พิมพ์หน้านี้
|
อกหักและผิดหวังไปตามๆ กันหลังจากขุนพลนักเตะ ทีมชาติไทย ตกเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ต่อ โอมาน 0-1 จนทำให้โอกาสลุ้นเข้าไปเล่นใน ฟุตบอลโลก 2010 รอบคัดเลือก รอบ 10 ทีมสุดท้าย ริบหรี่เต็มทน ทั้งที่นักเตะ ช้างศึก เพิ่งจะลงสนามเตะมาแค่ 2 นัดเท่านั้น แต่ 2 นัดที่ว่าก็ดันเก็บไม่ได้สักแต้มเดียว ต้องเข้าใจและยอมรับความเป็นจริงครับว่าผลงานของทีมชาติไทย คือเหตุผลและปัจจัยอย่างหนึ่งที่จะทำให้แฟนบอลหันมาให้ความสนใจฟุตบอลไทย เมื่อผลงานมันไม่ออกมาดั่งใจแบบนี้ ก็แน่นอนล่ะครับว่าแฟนบอลไทยส่วนใหญ่ต้องเสียใจและผิดหวัง ซึ่งมันจะส่งผลกระทบต่อ พลังลูกหนัง และคำว่า ศรัทธา ต่อวงการฟุตบอลไทยอย่างปฏิเสธไม่ได้ แต่ก็อยากจะกราบเรียนแฟนบอลและคนไทยทุกคนว่าอย่าเพิ่งหมดศรัทธากับทีมฟุตบอลไทยเลยครับ เพราะอย่างไรแล้วทีมฟุตบอลไทยก็จะอยู่คู่กับชาติไทยตลอดไป ที่สำคัญทีมชาติไทยยังไม่ได้ร่วงตกรอบเสียทีเดียว เรายังมีเกมเหลืออีก 4 นัดให้ได้ลุ้นกัน เพราะฉะนั้นแสงสว่างตรงปลายอุโมงค์ยังพอมีให้เห็น เพียงแต่ว่ามันอาจจะยากกว่าเดิมอีกหลายเท่าเท่านั้นเอง น่าสนใจว่าหลังจากนี้สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยจะทำอย่างไรกับอนาคตของทีมชาติไทย โดยเฉพาะ คนทำทีม ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากความพ่ายแพ้ต่อโอมาน ผู้บริหารทีมอย่าง กิตติรัตน์ ณ ระนอง ขอลาออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีมชาติไทยไปแล้ว ถือเป็นการรับผิดชอบคำพูดของตัวเองตามที่ได้พูดไว้ เลยได้ใจจากแฟนบอลส่วนหนึ่งพอสมควร แต่แฟนบอลผู้คิดลึกบางท่านไม่ได้รู้สึกได้ใจอะไรต่อ บิ๊กโต้ง เพราะหลายคนยังคาใจว่าการจัดตัวของ ชาญวิทย์ ผลชีวิน ในบางครั้งถูกแทรกแซงหรือเปล่ามันถึงดู ขัดใจ ซะเหลือเกิน คำว่า เด็กเส้น หรือ เด็กโต้ง จึงเกิดขึ้นในแวดวงสนทนาซุบซิบของคนในวงการฟุตบอลไทย และไม่ว่าจะมีเบื้องลึกเบื้องหลังอย่างไรหรือไม่ สุดท้ายแล้ว โค้ชหรั่ง ก็ต้องเป็นผู้รับผิดชอบในฐานะ เฮดโค้ช ไม่มีใครปฏิเสธว่า โค้ชหรั่ง คือกุนซือมือ 1 ของไทยในนาทีนี้ แต่มันมีคำถามเกิดขึ้นว่า ดีพอ สำหรับนำทีมชาติไทยไปไกลกว่าระดับอาเซียนหรือยัง เชื่อว่า โค้ชหรั่ง เองก็ต้องการที่จะทำทีมก้าวไปสู่ระดับเอเชีย เพราะไม่ว่าจะสัมภาษณ์กี่ครั้งกุนซือคนนี้ก็ยืนยันในเป้าหมายของตัวเองที่จะยกระดับทีมชาติไทยไปสู่ระดับเอเชีย แต่เผอิญว่าผลงานที่ออกมามันตรงกันข้ามกับเป้าหมายที่ว่า ทั้งพลาดแชมป์ อาเซียน แชมปเปี้ยนชิพ 2007 คาสนาม ศุภชลาศัย ตกรอบสองกีฬา เอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 15 ที่ กาตาร์ และตกรอบแรก เอเชี่ยนคัพ 2007 เมื่อผลงานมันยังสวนทางกับเป้าหมายก็ย่อมเป็นธรรมดาที่จะต้องถูกวิพากษ์วิจารณ์ และต้องถามฝ่ายบริหารอย่างสมาคมฟุตบอลไทยล่ะครับว่าจะอดทนรอได้หรือเปล่า สิ่งสำคัญคือสมาคมฟุตบอลไทยต้องพึงสำนึกและรับรู้ด้วยว่า นักเตะคนที่ 12 หรือว่าแฟนบอลไทยรอคอยความสำเร็จในระดับที่ไกลกว่าอาเซียนมานานแล้ว สมาคมฟุตบอลไทยต้องตอบคำถามให้ได้ว่าจะต้องรอไปถึงเมื่อไร และหาก รอเก้อ ใครจะรับผิดชอบ? |
| เอเชี่ยนคัพ 2007 | ||
นักเตะไทยสร้างประวัติศาสตร์คว้าชัยชนะนัดแรกในฟตุบอลเอเชี่ยนคัพได้สำเร็จ แต่น่าเสียดายที่ทีมชาติไทยไม่อาจผ่านเข้าสู่รอบสองได้ |
||
|
View All |
||