พิมพ์หน้านี้
|
ฝึกพูดฝรั่งที่ป้ายรถเมล์ในออสเตรเลีย...... คนไทยในต่างแดน.....ไปแรกๆมักมีปัญหาด้านการสื่อสาร...สนทนาภาษาอังกฤษ มักจะระวังการออกเสียง ไม่มั่นใจการใช้แกรมม่าโดยเฉพาะเรื่อง tens สับสนกับการเรียงประโยคเรียงคำ....อีกทั้งพะวงในการใช้คำศัพท์............. โอ๊ย....จะพูดแต่ละประโยคนี่มันดูยุ่งยากเป็นงานใหญ่โต พูดออกไปแล้วก้อกลัวว่าฝรั่งฟังไม่รู้เรื่อง........อีกทั้งเวลาเขาพูดมาก้อจับใจความไม่ได้ จะพูดแต่แต่ละประโยคต้องนึกเป็นภาษาไทยก่อน แล้วค่อยๆนึกเรียงลำดับประโยคเป็นภาษาอังกฤษ เวลาฟังต้องแปลจากอังกฤษเป็นไทย......กว่าจะพูดได้แต่ละทีฝาหรั่งเปิดก้นไปถึงไหนๆ ผมเป็นคนหนึ่งที่ประสพปัญหาทำนองเดียวกันแบบนี้.... ภาษาอังกฤษที่อุตส่าห์ร่ำเรียนมาตั้งแต่เด็กๆจนจบมหาวิทยาลัย ช่วยผมได้นิดเดียวเอง.......เพระเวลาที่ลงสนามสนทนาจริงๆ สำเนียงการออกเอ็กเซ่นไม่ได้เป็นอย่างที่เคยได้ยิน เค้าพูดเร็วรัวเป็นปืนกล......รวบคำติดกันพันกันให้ยุ่ง แฮะ......ใบ้รับประทานเลยครับผม.....ได้แต่ยิ้ม.....พยักหน้า.....หัวเราะ......ลูกเดียว ขนาดฝรั่งเล่าเรื่องเศร้าแท้ๆ...มารู้ตอนหลังจากผู้รู้[บอกให้ฟังทีหลังว่าเค้าเล่าเรื่องแมวตัวโปรดสุดที่รัก ตาย เมื่อวานนี้........ผมยังมีแถมอมยิ้มเล็กๆให้เขาเลย.....ดู๋ดูสิ จากนั้นมา.....ผมเริ่มรู้สึกตัว.....เริ่มเจียมกะลาหัว...ไม่อวดเก่งหลวตัวเองว่าเคยได้เกรดเอในวิชาภาษาอังกฤษ...ไม่ทนงตัวว่ารุศัพท์มากมาย และอยู่ไปๆเริ่มเข้าใจดีว่าการใช้ภาษาอังกฤษไม่ได้เรียนรู้เฉพาะในห้องเรียน หรือเพียงท่องจำเพื่อให้สอบผ่านเท่านั้น......... เริ่มรู้ว่าการพูดภาษาอังกฤษไม่ต้องเกร็ง.......พูดๆๆๆๆๆๆออกไปเลยเท่าที่เราจะพูดได้ ใช้มือไม้ประกอบไปเถอะเพื่อสื่อให้ฝรั่งเข้าใจเราได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เป้าหมายการใช้ภาษาอังกฤษของผมในตอนนั้นขอแค่เพียงให้สื่อสารได้ ให้เขารู้ความหมายของเรา โดยยังไม่ต้องคำนึงว่าจะพูดประโยคได้สวยงามขนาดไหน ยังไม่คำนึงว่าสำเนียงจะเหมือนฝรั่งไหม ไม่สนว่าจะถูกไวยกรณ์...ถูกเท้นส์หรือไม่......ข้อสำคัญขอให้ออกเสียงครบ คำควบกล้ำ.....ตัวL ต้วRตัวS ,T,k ออกให้ครบอย่าอาย พูดมันทุกที่ที่ไป ......ไม่มีมีเรื่องพูดก้อแกล้งหาเรื่องถามฝรั่ง พอเราพูดผิดหรือแค่พยามยามพูดแต่พูดไม่ออก ฝรั่งเค้าจะสวนประโยคที่ถูกต้องมาให้เราทันที และในช่วงจังหวะนี้เอง.......สมอง"เรด้า"รีบบันทึกก๊อบปี้ ประโยคนั้นๆทันทีแล้วจดจำไปใช้ถามคนอื่นได้ในคราว หลังโดยไม่ต้องนึกให้เปลืองสมองอีกต่อไป ......จากวันเป็นเดือน...จากเดือนเป็นปี....สะสมไปเรื่อยๆ ตอนหลังสำเนียง...สำนวน.....ไวยกรณ์ เท้นส์ต่างๆจะพรั่งพรู ออกมาเอง และมีแถมท่าหยักไหล่ ท่าอะไรต่อมิอะไรจะตามมาอีก มาอีกเพียบ ..... ซึ่งมีเรื่องเล่าประสบการณ์ครั้งหนี่งเมื่อสิบแปดปีที่แล้วขณะนั่ง คอยรถเมล์สายหนี่งอยู่ที่ป้ายรถเมล์.....คอยอยู่พักใหญ่......สัก พักก็มีฝรั่งหน้าใสเดินมาทำท่าจะใช้บริการรถเมล์เหมือนกัน กับเรา ตรงรี่เข้ามาถามผมว่า..How long have you been waiting for the bus? เห็นไหมครับท่าน....เท้นส์มาเพียบเลย present perfact continous ......โหผมได้ภาษาอังกฤษที่ข้างถนนตรงป้ายรถเมล์นี่เอง.... มีเรื่องเล่าเชยๆ เปิ่นๆของผมอีกมากสำหรับภาษาในต่างแดนที่จะเล่าให้ฟัง........
|
| << | กรกฎาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | 31 | ||||