พิมพ์หน้านี้
|
รูปแบบการจัดการกับข้อกล่าวหาทางการเมืองของรัฐบาล งานวิจัยของ
ศ. ดร. สมบัติ จันทรวงศ์ เรื่องหนึ่งน่าสนใจมาก คือเรื่อง การเมืองเรื่องการปัดความรับผิดชอบ : กรณีศึกษากระบวนการจัดการกับ “ความจริง”
โดยการสร้างคำให้เหตุผลของนักการเมืองไทย พ.ศ. 2531 – 2540 ทั้งนี้ผลการศึกษาวิจัยพบว่า
ในกรณีที่นักการเมืองตกเป็นข่าวอื้อฉาวต่าง ๆ
นักการเมืองไทยมีวิธีการจัดการกับข้อกล่าวหา 5 วิธีการด้วยกัน ได้แก่ 1. การประกาศขอรับผิด ซึ่งวิธีการนี้เกิดขึ้นน้อยมาก
บางครั้งการประกาศขอรับผิดก็เป็นเพราะไม่มีทางเลือกอย่างอื่น หรือไม่อาจปฏิเสธได้ 2. การปฏิเสธความรับผิดชอบของการกระทำ
ซึ่งมีหลายรูปแบบ เช่น การปฏิเสธข้อเท็จจริงแห่งความผิด
การปฏิเสธว่าเป็นความผิดตามกฎหมาย การปฏิเสธโดยอ้างฐานะทางเศรษฐกิจ หรือความสูงส่งของผู้กล่าวหา
การปฏิเสธโดยอ้างว่า ถ้าทำจริงเหตุการณ์จะเลวร้ายกว่านี้ 3. การแก้ตัวเพื่อปัดความรับผิดชอบ
เป็นสิ่งที่นักการเมืองไทยชอบทำกันมาก
รูปแบบของการแก้ตัวใกล้เคียงกับที่ปรากฏในสังคมตะวันตก ซึ่งรูปแบบการแก้ตัวได้แก่
การหาแพะรับบาป (แบบนี้นักการเมืองไทย รวมไปถึงตำรวจไทยด้วยถนัดนัก –
ผู้เขียนบล๊อก) การอ้างว่าไม่ได้ตั้งใจ
หรือไม่สามารถเห็นผลลัพธ์ที่ไม่พึงประสงค์ล่วงหน้า การขอให้กระจายความรับผิดชอบ
การอ้างสถานการณ์บีบบังคับให้ต้องทำเช่นนั้น เป็นต้น 4. การยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น
แต่ปฏิเสธว่าผลลัพธ์เป็นสิ่งที่เลวร้าย เช่น
อ้างว่าเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้เลวร้าย เพราะเป็นเพียงการทำหน้าที่ตามปกติของนักการเมือง
ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะดีกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะไม่เลวร้ายไปกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบันเพราะใคร
ๆ ก็ทำกัน ควรมองผลลัพธ์จากแง่มุมที่กว้างกว่าเดิม 5. การเลี่ยงที่จะไม่ตอบคำถามในเรื่องอื้อฉาว
ซึ่งมีรูปแบบต่าง ๆ ดังนี้ การเลี่ยงจากสถานการณ์ที่ต้องตอบคำถาม การไม่ตอบ
แต่กลับตั้งคำถามแทนคำตอบ การโจมตีคำถาม การโจมตีผู้ถาม การปฏิเสธที่จะตอบคำถาม
การเปิดประเด็นการเมืองอื่น การตอบไม่ตรงคำถาม การตอบเป็นเรื่องตลกไป ทั้งนี้ ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ
ลักษณะที่นักการเมืองไทยใช้มากที่สุด คือ การไม่ตอบคำถาม
แต่เลี่ยงไปโจมดีผู้ถามและฝ่ายตรงข้ามแทน นอกจากนี้อาจารย์สมบัติฯ
ได้สรุปไว้ในตอนหนึ่งว่า “การอภิปรายไม่ไว้วางใจกลายเป็นภาพลวงตา เป็นการแสดงที่มี ส.ส. เป็นตัวละคร
และมีสาธารณชนเป็นคนดู - ปฏิเสธความผิด อย่างเช่นที่ นายจักรภพ เพ็ญแข,
นายนพดล ปัทมะ, นายสมัคร สุนทรเวช กระทำมาโดยตลอด - แก้ตัวเพื่อปัดความรับผิดชอบ แบบนี้นายนพดล ก็ทำโดยการปัดความรับผิดชอบกรณีเขาพระวิหารไปให้ข้าราชการกระทรวง การต่างประเทศ
เป็นต้น และอีกหลายคนในรัฐบาลก็กระทำกันเป็นปกติวิสัย - การเลี่ยงไม่ตอบคำถาม
รูปแบบนี้ไล่เรียงลงมาตั้งแต่นายกรัฐมนตรี รมต. มหาดไทย รมต. ศึกษาธิการ
จะเห็นได้ว่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านมาก็ใช้กันอยู่ร่ำไป โดยเฉพาะ ร.ต.อ.
เฉลิม อยู่บำรุง นอกจากตอบไม่ตรงคำถามแล้วยังใช้วิธีโจมตีผู้ถามอีกด้วย
ตรงตามตำราของอาจารย์สมบัติ ฯ เป๊ะเลย ส่วนอีก 2 รูปแบบ คือ การประกาศขอรับผิด
กับ การยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้นบางส่วน
ไม่ต้องหวังแทบหาไม่เจอเลยสำหรับรัฐบาลชุดนี้ ขนาดเรื่องที่ผิดเห็น ๆ จะๆ ชัดๆ
ก็ยังปฏิเสธเสียงแข็ง อาจมีบ้าง 1
ครั้งที่นายกรัฐมนตรียอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นบางส่วน คือ
ยอมรับว่าคณะรัฐมนตรีชุดนี้ขี้เหร่ แต่ก็แก้ตัวว่าคนเก่ง ๆ ถูกเว้นวรรคทางการเมืองไปหมดแล้ว
หาคนเก่งไม่ได้ อีกประการหนึ่ง
นอกจากรูปแบบการจัดการแก้ข้อกล่าวหาทางการเมืองที่เป็นไปแบบเดิม ๆ ไม่ได้มีการพัฒนาไปในเชิงสร้างสรรค์
เสริมสร้างจริยธรรม และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนแล้ว
ยังเพิ่มเทคนิควิธีการที่แยบยล
และลึกซึ้งไปกว่าที่อาจารย์สมบัติได้ทำการศึกษาไว้อีกด้วย ที่ลอง ๆ
วิเคราะห์ดูพบว่ามีรูปแบบย่อย ๆ เพิ่มเติมจากที่อาจารย์สมบัติศึกษาไว้ ได้แก่ - ไม่ยอมรับผิด
แล้วยังไปโทษว่าเป็นความผิดของรัฐธรรมนูญ (อันนี้ของใหม่แน่ ๆ รับรอง
เพราะพิลึกพิลั่นจริง ๆ ) - ไม่ยอมรับผิด
แล้วยังไปโทษว่าเป็นความผิดของพันธมิตรที่มาชุมนุมประท้วง - ไม่ยอมรับผิด แล้วยังไปโทษสื่อมวลชน - ไม่ยอมตอบคำถามหรือเลี่ยงไม่ตอบคำถาม แล้วไปตั้งคำถามกลับคนละเรื่องเพื่อให้เป็นเรื่อง
เช่น ตั้งคำถามกลับว่า “เมื่อคืนเสพเมถุนมาหรือเปล่า” แบบนี้ เป็นต้น - ไม่ยอมตอบคำถาม แล้วยังสรรหาคำแปลก ๆ /
คำหยาบคายมาพูดให้เบี่ยงเบนประเด็น เช่น การใช้คำว่ากระเหี้ยนกระหือรือ หอกหัก
จะเอากันให้ตายหรือไง สัตว์นรก เหล่านี้เป็นต้น ดีนะ ที่ยังโยนความผิดให้แค่สื่อมวลชน พันธมิตร
และรัฐธรรมนูญเท่านั้น ยังไม่โยนความผิดไปให้พวกแก๊สโซฮอลล์ เอ็นจีวี หรือ แอลพีจี ทั้งหลาย
ซึ่งก็ไม่แน่อยู่ไปสักพักพวกแก๊สเหล่านี้อาจโดนนายกฯ ของเราโยนความผิดมาให้ก็ได้นะ
! |
| << | กรกฎาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||