*/
  • เเครอท
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : [email protected]
  • วันที่สร้าง : 2013-01-02
  • จำนวนเรื่อง : 35
  • จำนวนผู้ชม : 65074
  • จำนวนผู้โหวต : 161
  • ส่ง msg :
  • โหวต 161 คน
<< มิถุนายน 2013 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 5 มิถุนายน 2556
Posted by เเครอท , ผู้อ่าน : 3194 , 19:39:23 น.  
หมวด : ไดอารี่

พิมพ์หน้านี้
โหวต 4 คน เหล่าซือสุวรรณา , พิชช่า และอีก 2 คนโหวตเรื่องนี้

 
สวัสดีครับน้องๆ ชาว oknation ในวันนี้เป็นที่ 5 มิถุนายน เป็นวันสิ่งแวดล้อมโลก ซึ่งเป็นวันที่เราควรจะทำอะไรสักอย่างเพื่อสภาพแวดล้อมของเราที่ย่ำแย่ลงทุกวัน สังเกตได้จากปรากฏการณ์ต่างๆ ทั้งหิมะขั้วโลกเหนือละลาย น้ำท่วม แผ่นดินไหว หรืออากาศร้อนขึ้น ซึ่งผลเหล่านี้ล้วนมาจากการมนุษย์ที่เป็นคนทำลายธรรมชาติ ทำลายสิ่งแวดล้อมดีๆ นั่นเอง    
 
 
คำขวัญ วันสิ่งแวดล้อมโลก 2556  กิน อยู่ คิด – THINK EAT SAVE
 
 
วันสิ่งแวดล้อม วันสิ่งแวดล้อมโลก 2556
 
 
 
 วันนี้เลยรวบรวมเมืองสีเขียว หรือเมืองที่มีการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนมาให้ดูค่ะ ที่แม้จะอยู่กันคนละมุมโลก แต่ชาวเมืองนั้นๆ ก็ยังร่วมมือร่วมใจกัน ดำเนินชีวิตแบบสร้างภาระต่อโลกน้อยที่สุด ซึ่งทุกเมืองก็ยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวหัวใจสีเขียว และพร้อมให้ความรู้ในด้านนี้คับ
 
 
 


1. Reykjavik ประเทศไอซ์แลนด์


เด็กดีดอทคอม :: 10 อันดับเมืองอนุรักษ์ธรรมชาติของโลกประจำปี 2013


     เมืองเรจาวิกนำพลังงานความร้อนใต้พิภพมาเปลี่ยนเป็นพลังงานสะอาด เพื่อใช้เป็นพลังงานทดแทนเชื้อเพลิงฟอสซิลในการผลิตกระแสไฟฟ้า โดยปัจจุบันเหลืออัตราการใช้น้ำมันเพียง 0.1% เท่านั้น ซึ่งไอซ์แลนด์เองก็วางแผนที่จะให้ทั้งประเทศปลอดการใช้น้ำมัน ถ่านหิน และก๊าซธรรมชาติภายในปี 2050 ซึ่งก็มีแนวโน้มว่าจะต้องประสบความสำเร็จแน่นอน เพราะปัจจุบันเกือบทั้งประเทศก็เปลี่ยนมาใช้พลังงานน้ำและความร้อนใต้พิภพแล้ว ซึ่งพลังงานทั้งสองประเภทนี้สามารถมีทดแทนได้เรื่อยๆ และไม่ก่อให้เกิดปรากฏการณ์เรือนกระจกอีกด้วย
 


2. San Francisco รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา


เด็กดีดอทคอม :: 10 อันดับเมืองอนุรักษ์ธรรมชาติของโลกประจำปี 2013


     แม้จะดูเหมือนตื่นตัวช้ากว่าคนอื่น เพราะซานฟรานซิสโกเพิ่งแบนการใช้ถุงพลาสติกไปเมื่อปี 2007 (แต่ก็เป็นเมืองใหญ่เมืองแรกในสหรัฐที่เริ่มทำนะ) ซานฟรานซิสโกสามารถลดการใช้ถุงพลาสติกได้มากถึง 100 ล้านใบต่อปี และเมื่อปี 2009 ก็เริ่มรณรงค์การรีไซเคิลอย่างจริงจัง ทำให้ปริมาณขยะของเมืองลดลงถึง 77% อีกด้วย ซานฟรานซิสโกจึงสมควรอย่างยิ่งกับอันดับ 2 ปัจจุบันซานฟรานซิสโกก็ยังร่วมมือกันทุกด้านทั้งลดการใช้พลังงานเชื้อเพลิง ออกแบบสิ่งก่อสร้างที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ปรับปรุงการขนส่งสาธารณะ รวมไปถึงลดปริมาณมลพิษทั้งในน้ำและอากาศ
 


