*/
  • เเครอท
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : [email protected]
  • วันที่สร้าง : 2013-01-02
  • จำนวนเรื่อง : 35
  • จำนวนผู้ชม : 65084
  • จำนวนผู้โหวต : 161
  • ส่ง msg :
  • โหวต 161 คน
<< เมษายน 2014 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 8 เมษายน 2557
Posted by เเครอท , ผู้อ่าน : 1060 , 22:10:27 น.  
หมวด : ไดอารี่

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน wansuk , BlueHill และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

 

เป็นข้อมูลที่เเครอทได้อ่านมาจาก แฟนเพจ Seub Nakhasathien Foundation ของมูลนิธิสืบนาคะเสถียร  เป็นข้อมูลที่ดี น่าสนใจมากเลยนะครับ ลอกอ่านดูครับ 

 

รูปภาพ : หมดยุคตัดถนนในป่า  

นักวิทยาศาสตร์ระดับโลกรวมตัวกันออกมาเรียกร้องให้ยกเลิกโครงการตัดถนนผ่านป่าทั้งหมด โครงการ Roadfree เป็นการรณรงค์ที่นำโดยสมาชิกรัฐสภาของสหภาพยุโรป ได้รับการสนับสนุนจากนักนิเวศวิทยาและนักสิทธิชุมชนทั่วโลก 

วิลเลียม ลอเรนซ์ แห่งมหาวิทยาลัยเจมส์คุ๊กในออสเตรเลียและผู้อำนวยการกลุ่ม ALERT (the Alliance of Leading Environmental Researchers and Thinkers) บอกว่า มันหมดยุคแล้วที่จะตัดถนนเข้าไปในป่าผืนใหญ่ เพราะปัจจุบันพื้นที่เหล่านี้เหลือน้อยเต็มที การตัดถนนไม่ว่าจะเป็นในอเมซอน สุมาตรา คองโก ไซบีเรีย หรือที่ไหนๆที่ป่ายังคงต่อเนื่องเป็นผืนใหญ่เท่ากับเป็นการเปิดแผลที่นำไปสู่หายนะทางสิ่งแวดล้อมมากมาย เช่นการตัดไม้ทำลายป่า การล่าสัตว์ การทำเหมือง การเกิดขึ้นของไฟป่าจากมนุษย์  

โธมัส เลิฟจอย นักนิเวศวิทยาผู้ทำหน้าที่ที่ปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อมให้กับประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาถึงสามคน บอกว่า ถนนคือปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ใหญ่ที่สุดอย่างหนึ่ง มันกลายเป็นปัจจัยเร่งที่ทำให้เกิดการสูญเสียถิ่นที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติและเกิดการแบ่งแยกป่าเป็นหย่อมเล็กหย่อมน้อยทั่วโลก 

ทางกลุ่มเปิดเผยข้อมูลว่า ร้อยละ95%ของการสูญเสียป่าไม้เกิดขึ้นภายในระยะ50กิโลเมตรจากป่า ซึ่งเป็นข้อมูลที่น่าวิตกเพราะปัจจุบันยังมีโครงการขยายนถนนอีกมากมาย หรือราวๆ 25 ล้านกิโลเมตรภายใน 30 ปีข้างหน้า หรือเป็นระยะทางที่สามารถวนรอบโลกได้ถึง 600 รอบ และเกือบทั้งหมดจะเกิดขึ้นในประเทศที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูงสุด 

แน่นอนว่าการตัดถนนจะเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจ แต่นักวิทยาศาสตร์กลุ่มนี้เรียกร้องให้ผู้บริหารและผู้ลงทุนพิจารณาถึงต้นทุนทางสิ่งแวดล้อมอย่างถี่ถ้วนก่อนตัดถนนเข้าไปในระบบนิเวศที่ยังสมบูรณ์ เพราะหากตัดไปแล้วจะต้องตามแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมกันไม่จบสิ้น

 

"หนทางเดียวในการอนุรักษ์ระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพไว้ได้ คือต้องป้องกันไม่ให้มีการสร้างถนนเข้าป่าอีกแล้ว"
หมดยุคตัดถนนในป่า 

นักวิทยาศาสตร์ระดับโลกรวมตัวกันออกมาเรียกร้องให้ยกเลิกโครงการตัดถนนผ่านป่าทั้งหมด โครงการ Roadfree เป็นการรณรงค์ที่นำโดยสมาชิกรัฐสภาของสหภาพยุโรป ได้รับการสนับสนุนจากนักนิเวศวิทยาและนักสิทธิชุมชนทั่วโลก 

วิลเลียม ลอเรนซ์ แห่งมหาวิทยาลัยเจมส์คุ๊กในออสเตรเลียและผู้อำนวยการกลุ่ม ALERT (the Alliance of Leading Environmental Researchers and Thinkers) บอกว่า มันหมดยุคแล้วที่จะตัดถนนเข้าไปในป่าผืนใหญ่ เพราะปัจจุบันพื้นที่เหล่านี้เหลือน้อยเต็มที การตัดถนนไม่ว่าจะเป็นในอเมซอน สุมาตรา คองโก ไซบีเรีย หรือที่ไหนๆที่ป่ายังคงต่อเนื่องเป็นผืนใหญ่เท่ากับเป็นการเปิดแผลที่นำไปสู่หายนะทางสิ่งแวดล้อมมากมาย เช่นการตัดไม้ทำลายป่า การล่าสัตว์ การทำเหมือง การเกิดขึ้นของไฟป่าจากมนุษย์ 

โธมัส เลิฟจอย นักนิเวศวิทยาผู้ทำหน้าที่ที่ปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อมให้กับประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาถึงสามคน บอกว่า ถนนคือปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ใหญ่ที่สุดอย่างหนึ่ง มันกลายเป็นปัจจัยเร่งที่ทำให้เกิดการสูญเสียถิ่นที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติและเกิดการแบ่งแยกป่าเป็นหย่อมเล็กหย่อมน้อยทั่วโลก 

ทางกลุ่มเปิดเผยข้อมูลว่า ร้อยละ95%ของการสูญเสียป่าไม้เกิดขึ้นภายในระยะ50กิโลเมตรจากป่า ซึ่งเป็นข้อมูลที่น่าวิตกเพราะปัจจุบันยังมีโครงการขยายนถนนอีกมากมาย หรือราวๆ 25 ล้านกิโลเมตรภายใน 30 ปีข้างหน้า หรือเป็นระยะทางที่สามารถวนรอบโลกได้ถึง 600 รอบ และเกือบทั้งหมดจะเกิดขึ้นในประเทศที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูงสุด 

แน่นอนว่าการตัดถนนจะเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจ แต่นักวิทยาศาสตร์กลุ่มนี้เรียกร้องให้ผู้บริหารและผู้ลงทุนพิจารณาถึงต้นทุนทางสิ่งแวดล้อมอย่างถี่ถ้วนก่อนตัดถนนเข้าไปในระบบนิเวศที่ยังสมบูรณ์ เพราะหากตัดไปแล้วจะต้องตามแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมกันไม่จบสิ้น

"เมื่อมีถนนตัดเข้าไป มันมักจะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของจุดจบของหลายๆอย่าง" โครี แบรดชอว์ อาจารย์แห่งมหาวิทยาลัย Adelaide กล่าว ถนนนำไปสู่การทำไม้ ทำเหมือง การพัฒนาพลังงาน ผู้คนอพยพเข้ามาจับจองที่ดิน เริ่มมีการทำเกษตรแบบไร่เลื่อนลอย ก่อนที่เกษตรเชิงเดี่ยวจะเข้ามายึดครอง ไม่นับการล่าสัตว์เพื่อการค้า ผืนป่าก็จะกลายเป็นผ้าขี้ริ้ว เสื่อมโทรมและไม่สามารถทำหน้าที่ของระบบนิเวศได้อีกต่อไป 

"หนทางเดียวในการอนุรักษ์ระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพไว้ได้ คือต้องป้องกันไม่ให้มีการสร้างถนนเข้าป่าอีกแล้ว" 

การอนุรักษ์ป่าผืนใหญ่ที่ปราศจากถนนคือหนทางที่ประหยัดที่สุดในการเบาทรรผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หยุดยั้งการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ และปกป้องชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชนท้องถิ่นทั่วโลกที่ยังพึ่งพาโดยตรงต่อระบบนิเวศ

เรียบเรียงจากข่าว Scientists urge ban on roads in intact wilderness areas Mongabay.com 

อ่านฉบับภาษาอังกฤษที่ http://news.mongabay.com/2014/0321-roadfree-alert.html#A9iSLrZz0VcXoGdr.99
 

อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
เเครอท วันที่ : 10/04/2014 เวลา : 20.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/boybosc
Boss

@wansuk

ขอบคุณครับ

อยากให้ช่วยกันอนุรักษ์ป่าไม้ให้มากๆๆ ที่นับจะถูกทำลายไปเรื่อย

ความคิดเห็นที่ 1 เเครอท ถูกใจสิ่งนี้ (1)
wansuk วันที่ : 10/04/2014 เวลา : 11.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wansuk

เห็นด้วยค่ะ สร้างถนน ชุมชนเกิด

หายนะของผืนป่าอย่างถาวร

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน