พิมพ์หน้านี้
|
| | เรานั่งดูหนังเรื่องนี้ด้วยความงุนงงและรู้สึกแปลก ๆ กับรูปแบบวิธีการนำเสนอ พอได้ดูรอบสองถึงได้เห็นความสนุกและน่าสนใจของหนังเรื่องนี้ผ่านการเล่าเรื่องด้วยภาพ การจัดฉาก มุมกล้อง และการคลายปมในตอนจบ คิดว่าหนังเรื่องนี้กำลังพูดถึงเรื่อง กฎแห่งกรรมตามแนวคิดทางพุทธในรูปแบบร่วมสมัยและโดยอ้อมโดยไม่จำเป็นต้องสื่อออกมาตรง ๆ เนื้อเรื่องดูอืด ๆ ตามสไตล์หนังอาร์ต แต่เมื่อดูรอบสองเราได้เห็นอะไรหลายอย่างที่ซุกซ่อนอยู่ในฉากต้นเรื่อง (หรืออันที่จริงก็เปิดเผยให้เห็นอยู่แล้วโดยมิได้ปิดบัง) แม้แต่ปริศนาที่ซ่อนไว้ภายใต้ชื่อเรื่อง คำพิพากษาของมหาสมุทร หนังเรื่องนี้เป็นหนังฆาตกรรม แต่เป็นหนังฆาตกรรมที่ค่อนข้างสะอาด เกือบจะไม่มีฉากเลือดสาดกระเด็นให้เห็น ถ้าไม่นับฉากคราบเลือดบนตู้ปลาซึ่งจู่ ๆ ก็โผล่เข้ามาในหนังแบบไม่มีที่มาที่ไป แต่ก็น่าจะสื่อถึงความรู้สึกอะไรบางอย่างของตัวละคร เคียวจิ ได้อย่างมีเลศนัย ดูหนังเรื่องนี้แล้วทำให้นึกถึงหนังของอัลเฟร็ด ฮิชค็อก ในเวลาเดียวกันวิธีการเล่าเรื่องของหนังเรื่องนี้จะคล้าย ๆ กับ คืนไร้เงา ของพิมพ์ผกา โตวิระ (นั่นก็หนังฆาตกรรมซ่อนเงื่อนอีกเรื่องหนึ่ง) ตลอดเรื่องมีแต่บรรยากาศของความสลดหดหู่ ซึมเซา คลุมเครือ แต่หนังจะเปิดเผยทุกอย่างให้รู้ในตอนจบ เคียวจิเป็นกุ๊กในร้านอาหารแห่งหนึ่งในมาเก๊า เขาลักลอบเป็นชู้กับเซโกะเมีย เจ้านาย (ในหนังใช้คำว่า บอส) ต่อมาบอสรู้เข้าจึงว่าจ้างให้เคียวจินั่นแหละฆาตกรรมเมียตัวเองเสีย แต่จะด้วยเงื่อนไขหรือเหตุผลอันใดก็ตามเคียวจิในฐานะลูกน้องยอมรับการว่าจ้างนั้นโดยไม่เอะใจสักนิดว่าเจ้านายก็รู้ว่าเขามีอะไรกับเซโกะ แม้ในวันฆาตกรรมเขากับเซโกะก็มีอะไรกันอีกก่อนที่เขาจะสังหารเธอด้วยไวน์ผสมยาพิษ จากนั้นเพื่อให้เคียวจิปลอดภัยจากคดีฆาตกรรม บอสมีตั๋วเรือเดินทางและเงินจำนวนหนึ่งให้เขาไปใช้ชีวิตอยู่ที่ภูเก็ตชั่วคราว เพื่อเป็นรางวัลของการพักผ่อนและเพื่อหลบหนีจากคดีฆ่าคน โดยบอสฝากตั๋วและเงินไว้กับหลวงพ่อที่วัดใกล้ ๆ บอสบอกว่าเมื่อไปถึงเมืองไทย ลิซาด จะเป็นคนที่คอยให้ความสะดวกสบายแก่เคียวจิที่นั่น บนเรือเขาพบกับเหตุการณ์ประหลาด ๆ ฝักบัวเปิดได้เองจนทำให้เขาตัวเปียกทุกครั้งที่เข้าห้องน้ำ เตียงกระดกขึ้นเองได้ ประตูห้องล็อกได้เองจนเขาต้องติดอยู่ในห้อง หรือบางครั้งก็ปวดท้องขึ้นมาโดยไม่มีสาเหตุ ทำให้เขาครุ่นคิดถึงเหตุการณ์การฆาตกรรมเซโกะ เขารู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างคอยตามดูพฤติกรรมเขาอยู่ แม้แต่เมื่อออกไปนอกห้องก็เจอคนแปลก ๆ ที่บอกว่าเคยเรียนห้องเดียวกันเมื่อตอนชั้นประถม ซึ่งเขาแน่ใจว่าหมอนั่นจำผิดคน บนเรือเขาพบกับ น้อย ผู้โดยสารที่มากับลูกสาววัยไม่ถึงขวบที่ชื่อ นิด น้อยดูสวยและเซ็กซี่ เขาคงหลงชอบเธอด้วยสิ เขาขอเบอร์โทรศัพท์ของเธอโดยเขียนมันไว้บนธนบัตร เคราะห์ร้ายเกิดขึ้นอีกเมื่อเขาไปถึงภูเก็ต เขาถูกทำร้ายร่างกายและยังถูกขโมยเงินโดยหัวขโมยคนหนึ่งที่แอบย่องเข้าไปในห้องพักของโรงแรมที่เขาเช็คอิน เมื่อเขาพบกับ ลิซาด เขาคิดว่าลิซาดน่าจะให้ความช่วยเหลืออะไรเขาได้บ้าง แต่ในที่สุดเขากลับพบว่าลิซาดนั่นเองที่อยู่เบื้องหลังเคราะห์ร้ายอันนั้น เขาพบว่าธนบัตรของเขา (ที่มีเบอร์โทรของน้อย) อยู่ในกระเป๋าสตางค์ของลิซาดนั่นเอง ในที่สุด ลางสังหรณ์ ที่ติดตามเขามาตลอดก็เฉลยให้เขารับรู้ในเวลาต่อมาว่า ลิซาดก็คือคนที่บอสส่งมาเก็บเขานั่นเองด้วยเหตุผลที่ว่าเขาเป็นชู้กับเมียเจ้านาย ส่วนน้อยก็คือเมียใหม่ของบอสที่ถูกส่งมาตากอากาศในเมืองไทยเพื่อที่บอสจะได้ปลอดภัยจากคำกล่าวหาว่าบอสฆ่าเมียหลวงเพื่อเมียน้อย ในที่สุดเคียวจิก็ถูกลิซาดยิง เขาหนีลงทะเลแต่ไม่ตาย เขากลับไปที่มาเก๊าอีกครั้งหมายฆ่าบอสเพื่อแก้แค้น แต่เมื่อไปถึงเขาพบว่าบอสกำลังมีความสุขกับน้อยและลูก เขาเปลี่ยนใจไว้ชีวิตบอสด้วยเหตุผลที่ว่า คนที่มีความสุขสมควรจะมีชีวิตอยู่ต่อไป จากนั้นเขาก็ปล่อยให้ มหาสมุทร พิพากษาเขาด้วยการยอมให้ลิซาดปลิดชีวิตเขาด้วยเหตุผลว่า คนที่ทุกข์ใจน่าจะตายดีกว่าอยู่ ซึ่งนั่นก็หมายถึงตัวเคียวจินั่นเองที่สมควรตายดีกว่าจะมีชีวิตอยู่ต่อไป บรรยากาศของหนังเล่นอยู่กับอารมณ์ซึมเซา อึมครึม หดหู่ ไม่ปลอดโปร่งผ่องใสของเคียวจิ หลายฉากพาคนดูให้อยู่ในสภาพอุดอู้ ในห้องพักของเคียวจิที่ดูคับแคบ เหตุการส่วนใหญ่เกิดขึ้นในทะเลแต่เราเราไม่ค่อยได้มีโอกาสเห็นท้องทะเลที่สวยงามมากไปกว่าฉากทางเดินภายในเรือที่แคบ ๆ อับ ๆ มืดทึบ แม้จะอยู่บนดาดฟ้าเรือเราก็ไม่เห็นแม้แต่ทะเลที่สวยงาม มุมกล้องที่จำกัดทำให้ไม่สามารถเห็นตัวละครได้ถนัด ฉากที่เคียวจินั่งเล่นกับน้อยและนิดบนดาดฟ้าเรือก็ยังรู้สึกได้ถึงความไม่อิสระเพราะจำกัดอยู่ในพื้นที่แคบ ๆ หลายฉากเหล่านี้สื่อถึงภาวะตีบตันของตัวละครเคียวจิว่าเขามีความทุกข์จากาการฆาตกรรม เคียวจิมี วิปฏิสาร จากการฆ่าคน และอยากจะพ้นทุกข์จากความรู้สึกผิดอันนี้ (วิปฏิสาร เป็นภาษาทางพุทธหมายถึง ความทุกข์ที่กัดกินใจจากการทำผิดศีล) หนังนำเอาความขัดแย้งมาเล่นกับคนดู ในภาพยนตร์ทั่วไปเรามักจะเห็นตัวละครสั่งเหล้า แต่ในหนังตัวละครเคียวจิสั่งนม นม สีขาวแทนสัญลักษณ์ของความสะอาดบริสุทธิ์ ผู้ชายที่ดูเรียบร้อยไม่น่ามีพิษภัยสั่งนมทุกครั้งที่เข้าบาร์ แต่เบื้องหลังเคยมีประวัติฆ่าคนมาก่อน (หรืออีกนัยหนึ่งการดื่มนมของเคียวจิหมายถึงการล้างบาป ?) การดื่มนมไม่ได้หมายความว่าคน ๆ นั้นเป็นคนดี ไม่มีมลทิน ไม่มีอะไรด่างพร้อยในชีวิต เช่นเดียวกับเด็กวัยรุ่นก่ออาชญากรรมก็ยังใส่ริสแบนด์ เรารักในหลวง ให้เห็นบ่อย ๆ ตามข่าวในจอทีวี พระภิกษุในหนังไมได้เป็นตัวแทนของคนดี แต่ในหนังพระสงฆ์กลับเป็นลูกน้องของบอส หนังล้อคนดูอีกครั้งด้วยการให้ชื่อตัวละคร น้อย-นิด จากหนังเรื่องที่แล้วของผู้กำกับคนเดียวกัน (เรื่องรักน้อยนิดมหาศาล) ในขณะที่น้อยยังหมายความถึงเมียน้อยได้ด้วยหนังทำให้คนดูกระจ่างไปกับชื่อเรื่องมากขึ้น เมื่อเคียวจิเข้าไปสั่งนมในบาร์ เจ้าของบาร์พูดว่าเขาชอบมองทะเล เพราะทะเลไม่เคยตัดสินเขา แต่เคียวจิกลับบอกว่า ผมรู้สึกว่าทะเลตัดสินผมตลอดเวลา ความหมายของ ทะเลที่คอยตัดสินผมตลอดเวลา ของเคียวจิหมายถึงกฎแห่งกรรมที่คอยตามติดเขาหลังจากที่เขาเล่นชู้และฆาตกรรมเมียเจ้านาย หรืออาจจะหมายถึงความรู้สึกผิดบาปที่ฝังอยู่ในใจของเขาตลอดเวลาซึ่งปรากฏให้เห็นในหนังตลอดทั้งเรื่อง คำว่า มหาสมุทร ชื่อหนังในความหมายที่ชัดเจนอีกความหมายหนึ่งที่หนังกำลังสื่อน่าจะหมายถึง สังสารวัฏฏ์ ตามนัยยะทางพุทธที่มักจะเปรียบเปรยสังสารวัฏฏ์ว่าหมายถึงมหาสมุทรแห่งความทุกข์ ยากจะหลุดพ้นไปเสียที จนในที่สุดเคียวจิก็ต้องอาศัยลูกปืนของลิซาดช่วยให้เขาหลุดพ้นไปจากสังสารวัฏฏ์อันมืดมนแห่งนี้. |
| สะดือไกลวัลย์ ฉบับการ์ตูน 2 | ||
โดย.. กิ้ว คลองสิบ |
||
|
View All |
||
| << | กรกฎาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | 31 | ||||