
2553
จุดจบประเทศไทย....หากยังหลงไหลสินค้าแบรนเนม
วันก่อนผมได้รับเมลลูกโซ่ฉบับหนึ่ง อ่านแล้วได้ข้อคิด....แอบไปนั่งสงบนิ่งอยู่พักใหญ่
คิดถึงประเทศไทยมากขึ้น......เป็นห่วงบ้านเมืองเรามากขึ้น....เลยขออนุญาติหยิบยกข้อความที่ได้รับมาเผยแพร่ให้บางท่านที่ยังไม่ได้อ่าน...ได้อ่านกัน.........
ในเมลฉบับดังกล่าว ...พูดถึงการบรรยายของคุณนิติภูมิ ซึ่งเป็นสื่อมวลชนที่จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัย
มอสโค .......
เมื่อหลายปีก่อนคุณนิติภูมิได้ทำนายไว้ว่า ประเทศอินโดนีเซียจะแตกออกเป็นอีก 6-14ประทศ
ซึ่งในตอนนั้น นักรัฐศาสตร์ นักวิชาการตามหาวิทยาลัยต่างๆล้วนขำกลิ้งจนฟันแทบกระเด็นหลุดจากปาก......
แต่พอถึงปี 2542 เหตุการณ์เริ่มเป็นจริง !!!! ประเทศอินโด ฯ เริ่มแตกออกเป็นติมอร์ และตอนนี้กำลังจะเกิดประเทศ และอีกหลายประเทศตามมา
...........เมื่อวันที่ 11ธันวาคม 2543 ที่งานคนดีศรีสังคม ณ หอประชุมวัฒนธรรม ฯ
คุณนิติภูมิบรรยายไว้ว่าประเทศไทยจะต้องแบ่งออกเป็นอีก 4-6ประเทศแน่นอน!!!!!!!!!!!!
คุณนิติภูมิกล่าวว่ามันจะไม่ได้เกิดขี้นโดยความบังเอิญแต่เกิดขึ้นอย่างมีกระบวนการโดยเริ่มเห็นได้ชัดในปี 2553 ซึ่งเป็นปีที่ข้อตกลง GTTS เกี่ยวกับการค้าเสรีที่เริ่มมีผลสมบูรณ์
......สินค้าจากการเกษตรจะทะลักเข้ามาสู่ประเทศไทยเป็นจำนวนมหาศาล...ในขณะเดียวกันสินค้าของไทยจะขายลำบากเพราะต้นทุนการผลิตสูง เนื่องจากต้องสั่งปุ๋ย และพืชพันธ์มาจากต่างประเทศ.....ประกอบกับการพัฒนาการเกษตรเป็นการพัฒนาที่ผิดทิศทาง......โดยประกอบการเกษตรปลูกพืชเชิงเดี่ยวเช่นการปลูกลำใยก็จะปลูกแต่ลำใยอย่างเดียวเป็นหลัก
ในที่สุดต้องสั่งซื้อข้าวจากเวียดนามมากิน สั่งหอมกระเทียมจากจีน ส่วนคนไทยที่จะต้องไปสั่งลำใยจากเกาหลีมากิน ....เป็นวงจรแบบนี้ทำให้ผลิตผลทางการเกษตรไทยขายลำบาก เพราะแม้แต่เกษตรกรไทยด้วยกันเองยังไม่ซื้อของเกษตรกรด้วยกันเลย..............
และจากปัจจัยหลายๆอย่างทำให้ธุระกิจอื่นจะตกในมือต่างชาติ......แม้กระทั่งการค้าปลีกจะถูกเข้าไปขายตามห้างใหญ่ๆ ดั่งที่เห็นๆกันอยู่ โดยมีต่างชาติเป็นผู้ถือหุ้นเกือบ 90 เปอร์เซ็น
เงินตราจะถูกสูบออกไปต่างประเทศเหมือนคนไทยโดนสูบเลือดที่ไหลออกไปไม่หยุด
คุณนิติภูมิได้เขียนบทความไว้ในหนังสือพิมพ์มานานและต่างประเทศยังได้นำบทวิเคราะห์ของเขาไปตีพิมพ์ในต่างประเทศบ่อยครั้งเพราะ นิติภูมิได้มองการค้า การเมือง และสังคมไปพร้อมๆกัน
เมื่อเป็นเช่นนี้ ถ้าเรายังหลงไหลในสินค้าแบรนเนม เมินสินค้าโชห่วย ทุกคนพากันไปซื้อของตามห้างกันหมด
เงิน 100 บาท จะไหลออกไปต่างชาติ 90 บาท เหลือไว้ให้คนไทยเพียง 10 บาทเท่านั้น
และนอกจากนี้เรายังต้องจ่ายเงินเพื่อซื้อของที่มีค่า
ลิขสิทธิ (สินค้าประเภทเฟรนชาย)
ผู้ที่เขียนเมลส่งมาสอนวิธีการใช้จ่าย โดยให้เปลี่ยนวัฒนธรรมการกินให้ซื้อของโชห่วยข้างบ้านแทน
ถึงแม้จะแพงกว่านิดหน่อย แต่เงินเข้าสู่กระเป๋าคนไทยเป็นภาษีย้อนกลับมาหาคนไทยด้วยกัน
ซึ่งถ้าหากเรายังหลงไหลในสินค้าแบรนเนมเหมือนอย่างประเทศอาเจนติน่าร์ที่ปล่อยให้ต่างชาติบุกเข้าไปตั้งห้างสรรพสินค้ามากว่า 400 กว่าแห่ง ทั่วประเทศ เงินจึงไหลออกหมด.....แล้วเราจะเหลืออะไร
......เรามาช่วยกันปลูกฝังลูกหลานเริ่มจากภายในบ้านของเราเองหันมาใช้ของไทยกินนมไทยเพื่อรักษาชาติไม่ให้ล่มสลายกันเถอะ..........ผมมมองจากแดนไกลด้วยความห่วงใยประเทศของเราและมันจะเป็นเรื่องเศร้าสะเทือนใจมากๆนะ ....ถ้าประเทศไทยเราเป็นแบบนั้น
........เฮ้อแล้วมันจะเป็นไปได้ไหมเนี่ย......ที่จะให้เลิกเดินห้าง
.