3. Malmö ประเทศสวีเดน


เด็กดีดอทคอม :: 10 อันดับเมืองอนุรักษ์ธรรมชาติของโลกประจำปี 2013


     เมืองมาลโม แม้จะเป็นเมืองใหญ่อันดับ 3 ของสวีเดน แต่ก็เป็นผู้นำด้านการหมุนเวียนพลังงาน และการเพิ่มพื้นที่สีเขียวของประเทศ นอกจากนี้ยังมีกังหันพลังงานลมที่ใหญ่เป็นอันดับสามของโลกอีกด้วย ซึ่งทางเมืองก็คาดว่าจะสามารถนำพลังงานลมมาใช้เป็นพลังงานหลักของเมืองได้ภายในปี 2020 ซึ่งโอกาสประสบความสำเร็จก็มีสูงมาก เพราะชุมชน  Western Harbour ของเมืองนี้ใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ ลม และน้ำล้วนๆ 100% แล้ว อาคารบ้านเรือนต่างๆ ในเมืองก็ใช้วัสดุที่ไม่ทำร้ายสิ่งแวดล้อม และออกแบบให้ประหยัดพลังงานมากที่สุด ทางเท้าก็เรียบ สะอาด น่าเดิน มีเลนจักรยานทั่วเมือง ประชาชน 40% เลือกใช้ขนส่งสาธารณะ และ 30% ปั่นจักรยานส่วนตัว ใครใช้รถยนต์ส่วนตัวใในเมืองนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่เท่เลย
 


4. Vancouver ประเทศแคนาดา


Toronto, ตรอนโต, canada, แคนาดา


     เมืองแวนคูเวอร์ตั้งเป้าไว้ว่าจะต้องเป็นเมืองสีเขียวอันดับ 1 ของโลกให้ได้ภายในปี 2020 ที่นี่ถือเป็นศูนย์กลางของนวัตกรรมเทคโนโลยีสะอาดของโลก เช่น เครื่องอัดขยะพลังงานแสงอาทิตย์ที่ตั้งไว้รอบเมือง (ขนาดเท่าถังขยะทั่วไป แต่จุได้มากกว่า 5 เท่า ทำให้ลดพื้นที่โลก และลดจำนวนครั้งในการขนถ่ายขยะ) เป็นต้น นอกจากนี้ยังรณรงค์ลดการปล่อยคาร์บอน และเพิ่มการใช้พลังงานทดแทนได้มากถึง 90% โดยส่วนมาเป็นไฟฟ้าพลังน้ำ รวมไปถึงพื้นที่สีเขียวของเมือง ที่มีสวนสาธารณะมากกว่า 200 แห่ง
 


5. Portland รัฐโอเรกอน สหรัฐอเมริกา





     พอร์ตแลนด์เป็นเมืองแรกในสหรัฐที่จริงจังกับปัญหาสภาพอากาศโลก และยังเป็นเมืองที่มีสิ่งก่อสร้างที่ได้รับใบรับรองการออกแบบอาคารสีเขียว (LEED) มากที่สุดสหรัฐ นอกจากนี้ยังมีกฎหมายเกี่ยวกับการจัดการที่ดินอย่างเคร่งครัด เช่นกฎหมายเรื่องที่ดินเพื่อการเกษตรทั้งในเขตตัวเมืองและชานเมือง 25% ของวัยทำงานในเมือง เลือกใช้ขนส่งสาธารณะ หรือจักรยานในการเดินทางมาทำงาน และนโยบายที่ดีอีกอย่างก็คือ มีจุดชาร์จไฟฟรีกระจายทั่วเมือง สำหรับผู้ที่ใช้รถยนต์พลังไฟฟ้า
 


6. Curitiba ประเทศบราซิล
 





     แม้คูริติบาจะไม่ใช่เมืองหลวงของบราซิล แต่ก็เป็นเมืองหลวงในด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติของประเทศ เพราะมีสวนสาธารณะ 16 แห่ง ป่า 14 แห่ง และพื้นที่สีเขียวสำหรับประชาชนทำกิจกรรมทั่วไปอีกกว่า 1,000 แห่ง รวมไปถึงกฎหมายควบคุมสิ่งแวดล้อมที่จริงจังมากๆ ขยะกว่า 70% สามารถนำมารีไซเคิลได้ และทางการก็เพิ่งปลูกต้นไม้กว่า 1.5 ล้านต้นข้างทางหลวง ทางด่วน และถนนท้องถิ่น นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังอนุญาตให้ชาวไร่พาฝูงแกะของตนเข้าไปกินหญ้าตามสวนสาธารณะต่างๆ ได้อีกด้วย เพื่อให้แกะเล็มหญ้าอยู่เสมอจนหญ้าไม่รก 
 


7. Copenhagen ประเทศเดนมาร์ก




     1 ใน 3 ของชาวเมืองโคเปนเฮเกนใช้จักรยนเป็นพาหนะหลัก แต่ทางการก็ยังรณรงค์ให้คนหันมาใช้จักรยานมากขึ้นจนถึง 50% ของจำนวนประชากรในเมืองภายในปี 2015 นี้ นอกจากนี้ตามชายฝั่งรอบเมืองยังเต็มไปด้วยกังหันลม ที่ช่วยผลิตกระแสไฟฟ้าจำนวนมาก และเมืองโคเปนเฮเกนเองก็เป็นผู้นำของโลกในการต่อสู้กับปัญหาสภาพอากาศที่ทั่วโลกกำลังประสบอยู่
 


8. Stockholm ประเทศสวีเดน





     สตอกโฮล์มได้รางวัลเมืองหลวงสีเขียวแห่งยุโรปในปี 2010 เพราะมีการอนุรักษ์อย่างยั่งยืนมาโดยตลอด พื้นที่ 40% ของเมืองเป็นพื้นที่สีเขียว และทางการเองก็ทำทุกวิถีทางที่จะปกป้องและรักษาพื้นที่สีเขียวเหล่านั้นเอาไว้ นอกจากนี้สตอกโฮล์มยังเริ่มทำความสะอาดระบบขนส่งน้ำมาตั้งแต่ช่วงปี 1960 และยังคงทำอยู่ในปัจจุบัน ทำให้มั่นใจได้ว่าแม้จะไม่ใช่น้ำประปาก็สะอาดตามธรรมชาติสุดๆ ปลาแซลมอนที่จับได้ในแหล่งน้ำใจกลางเมืองก็สามารถนำมาทานได้อย่างปลอดภัย อัตราการปล่อยคาร์บอนของชาวเมืองสตอกโฮล์มอยู่ที่ 3.4 ตันต่อคน ในขณะที่ค่าเฉลี่ยของชาวยุโรปทั้งทวีปอยู่ที่ 10 ตันต่อคน
 


9. Hamburg ประเทศเยอรมนี


แฟรงค์เฟิร์ต (Frankfurt) ประเทศเยอรมนี


     เมืองฮัมบูร์กได้รางวัลเมืองหลวงสีเขียวแห่งยุโรปในปี 2011 เพราะฮัมบูร์กพัฒนาใจกลางเมืองหลายๆ ด้านให้สอดคล้องกับหลักการความยั่งยืน เช่น เมืองใหม่ HafenCity Hamburg ที่เป็นเขตโครงการพัฒนาเมืองใหม่ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป ได้เปลี่ยนจากเขตอุตสาหกรรมเก่าเป็นชุมชนผู้อยู่อาศัยที่มีทั้งบ้าน ร้านค้า และสวนสาธารณะ แม้ฮัมบูร์กจะเป็นหนึ่งในเมืองท่าอุตสาหกรรมสำคัญที่สุดในยุโรป แต่ฮัมบูร์กก็กำลังวางแผนพัฒนาตัวเองให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยกำลังจะเปลี่ยนไปใช้แท็กซี่คอนเทนเนอร์ ที่สามารถขนส่งหนึ่งครั้งได้เท่าใช้รถบรรทุก 60 คัน เพื่อลดมลพิษ
 


10. Bogotá ประเทศโคลอมเบีย
 
 




     หลายคนอาจจะจำภาพเมืองโบโกตา เมืองหลวงของประเทศโคลอมเบีย ในฐานะศูนย์รวมอาชญากรรม มาเฟีย สลัม และความยากจนข้นแค้น แต่ปัจจุบันโบโกตาเปลี่ยนไปมากแล้ว กลายเป็นหนึ่งในเมืองสีเขียวของแถบละตินอเมริกา มีดัชนีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสูงกว่ามาตรฐานเยอะมาก โบโกตามีระบบขนส่งสาธารณะที่มีประสิทธิภาพ เส้นทางปั่นจักรยานกว่าร้อยสาย และพื้นที่สีเขียวในใจกลางเมืองอีกกว่า 1,200 แห่ง และในช่วงปี 2008 - 2011 ที่ผ่านมา แม้จะไม่นานนัก แต่โบโกตาก็พัฒนาคุณภาพอากาศ น้ำ และเพิ่มจำนวนต้นไม้ในตัวเมือง รวมไปถึงลดการลักลอบค้าสัตว์ป่าได้อย่างไม่น่าเชื่อ



