พิมพ์หน้านี้
|
คนบ้านไกล....อยากเล่าเรื่อง ตอน รอดตายเพราะข้าวกล่อง........... ตอนนั้นผมไม่มีหัวโขนแล้ว .....เบาหวิว ชีวิตผลิกผลันไปในทางตรงกันข้าม...อย่างสิ้นเชิง มันน่าหวาดเสี้ยวไหมล่ะ.......ไปอยู่ต่างบ้านต่างเมืองมีเงินอยู่ ก้อนหนึ่ง ซึ่งถ้าเราใช้อย่างประหยัดที่สุดแล้ว....เงินจำนวนนั้น น่าจะอยู่กับเราได้ไม่เกินสามเดือนหรืออาจเร็วกว่านั้น นึกต่อไป....ถ้าหมดแล้วจะทำอย่างไร .... จะเอาที่ไหนมาใช้กินใช้อยู่ หันหน้าไปทางไหนมีแต่คนหัวแดง......ดูแล้วไม่คุ้นหน้าพอที่ จะเอ่ยปากหยิบยืมได้ ผมเริ่มดำเนินชีวิตอย่างระมัดระวังมากขึ้น ตั้งอยู่ในความไม่ ประมาท อย่างระทึกใจไม่เว้นวัน จะใช้จ่ายแต่ละครั้ง ....คิดแล้วคิดอีก ถึงขนาดคำนวน ราคาสิ่งของจากราคาดอลรล่าร์มาเป็นเงินบาท (คนไปใช้ชีวิต เมืองนอกแรกๆเป็นอย่างนี้แหล่ะ) ก๋วยเตี๋ยวชามละ 7 ดอล........โห.. ตั้ง 175 บาท....ไม่ๆๆๆ..... ทนหิ้วท้องกลับไปหม่ำมาม่าที่บ้าน และยังมีอีกหลายสิ่ง หลายอย่างที่ผมต้องอดกลั้นตัดใจไม่ซื้อมัน ชีวิตของผมแตกต่างจากเพื่อนในชั้นเรียน ผมมีเป้าหมายจะมาหางานทำและเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่นี่....... แต่พวกเขาเหล่านั้นเป็นลูกคนมีอันจะกิน มีเงินทองเหลือใช้ ถึงเวลาทางบ้านจะโอนเงินเข้าบัญชี ไม่ต้องทุกข์ร้อนอะไร ผมไม่กล้ากินข้าวนอกบ้าน แต่จะใช้วิธีซื้อผัก ปลามาทำเองที่ บ้านที่อยู่รวมกัน โดยนำเงินมาลงขันตั้งเป็นงบค่าอาหารใน แต่ละสัปดาห์...... นอกจากจะทำอาหารไว้เป็นมื้อเย็นแล้ว ผมยังได้กันส่วนหนี่งเป็นอาหารกลางวันไปกินที่โรงเรียน ภาษาที่เรียนอยู่ในตอนนั้นด้วย ผมจึงเป็นนักเรียนโข่งคนเดียวในโรงอาหารที่มีข้าวกล่องมา ทุกวัน เรานั่งกินกันเป็นกลุ่ม และบังเอิญผมมีพรสวรรค์ทางด้านการ ทำอาหาร ที่มีรสชาดอันจัดจ้านและมีความเป็นอาหารไทยแท้ ในต่างแดน......ทำให้เป็นที่ติดอกติดใจของเพื่อนๆ ทั้งเพื่อน นักเรียนไทยและต่างชาติ(เพราะผมมักจะแบ่งให้เพื่อนๆกิน) โครงการอาหารกลางวัน ข้าวกล่อง ราคาประหยัด กล่องละ 5 ดอลได้ตกมาเป็นหน้าที่ของผมโดยปริยาย ตั้งแต่นั้นมาหลังเลิกเรียนทุกวันผมและเพื่อนที่อยู่บ้านเดียวกัน จะต้องไปจ่ายตลาดจับจ่ายซื้อข้าวของมาปรุงอาหารตามเมนู ที่ผมพยายามคิดยั่วน้ำลายเพื่อนๆ ณ จุดนี้เองที่ทำให้วิถีชีวิตก้าวไปสู่การเป็นเชพ ร้านอาหารไทยโดยที่ไม่ต้องไปสมัครงานด้วยตัวเอง คน"หน้าใหม่"ที่เพื่งเข้ามาโลดแล่นในแดนจิงโจ้ ลำพังจะให้ผมเดินเคาะประตูตามร้านอาหารไทยที่นั่นเพื่อ เสนอตัวทำงานอย่างงั้นเหรอ........ เจ้าของร้านที่ไหนเขาจะเชื่อน้ำหน้าผมว่าทำได้............... ปากต่อปากของเพื่อนนักเรียนไทยที่ส่วนใหญ่มาเรียนต่าง ประเทศแล้วมักจะหารายได้พิเศษช่วยทางบ้านทำงาน เสริฟบ้าง หรือล้างจานทำงานในครัวตามร้านอาหารไทยบ้าง ช่างเป็นกระบอกเสียงให้ผมอย่างดี ผมบอกกับตัวเองว่า ผมรอดตายแล้ว...เพราะข้าวกล่อง ยังมีเรื่องราวดีๆและภาพสวยๆ สำหรับ 4ปีในแดนจิ้งโจ้ มาฝากเพื่อนๆอีกมากมาย.....ไปกับผมนะครับ
|
| << | พฤษภาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||