พิมพ์หน้านี้
|
กรณีปราสาทพระวิหาร : ผมเชื่อว่ารัฐบาลจงใจและนพดลยังมีข้อมูลปกปิดไว้อีกมาก จากกรณีที่มีข่าวว่าในที่สุดทางยูเนสโกได้ประกาศให้ปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก โดยประเทศภาคีสมาชิกต่างได้ให้การรับรอง และผู้แทนจากไทยที่ไปร่วมประชุมบอกว่า ได้แจ้งทักท้วงแล้วแต่คณะกรรมการไม่รับฟัง แต่ได้ตกลงให้ไทยเข้าร่วมกับประเทศอื่น ๆ อีก 6 ประเทศร่วมเป็นกรรมการบริหารพื้นที่บริเวณปราสาท ซึ่งภายหลังนายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ มาแถลงว่า ไม่ได้เป็นการบริหารพื้นที่บริเวณปราสาท แต่เป็นการบริหารตัวปราสาท (ซึ่งนายนพดล ยืนยันว่าเป็นของกัมพูชาไปแล้ว) อันถือว่าไทยได้รับเกียรติให้เป็นกรรมการร่วมในการบริหารปราสาทพระวิหาร ผมรู้สึกว่า จนถึงทุกวันนี้ แม้นายนพดลจะมาแถลงรายละเอียดต่าง ๆ มากมาย แต่ดูเหมือนว่า ความไม่ชอบมาพากลยังคงไม่หมดไป ผมมีข้อสังเกตหลายประการทีเดียวที่ทำให้เชื่อว่า รัฐบาลนี้จงใจให้เรื่องราวออกมาเป็นเช่นนี้ และรัฐบาลโดยเฉพาะอย่างยิ่งนายนพดล ยังมีข้อมูลที่ปกปิดไว้อีกมาก ประการแรก เราไม่ทราบข้อมูลรายละเอียดเลยว่า นายนพดล และนายปองพล (ซึ่งดูขึงขังเหลือเกินว่าจะไปคัดค้าน) ได้ไปแถลงการณ์ว่าอย่างไรที่แสดงว่า ไทยไม่ตกลง รวมทั้งมีคำสั่งศาลไม่ให้นำมติ ค.ร.ม. เกี่ยวกับกรณีดังกล่าวไปใช้ เราไม่เห็นเอกสารการแถลงการณ์เลยว่าสิงคนนี้ไปพูดว่าอย่างไรกันแน่ มีแต่นายนพดลมาให้ข่าวว่าได้พูดคัดค้านแล้วแต่ยูเนสโกไม่ฟัง เพราะเป็นเรื่องภายในประเทศ ซึ่งผมไม่เชื่อว่ายูเนสโกจะยอมให้ขึ้นทะเบียนมรดกโลกท่ามกลางความขัดแย้งของสองประเทศที่ยังไม่ลงรอยกันอยู่ โดยไม่ฟังเสียงทัดทานใด ๆ แต่ประเด็นสำคัญคือสองคนที่รัฐบาลส่งไปนั้น ไปพูดว่าอย่างไรต่างหาก ซึ่งผมไม่เชื่อว่าเขาได้ไปทำการคัดค้านอย่างเต็มที่จริง ประการที่ 2 กรณีมีการแต่งตั้งไทยเป็นหนึ่งในคณะกรรมการบริหารพื้นที่ร่วมกับอีก 6 ประเทศนั้น ดูยังคลุมเคลือมาก เพราะหากเป็นพื้นที่ทับซ้อนบริเวณปราสาทแล้วเป็นพื้นที่ของไทย ประเทศอื่นจะเข้ามายุ่ง มาบริหารได้อย่างไร หรือถ้าหากคณะกรรมการดังกล่าวเป็นการร่วมกันบริหารเฉพาะตัวปราสาทเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับพื้นที่ตามที่นายนพดลแถลง ก็ยิ่งน่าสงสัยใหญ่เลยว่า เขมรยอมได้อย่างไร แล้วยูเนสโกถือสิทธิใดไปบริหารทรัพย์สมบัติของผู้อื่น เหมือนกับเช่นมรดกโลกของไทยหลายแห่งก็ไม่เกห็นต้องให้ประเทศอื่นมาร่วมบริหารเลย จึงดูจะมีพิรุธอย่างมาก และนายนพดลก็ไม่ได้เปิดเผยเอกสาร หรือคำแถลงการณ์ที่เป็นของจริงให้สังคมได้รับทราบ เวลามานำเสนอข่าวก็เห็นแค่หยิบกระดาษ 2-3 แผ่นมาอ้าน แล้วก็ทไเป็นชี้โน่นชี้นี่ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจริง ๆ แล้วคือเอกสารอะไร เป็นตัวจริงหรือไม่ ประการที่ 3 ความรีบร้อนในการปลด ดร. อดุล วิเชียรเจริญ แล้วตั้งนายปองพล อดิเรกสาร แทน ทำให้นายปองพลได้เป็นตัวแทนประเทศไทยไปร่วมประชุมฯ นั้น ผมเชื่อว่า เป็นความจงใจของรัฐบาล และเป็นกระบวนการที่มีการวางแผน และเล็งเห็นผลไว้ก่อนแล้ว เพราะจากการติดตามข่าวก็พบว่า นายปองพลไม่ได้ไปทำอะไรที่ชัดเจนว่าได้ปกป้องสิทธิของปะทศอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ยังมีผู้ตั้งคำถามอีกว่า "แล้วจริง ๆ นายปองพล มีความรู้ ความสามารถในเรื่องการขึ้นทะเบียนมรดกโลกอย่างเพียงพอหรือไม่ในการเป็นตัวแทนประชุมครั้งนี้ โดยสรุป ผมฟันธงได้เลยว่า รัฐบาลนี้จงใจฝ่าฝืนบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 เพราะทุกอย่างได้มีการวางแผนไว้ล่วงหน้าแล้ว โดยมีการเล่นปาหี่นิดหน่อยเป็นช่วง ๆ เพื่อหลอกประชาชนไทยให้สับสน ผมเชื่อว่า ทั้งนายนพดล และรัฐบาลยังมีข้อมูลรายละเอียดในเรื่องปราสาทพระวิหารปกปิดไว้อีกมากที่ไม่ยอมใไห้ประชาชนได้รับรู้ สุดท้ายจึงอยากวิงวอนฝากให้ ฝ่ายที่มีหน้าที่โดยตรง รวมทั้งสื่อมวลชน ช่วยติดตามเจาะลึกข้อเท็จจริงในกรณ๊ดังกล่าวนี้ให้ถึงที่สุด แล้วนำมาตีแผ่ความจริงให้ประชาชนได้รับทราบความจริงและความเลวของพวกที่ไม่หวังดีต่อชาติพวกนี้ |
| << | กรกฎาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||