     หลายคนอาจจะสงสัยว่าไม่มีเมืองที่ใกล้ๆ ไทยบ้างหรอ จริงแล้วอันดับรองๆ ลงมาก็มีอีกหลายเมืองจากจีน และออสเตรเลียด้วยนะคับ เช่นเมือง Tianjin และ Dongtan ประเทศจีน และเมืองMelbourne ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งการได้ตำแหน่งเมืองสีเขียวนี้ต้องดูทั้งในแง่ของการลดการใช้น้ำมัน ถ่านหิน และก๊าซธรรมชาติ เพิ่มจำนวนต้นไม้ นิสัยการรีไซเคิลของคนในชุมชน และการออกแบบภายในเมืองให้เป็นมิตรกับธรรมชาติและมีประสิทธิภาพมากที่สุด
 


     สำหรับบ้านเรานั้น ไม่ต้องโทษกันไปมาว่าเพราะโน่นนี่ที่ทำให้เราไม่สามารถอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมได้ซะที จริงๆ เริ่มที่ตัวเราก่อน เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เสียสละความสะดวกสบายกันคนละนิด คัดแยกขยะทุกครั้ง และลดการใช้น้ำ ใช้ไฟฟ้า ไม่ต้องคาดหวังให้บ้านเราติดอันดับก็ได้ แต่อย่างน้อยก็ขอให้ได้เป็นส่วนหนึ่งในการรักษาโลกใบนี้เอาไว้ อย่าให้มันแย่ไปมากกว่าเดิมเลยเนอะ
 
ข้อมูล
www.greenuptown.com/get-acquainted-with-the-top-10-greenest-cities-in-the-world
sustainablefutures.info/2013/03/21/greenest-cities-on-earth
en.wikipedia.org/wiki/Sustainable_cities
 
ภาพประกอบ
www.orangesmile.com, www.disfrutasanfrancisco.com
travelafterkids.blogspot.com, www.websitesvancouver.com
www.oregontravelcenter.com, thegoodblood.blogspot.com
www.cntraveller.com, www.tripadvisor.com 
www.flickriver.com
 
 
เเครอท
5/06/2556
 
 
 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 เเครอท ถูกใจสิ่งนี้ (1)
BlueHill วันที่ : 06/06/2013 เวลา : 10.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

กิน อยู่ รู้ คิด
ชัดเจนดีมากๆครับ

ความคิดเห็นที่ 4 เเครอท ถูกใจสิ่งนี้ (1)
เหล่าซือสุวรรณา วันที่ : 06/06/2013 เวลา : 09.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chineseclub
泰汉语与文化比较  张碧云博客

น้องแครอท สนใจเรื่องสิ่งแวดล้อมตั้งแต่เด็กแบบนี้ น่าชื่นชมมากค่ะั เป็นความหวัง เป็นคนหนึ่ง ที่จะผลักดันเรื่องอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในวันข้างหน้าค่ะ

ความคิดเห็นที่ 3 เหล่าซือสุวรรณา , เเครอท ถูกใจสิ่งนี้ (2)
พิชช่า วันที่ : 05/06/2013 เวลา : 21.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lovelearnlife

ดีมากเลยแครอท
เริ่มที่เราทุกคน และส่งต่อคตนข้างเคียงให้ได้มากที่สุด และทุกทาง

ความคิดเห็นที่ 2 เหล่าซือสุวรรณา , เเครอท ถูกใจสิ่งนี้ (2)
ชบาตานี วันที่ : 05/06/2013 เวลา : 20.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chabatani

ใช่ ถูกต้องเลย เราต้องเริ่มที่ตัวเราก่อน แล้วค่อยชักจูงคนรอบข้าง

ความคิดเห็นที่ 1 เหล่าซือสุวรรณา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
เเครอท วันที่ : 05/06/2013 เวลา : 19.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/boybosc
Boss

"ร่วมกันปลูกต้นไม้ ใช้พลังานอย่างคุ้มค่า ยึดหลัก 3 R ลดภาวะโลกร้อน" นะครับ

(CR: ชุมนุมอนุรักษ์สิ่งเเวดล้อม ร.ร.กำแพงแสยวิทยา)

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน