*/
  • เเครอท
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : [email protected]
  • วันที่สร้าง : 2013-01-02
  • จำนวนเรื่อง : 35
  • จำนวนผู้ชม : 65074
  • จำนวนผู้โหวต : 161
  • ส่ง msg :
  • โหวต 161 คน
<< ตุลาคม 2013 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 31 ตุลาคม 2556
Posted by เเครอท , ผู้อ่าน : 1779 , 12:49:14 น.  
หมวด : ไดอารี่

พิมพ์หน้านี้
โหวต 6 คน สายลมแห่งความเหงา , ชบาตานี และอีก 2 คนโหวตเรื่องนี้

 

ช่วงเวลานี้.....

จังหวัดทางภาคใต้

 

 

ฝนฟ้าคะนอง....ฝนพรำเเทบทุกวัน

 

เมฆปกคลุมท้องฟ้า...เต็มไปสีเทา

 

ท้องฟ้า...ไม่สวยอย่างที่เคยเป็น

 

เเม้ยามนี้....เมฆสีเทา..จะปกคลุกเต็มท้องฟ้า

เเต่ก็ไม่ใช่...อุปสรรค

ในการท่องเที่ยว...เมืองงาน 3 วัฒนธรรม ปัตตานี

(จีน ไทย มุสลิม)

ไปท่องเเดนใต้กันต่อเลย

กับไกด์....ชบาตานี

 

เริ่มกันที่วัฒนธรรม...ชาวจีน

 

 

ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว หรือ ศาลเจ้าเล่งจูเกียง

 ตั้งอยู่ที่ถนนอาเนาะรู เป็นศาลที่ประดิษฐานรูปแกะสลักของเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว พระหมอ เจ้าแม่ทับทิม

 

ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ของทุกปีจะมีงานประเพณีแห่เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว

 

ไปตามถนนสายต่างๆภายในตัว เมืองปัตตานีทำพิธีลุยไฟบริเวณหน้าศาลเจ้าเล่งจูเกียง

 

ว่ายน้ำข้ามแม่น้ำตานีบริเวณสะพานเดชานุชิต

 

ในงานนี้มีผู้ที่เคารพศรัทธามาร่วมงานเป็นจำนวนมากทุกปี

 

ผู้คนให้ความนับถือเป็นจำนวนมาก

 

สุสานเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว

ตั้งอยู่ที่บ้านกรือเซะ ตำบลตันหยงลุโละ ไปตามทางหลวงหมายเลข ๔๒ (ปัตตานี-นราธิวาส) ใกล้กับมัสยิดกรือเซะ

 

มีตำนานเล่าว่าลิ้มกอเหนี่ยวได้ลงเรือสำเภามาตามพี่ชายชื่อลิ้มโต๊ะเคี่ยม ซึ่งมาแต่งงานกับธิดาพระยาตานี

 

และได้เปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลาม ลิ้มกอเหนี่ยวเกิดน้อยใจที่ไม่สามารถอ้อนวอนให้พี่ชายเดินทางกลับประเทศจีนได้สำเร็จ

 

ตามที่ได้สัญญาไว้กับมารดา จึงได้ผูกคอตายที่ต้นมะม่วงหิมพานต์ ลิ้มโต๊ะเคี่ยมจึงได้ฝังศพลิ้มกอเหนี่ยวไว้ที่นี่

ต่อมาชาวปัตตานี นำต้นไม้ที่ลิ้มกอเหนี่ยวผูกคอตายมาแกะเป็นรูปบูชาและสร้างศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวขึ้น

 

ต่อมาวัฒนธรรม....ชาวมุสลิม

 

 

มัสยิดกรือเซะ

เป็นมัสยิดเก่าแก่ อายุกว่า 200 ปี ในจังหวัดปัตตานี สันนิษฐานได้ว่าเป็นศาสนสถาน ที่สร้างขึ้น ในพุทธศตวรรษที่ 22 ร่วมสมัยอยุธยา


มัสยิดกรือเซะ มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า มัสยิดปิตูกรือบัน ชื่อนี้เรียกตามรูปทรงของประตูมัสยิด

ซึ่งมีลักษณะเป็นวงโค้งแหลมแบบกอธิคของชาวยุโรป และแบบสถาปัตยกรรมของชาวตะวันออกกลาง 


เมือ วันที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2547 เกิดความไม่สงบในชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย โดยที่มัสยิดกรือเซะเกิดเหตุการณ์รุนแรง กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบกระจายกันโจมตีฐานตำรวจ-ทหาร 12 จุด คนร้ายเสียชีวิต 107 ศพ บาดเจ็บ 6 คนถูกจับกุม 17 คน เจ้าหน้าที่เสียชีวิต 5 นาย บาดเจ็บ 15 นาย

   หลังจากเหตุการณ์ ทำให้มัสยิดกรือเซะ มีผู้เข้าชมน้อยลงจากแต่ก่อน

 

มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี

ตั้งอยู่ที่ถนนยะรัง เส้นทางยะรัง-ปัตตานี ในเขตเทศบาลเมืองปัตตานี


 ซึ่งสร้างในปี พ.ศ. 2497 ใช้เวลาดำเนินการสร้างประมาณ 9 ปี และทำพิธีเปิดโดยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2506

เพื่อให้เป็นศูนย์กลางในการประกอบ ศาสนกิจของชาวไทยมุสลิมในภาคใต้

 

เป็นสถาปัตยกรรมแบบตะวันตกมีรูปทรงคล้ายกับทัชมาฮาลของอินเดีย ตรงกลางอาคารมียอดโดมขนาดใหญ่และมีโดมบริวาร 4 ทิศ มีหอคอยอยู่สองข้าง บริเวณด้านหน้ามัสยิดมีสระน้ำสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่

 

ภายในมัสยิดมีลักษณะเป็นห้องโถง มีระเบียงสองข้างภายในห้องโถงด้านในมีบัลลังก์ทรงสูงและแคบ

 

 

สุดท้าย...วัฒนธรรม...ชาวไทยพุทธ

 

วัดราษฎร์บูรณะ (วัดช้างให้) จังหวัดปัตตานี

ตั้งอยู่ที่ตำบลควนโนรี อำเภอโคกโพธ์ิ เป็นวัดเก่าแก่สร้างมาแล้วกว่า 300 ปี 

 

 

 ตามตำนานกล่าวว่า พระยาแก้มดำเจ้าเมืองไทรบุรี ต้องการหาชัยภูมิสำหรับสร้างเมืองใหม่ให้กับน้องสาว จึงได้เสี่ยงอธิฐาน ปล่อยช้างให้ออกเดินทางไปในป่า โดยมีเจ้าเมืองและไพร่พลเดินติดตามไป จนมาถึงวันหนึ่ง ช้างได้หยุดอยู่ ณ ที่แห่งหนึ่ง แล้วร้องขึ้นสามครั้ง พระยาแก้มดำจึงได้ถือเป็นนิมิตที่ดี จะใช้บริเวณนั้นสร้างเมือง แต่น้องสาวไม่ชอบ พระยาแก้มคำจึงให้สร้างวัด ณ บริเวณดังกล่าวแทน แล้วให้ชื่อว่า วัดช้างให้

 

 

แล้วนิมนต์พระภิกษุรูปหนึ่ง ที่ชาวบ้านเรียกว่า ท่านลังกา หรือ สมเด็จพะโคะ

หรือ หลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืด มาเป็นเจ้าอาวาสองค์แรก 

 

 

 

 

 

ท่านได้เดินธุดงค์ไปมา ระหว่างเมืองไทรบุรีกับวัดช้างให้ และได้สั่งลูกศิษย์ไว้ว่า ถ้าท่านมรณะภาพ ขอให้นำศพไปทำการฌาปนกิจ ณ วัดช้างให้ ซึ่งเมื่อท่านมรณะภาพที่เมืองไทรบุรี ลูกศิษย์ก็ได้นำศพท่านมา ทำการฌาปนกิจที่วัดช้างให้ อัฐิของท่านส่วนหนึ่งฝังไว้ที่วัดช้างให้ อีกส่วนหนึ่งนำกลับไปเมืองไทรบุรี ต่อมาได้สร้างสถูปบรรจุอัฐิของท่านไว้ที่วัดช้างให้

 

 

 

 

 เมื่อปี พ.ศ. 2480 พระครูมนูญเจ้าอาวาสวัดพลานุภาพ เจ้าคณะตำบลทุ่งพลา ให้พระช่วงมาเป็นเจ้าอาวาสวัดช้างให้ ท่านได้ชักชวนชาวบ้านมาแผ้วถางป่า สร้างกุฎิ ศาลาการเปรียญ พร้อมเสนาสนะอื่น ๆ จึงได้ชื่อว่า วัดราษฎร์บูรณะ เจ้าอาวาสองค์ต่อ ๆ มาก็ได้บูรณะเพิ่มเติมวัดช้างให้ มาตามลำดับจนถึงปัจจุบัน วัดช้างให้ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อปี พ.ศ. 2500 และผูกพันธสีมา เมื่อปี พ.ศ. 2501

 

 

ประเพณีชักพระ หรือ ลากพระ

อ. โคกโพธฺ์ จ.ปััตตานี

เป็นประเพณีดั้งเดิมในหลายพื้นที่แถวปักษ์ใต้

ที่มีสภาพภูมิประเทศที่ตั้งอยู่ใกล้แหล่งน้ำ

และประเพณีชักพระที่ขึ้นชื่อของปัตตานี

 

 

ซึ่งเป็นประเพณีที่จัดขึ้นมาอย่างยาวนาน

เป็นประเพณีที่ใหญ่โต จัดเฉลิมฉลองกัน 10 วัน 10 คืน

 

 

เป็นสิ่งสะท้อนความเป็นอยู่ และความศรัทธาในพระพุทธศาสนา


 

 

เมืองปัตตานี เป็นเมืองเล็กๆ ที่ยังคงรักษาวัฒนธรรมทั้ง 3 ศาสนาไว้ได้อย่างเหนียวเเน่น 

เเม้ในวันนี้ ไฟใต้ยังไม่ดับ เชื่อเหลือเกินว่า ผู้คนทั้ง 3 วัฒนธรรม 

จะรักกัน สามัคดีกัน อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข เเละผ่านเหตุการนี้ไปได้ด้วยกัน

....เป็นกำลังให้ชาวใต้ทุกคน......

 

เเล้วพบกันใหม่

 

ขอบคุณภาพสวยๆจาก ฝืมือการถ่าย โดย BG ชบาตานี

ขอบคุณข้อมูลจาก http://www2.pattani.go.th

 

 

เเครอท

31/10/2556

 

 

 ขอบคุณ เพลง 

วันฝนพรำ Basketband (บาสเก็ตแบนด์)

 

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 ชบาตานี ถูกใจสิ่งนี้ (1)
เเครอท วันที่ : 01/11/2013 เวลา : 18.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/boybosc
Boss

@ ป้าชบา

ขอบคุณป้ามากครับ สำหรับทริปท่องปัตตานีในครั้งนี้ครับ

ป้าจัดเต็มไม่ข้อบกพร่องอะไร มีเเต่ฝนฟ้าที่ไม่ค่อยเป็นใจ

เเล้วพบกันใหม่ครับ จะไปพร้อมครูพิศมัยด้วย

ความคิดเห็นที่ 3 ชบาตานี ถูกใจสิ่งนี้ (1)
เเครอท วันที่ : 01/11/2013 เวลา : 18.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/boybosc
Boss

@ พี่รัต
ขอบคุณครับ ว่างๆ ชวนพี่รัตไปเที่ยวปััตตานีบ้างนะครับ

คุ้มมากๆๆครับ เเต่ยังไปไม่ทั่วปัตตานีเลย

ความคิดเห็นที่ 2 เเครอท ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ชบาตานี วันที่ : 31/10/2013 เวลา : 20.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chabatani

โห ยอดเยี่ยมมากๆเลยกับเอนทรีเดียว แต่เที่ยวกันหลายที่เชียว
ลงเรื่องราวได้รวบรัด กระชับแบบม้วนเดียวจบ สวดยอดจริงๆ
ดีใจที่ได้ต้อนรับหนุ่มน้อยจากเมืองนครปฐมจ๊ะ
หากมีข้อบกพร่องประการใด ต้องขออภัยอย่างแรง และจะขอแก้ตัวใหม่อีกกี่ครั้ง ก็ยินดีจ๊ะ

ความคิดเห็นที่ 1 ชบาตานี , เเครอท ถูกใจสิ่งนี้ (2)
นักเดินทางตัวเขื่อง วันที่ : 31/10/2013 เวลา : 14.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/navigaty

สวยงาม..ทางด้านวัตถุ..
สวยงาม..ทั้งจิตใจ ของคนที่นี่เลยเน๊อะ..
น้องแครอท..
คุ้ม..ทริปนี้..ป้าเขาให้จัดให้เต็มเปี่ยมนิ..

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน