธารณะเหล่านั้นแล้วเรียกว่า มีความรับผิดชอบต่อสังคมแล้วหรือ ? ผมเชื่อว่าผู้คนมากมายยังคาใจในคำถามนี้เช่นเดียวกัน ในทัศนะของผมแล้วเห็นว่า การดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมในลักษณะต่าง ๆ ดังกล่าวมาแล้วข้างต้น ยังไม่อาถือได้ว่า องค์กรนั้นๆ มีความรับผิดชอบต่อสังคม (Social Responsibility) ได้อย่างเต็มปากเต็มคำมากนัก หากการทำกิจกรรมเพื่อสังคมหรือการแสดงออกให้เห็นว่ามีความรับผิดชอบต่อสังคมดังกล่าวนั้นเป็นการทำตามกระแส หรือที่มักเรียกว่า อินเทรนด์ (in trend) ซึ่งไม่ได้ออกมาจากจิตใจจริงๆ การมีจิตสำนึกสาธารณะที่เกิดจากภายในจิตใจอันเต็มเปี่ยมไปด้วยสำนึกความรับผิดชอบต่อสังคมต่างหากที่จะถือได้ว่า มีความรับผิดชอบต่อสังคมจริงๆ พูดง่ายๆ ว่า การทำความดี (ต่อสังคม) นั้นต้องมาจากภายในจิตใจจริง ๆ ที่เรียกว่า อินฮาร์ท (in heart) จึงจะถือได้ว่ามีความรับผิดชอบต่อสังคมจริง

 

 

 

การที่องค์กรธุรกิจดำเนินกิจกรรมทางสังคม หรือกิจกรรมสาธารณประโยชน์โดยมุ่งหวังเพื่อสร้างชื่อเสียงหรือภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กร หรือเพียงเพื่อไม่ให้ตกกระแสเท่านั้น ในขณะเดียวกันอีกด้านหนึ่งในกระบวนการทางธุรกิจกลับปรากฎว่า มีการกระทำที่ขาดจริยธรรม หรือละเมิดสิทธิของบุคคลอื่นหรือชุมชน อาทิ แจกข้างของเครื่องใช้ให้คนยากคนจน ในขณะที่ตัวเองขายสินค้าบาปที่มีส่วนทำลายสุขภาพ และสร้างผลกระทบทางสังคม เช่น เหล้า เบียร์ เป็นต้น หรือบางองค์กรทำกิจกรรมค่ายเยาวชน อบรมให้ความรู้บ้าง จัดติววิชาเพื่อเตรียมสอบให้บ้าง แต่ในขณะเดียวกันบริษัทก็ขายสินค้าที่เป็นอันตรายกับเด็ก เช่น ขนมขบเคี้ยวที่ไม่มีคุณภาพทางโภชนาการ หรือบางองค์กรก็ยังปล่อยสารพิษ สร้างมลภาวะให้กับสังคม บางองค์กรก็นิยมทำกิจกรรมการกุศล เช่นบริจาคเงินให้มูลนิธิต่าง ๆ แต่กลับปรากฎว่าองค์นั้นยังเอารัดเอาเปรียบพนักงาน หลบเลี่ยงไม่ทำตามกฎหมายแรงงาน เป็นต้น พฤติกรรมขององค์กรธุรกิจที่ดำเนินกิจกรรมสังคมในลักษณะแบบที่เรียกว่า มือถือสาก ปากถือศีล เช่นนี้ ไม่ถือว่าเป็นการทำกิจกรรม CSR แต่อย่างไดเลย ความจริงแล้วน่าจะถือว่าเป็นพวก ขาดความรับผิดชอบต่อสังคม (non-social responsibility) มากกว่า

 

 

 

อย่างไรก็ตาม ผมก็ไม่ได้หมายความว่า เมื่อองค์กรธุรกิจได้มีการดำเนินกิจกรรมที่แสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมแล้ว จะทำการประชาสัมพันธ์เพื่อให้สาธารณชนได้รับรู้ และเพื่อเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่องค์กรไม่ได้ เพียงแต่ผมติงในจุดเริ่มต้นของการจัดทำกิจกรรมสังคมขององค์กรธุรกิจว่า ต้องริเริ่มมาจากการมีจิตใจช่วยเหลือสังคม หรือมุ่งประโยชน์สาธารณะอย่างแท้จริง ออกมาจากใจ โดยเฉพาะจากใจของผู้บริหารระดับสูง (Top Management) ขององค์กรนั้นจริง ๆ โดยที่การทำการประชาสัมพันธ์ และการมุ่งสร้างภาพลักษณ์เป็นเรื่องรอง เป็นผลพวงของการทำกิจกรรมเพื่อสังคมดังกล่าวนั้น มิใช่เป็นการทำกิจกรรมเพื่อสังคมเป็นเรื่องรอง โดยวัตถุประสงค์ที่แท้จริงคือ ต้องการประชาสัมพันธ์องค์กรหรือสินค้า และต้องการสร้างภาพองค์กรให้ดูดีเท่านั้น กรณีเช่นนี้ไม่ถือว่ามีความรับผิดชอบต่อสังคม น่าจะถือว่าเป็นพวกหลอกลวงสังคมมากกว่า

 
 

 ดังนั้น การแสดงถึงการมีความรับผิดชอบต่อสังคมของธุรกิจทั้งหลายนั้น อาจเริ่มต้นง่ายๆ โดยประการแรก เริ่มต้นจากภายในองค์กรของตนเองก่อน ด้วยการสำรวจว่า องค์กรได้มีการเอารัดเอาเปรียบพนักงาน เอาเปรียบผู้ถือหุ้นหรือไม่ มีการหลบเลี่ยงไม่ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจหรือไม่ ทั้งกฎหมายเกี่ยวกับการพาณิชย์ และทางด้านแรงงานสัมพันธ์ หากยังมีอยู่ก็ควรดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้อง เรียบร้อยเสียก่อน ประการที่สอง ควรมีการกำหนดเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคมของธุรกิจไว้ในนโยบายขององค์กรด้วย โดยที่ต้องมีการปลุกจิตสำนึกในเรื่องดังกล่าวให้กับพนักงานทั่วทั้งองค์กรด้วย และประการสำคัญเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคมนั้นต้องเริ่มจากผู้บริหารสูงสุดขององค์กรที่จะต้องให้การยอมรับ และให้ความสำคัญ รวมทั้งต้องให้พนักงานเข้ามามีส่วนร่วมด้วย ทั้งนี้ เรื่องความรับผิดชอบต่อสังคมนั้นต้องถุกกำหนดให้เป็นพันธกิจหนึ่งขององค์กร เป็นพันธะสัญญาที่องค์กรธุรกิจพึงมี ทั้งต่อสังคมภายในองค์กร และสังคมภายนอก

 
 

 กล่าวโดยสรุปในตอนท้ายนี้ ขอย้ำว่า ความรับผิดชอบต่อสังคมของธุรกิจ (Corporate Social Responsibility) หรือ ซีเอสอาร์ (CSR) ต้องทำด้วยศรัทธาแห่งความดีที่มีต่อเพื่อนมนุษย์ ต่อสิงแวดล้อม และต่อโลก ที่มาจากใจจริงๆ ที่เรียกว่า อินฮาร์ท (in heart) จึงจะยอมรับได้ว่าเป็นความรับผิดชอบต่อสังคมของธุรกิจ หรือ CSR ที่แท้จริง ส่วนการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมเพื่อมุ่งหวังแต่สร้างภาพ มุ่งการประชาสัมพันธ์เป็นหลัก หรือการทำกิจกรรมรับผิดชอบต่อสังคม แต่กระบวนการทางธุรกิจยังทำร้ายสังคม ยังเบียดเบียนธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยังเอารัดเอาเปรียบเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน เรียกว่าแค่ทำตามกระแส หรือ อินเทรนด์ (in trend) เท่านั้น ลักษณะและพฤติกรรมแบบนี้เป็นได้ก็แค่เพียง ความรับผิดชอบต่อสังคมแบบจอมปลอม หรือ ซีเอสอาร์เทียม (pseudo-CSR) เท่านั้น !

 

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1
ตัวจุ้น วันที่ : 03/06/2008 เวลา : 09.08 น.
http://www.oknation.net/blog/playland

ผมเห็นด้วยกับบทความนี้อย่างยิ่ง
ผมเพิ่งได้ยินคำ CSR เมื่อไม่นานมานี้
ทั้งที่ผมจบปริญญาตรีการตลาดและโทการบริหารมาแล้ว
เห็นพูดกันทั่วไปและเหล่าอาจารย์ก็นำมาสอนกันทั่ว
แต่จากการสังเกตความเป็นจริงของธุรกิจไทย
จำนวนมากที่ไม่ได้ทำตามปรัชญา
เช่น ขึ้นราคาสินค้าเอาเปรียบลูกค้า ผลิตของไม่มีคุณภาพ,
กับพนักงานก็ให้เงินเดือนสวัสดิการห่วยแตก,
เล่นพรรคเล่นพวกขาดคุณธรรมในการบริหาร,
ปล่อยของเสียสู่สภาพแวดล้อม,
ทำแม้กระทั่งในสิ่งที่ผิดกฏหมาย,
การใช้เงินในบริษัทก็มีการนำเงินบริษัทไปใช้ส่วนตัว ฯลฯ
ผมอยากถามว่าบริษัทไหนที่กล้าพูดเต็มปากว่า
"ท่านไม่มีสิ่งเหล่านี้ที่ผมกล่าวข้างต้น"
แล้วค่อยมาปฏิบัติตามกระแสโลก
จริงครับ "มือถือสาก ปากถือศีล" เต็มกันไปหมด
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มิถุนายน 2008 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30