พิมพ์หน้านี้
เปิดสนามดวลแข้งกันไปตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 17 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาสำหรับ "ไทยแลนด์ พรีเมียร์ลีก 2008" ลีกลูกหนังสูงสุดของเมืองไทย![]() ไทยแลนด์ พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้ยังคงมี 16 ทีมระดับพระกาฬร่วมตะบันแข้งเพื่อแย่งตำแหน่ง "แชมป์" ที่จะให้เฉพาะทีมที่ยอดเยี่ยมที่สุดของเมืองไทยเพียงทีมเดียวเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ให้อีก 2 ทีมสำหรับแชมป์และรองแชมป์ที่จะโกอินเตอร์เตะฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรเอเชีย หรือ "เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก" ส่วนทีมที่ไม่ดีพอจำนวน 4 ทีมจะต้องตกชั้นลงไปเล่นดิวิชั่น 1 ในฤดูกาลหน้า สำหรับรายชื่อของทั้ง 16 ทีมที่ร่วมดวลแข้งพร้อมสนามเหย้าของแต่ละทีมมีดังนี้ ชลบุรี (สนามกีฬาเทศบาลเมืองชลบุรี) ธ.กรุงไทย (สนามจุฬาลงกรณ์), บีอีซี เทโรศาสน (สนามหนองจอก), มหาวิทยาลัยกรุงเทพ (สนาม ม.กรุงเทพ วิทยาเขตรังสิต), ทหารบก (สนามกีฬากองทัพบก), พนักงานยาสูบ (สนามเทพหัสดิน), ธ.กรุงเทพ (สนาม ธ.กุรงเทพ บางนา), ทีโอที (สนามน้ำแก้จน), การท่าเรือแห่งประเทศไทย (สนามศูนย์เยาวชนไทย-ญี่ปุ่น), การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (สนามกีฬากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา), โอสถสภา (สนามกีฬาคลองจั่น), นครปฐม (สนามกีฬาพระราชวังสนามจันทร์), กรมศุลกากร (สนาม ม.เกษมบัณฑิต ร่มเกล้า), จุฬาลงกรณ์-สินธนา สนามจุฬาลงกรณ์), สมุทรสงคราม (สนามกีฬาสมุทรสงคราม), โค้ก-เทศบาลตำบลบางพระ (สนามกีฬาเทศบาลเมืองชลบุรี) เส้นทางการลุ้นแชมป์ในฤดูกาลนี้ถือว่าน่าติดตามเป็นอย่างยิ่ง เพราะทีมระดับ "บิ๊กเนม" ต่างประกาศเป้าหมายที่จะก้าวสู่บัลลังก์แชมเปี้ยน "ฉลามชล" ชลบุรี กลายเป็นเต็งจ๋าที่จะป้องกันแชมป์หลังจากโชว์ฟอร์มสุดหรูเอาชนะ "วายุภักษ์" ธ.กรุงไทย คว้าแชมป์ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานประเภท ก ประจำปี 2550 เป็นการเอาฤกษ์เอาชัยก่อนเปิดฤดูกาล ฤดูกาลนี้ชลบุรีต้องเสีย สุรีย์ สุขะ, เกียรติประวุฒิ สายแวว และ อดุล หละโสะ ที่ย้ายไปเล่นในต่างประเทศ แต่ทีมได้ ณัฐพงษ์ สมณะ แบ็กซ้ายทีมชาติไทย สุทธินันท์ พุกหอม กองหลังทีมชาติไทยชุดซีเกมส์ เอกพันธ์ อินทเสน ดาวยิงจากทีมมหาวิทยาลัยโลกและ เนย์ ฟาบิโน โอลิเวียรา ดาวซัลโวสูงสุดจากฤดูกาลที่แล้วชาวบราซิลเข้ามาเสริมทำให้ศักยภาพยังคงแกร่งทั่วแผ่นเหมือนเดิม คู่แข่งของชลบุรีที่น่ากลัวที่สุดคือ ธ.กรุงไทย ทีม "รองแชมป์เก่า" ที่มีกุนซือมือเจ๋งอย่าง "โค้ชแต๊ก" อรรถพล บุษปาคม ทำทีม ซึ่งปีนี้ "วายุภักษ์" ยังต้องใช้บริการตัวหลักหน้าเดิมอย่าง พิชิตพงษ์ เฉยฉิว, อำนาจ แก้วเขียว และ อนนท์ บุญสุโข แต่จะได้ รุ่งโรจน์ สว่างศรี หายเจ็บกลับมาร่วมทีม รวมถึงได้ตัวใหม่ทั้ง ยิ่งยง แทนโสภา, ประดิษฐ์ สว่างศรี, พีรพงศ์ พิชิตโชติรัตน์ เข้ามาเสริม อดีตแชมป์เมื่อ 2 ฤดูกาลก่อน ม.กรุงเทพ ก็เป็นทีมที่ประมาทไม่ได้และปีนี้ทีมคาดหวังสูงจนถึงขั้นที่ "มาราโดนาเมืองไทย" สมชาย ทรัพย์เพิ่ม กล้าเดิมพันหากไม่ติด 2 อันดับแรกจะขอลาออกจากตำแหน่งโค้ชทันที โดยผู้เล่นตัวหลักของ ม.กรุงเทพ ยังเป็นหน้าเดิมทั้ง ปฏิภาณ เพชรพูล, วีระ เกิดพุดซา สองนักเตะทีมชาติไทย รวมถึง สุริยา ดอมไธสงค์ และ ปุณณรัตน์ กลิ่นสุคนธ์ นักเตะทีมชาติชุดบี ขณะที่ทีม "ยักษ์หลับ" อย่าง "เจ้าบุญทุ่ม" บีอีซี เทโรศาสน อดีตแชมป์ 2 สมัยก็มีการเปลี่ยนแปลงทีมดึง คริสตอฟ ลาร์รูห์ โค้ชชาวฝรั่งเศสมาทำทีม แถม ไบรอัน มาร์การ์ บอสใหญ่ยังโดดลงมาเป็น ผจก.ทีมเอง แต่ตัวผู้เล่นที่เห็นคงต้องหวังพึ่งตัวเก่าดีกรีทีมชาติไทยอย่าง ตะวัน ศรีปาน, นิเวส ศิริวงค์, ธีรเทพ วิโนทัย, อานนท์ สังสระน้อย, ปรัชญ์ สมัคราษฎร์ เท่านั้น เพราะตัวใหม่ที่ดึงเข้ามายังไม่เจ๋ง ทีมอื่นๆ ที่อยู่ในข่ายลุ้นแชมป์น่าจะมีชื่อของโอสถสภาร่วมอยู่ด้วย เพราะนอกจากมีกุนซือมันสมองอย่าง "ขงเบ้งลูกหนัง" อาจหาญ ทรงงามทรัพย์ ทำทีมแล้วยังคว้าตัว ศรายุทธ ชัยคำดี หัวหอกทีมชาติไทยรวมถึง วสันต์ นาทะสัน และ บัมบ้า เข้ามาแก้ปัญหาปืนฝืด แต่เสียอย่างเดียวตรงที่ จักรกริช บุญคำ มิดฟิลด์หัวใจสำคัญดันมาบาดเจ็บต้องพักยาวถึง 6 เดือนเต็ม ขยับไปมองที่ทีมในกลุ่มที่คาดหมายว่าจะต้อง "หนีตกชั้น" เต็งหนึ่งเป็น สมุทรสงคราม ทีมน้องใหม่ที่นักเตะล้วนโนเนมไม่น่าจะอยู่รอดในลีกสูงสุดของประเทศ ขณะที่ นครปฐม ประสบปัญหาในการเตรียมทีมจนนักเตะตัวดีๆ ย้ายทีมออกไปหมดก็มีโอกาสสูงที่จะร่วง ส่วนทีมที่ทุ่มทุนสูงทั้ง พนักงานยาสูบ โค้ก-เทศบาลตำบลบางพระ รวมถึง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค มีการเสริมนักเตะหลายคน แต่ความสมดุลของทีมยังไม่น่าจะดีพอถึงลุ้นแชมป์แต่ก็ไม่น่าต้องลุ้นหนีตกชั้น ต่างจากทีมอย่าง ทหารบก ทีโอที การท่าเรือแห่งประเทศไทย ธ.กรุงเทพ จุฬาลงกรณ์-สินธนา และกรมศุลกากร ที่โอกาสลุ้นแชมป์คงยากและน่าจะต้องพยายามหนีจากโซนท้ายตารางด้วย แต่ทั้งหมดคือการคาดเดาจากสภาพของการเตรียมทีมและขุมกำลังพลของแต่ละทีมเท่านั้น ผลงานจริงของทั้ง 16 สโมสรจะเป็นอย่างไรต้องวัดกันที่ 90 นาทีในสนามเท่านั้น ทีมใดที่พร้อมที่สุด ดีที่สุด และคว้าแต้มได้มากที่สุดเท่านั้นที่จะก้าวขึ้นสู่บัลลังก์แชมป์สูงสุดของเมืองไทย ใครจะเป็นเจ้าลูกหนังเมืองไทยประจำปี 2008 ต้องติดตามแบบห้ามกะพริบตา |
| เอเชี่ยนคัพ 2007 | ||
นักเตะไทยสร้างประวัติศาสตร์คว้าชัยชนะนัดแรกในฟตุบอลเอเชี่ยนคัพได้สำเร็จ แต่น่าเสียดายที่ทีมชาติไทยไม่อาจผ่านเข้าสู่รอบสองได้ |
||
|
View All |
||