|

ดำลงไปคัน ถ้ามีฉลามเสือหิวๆ ว่ายผ่านมาผมก็ยังคิดว่ามันจะไม่เข้ามากินเรา เพราะว่าเราไม่ใช่อาหารตามธรรมชาติของพวกมัน และครูของผม ก็ยังสอนวิธีการปฏิบัติตัวเมื่อเจอฉลามด้วยการจ้องตามัน เหมือนกับ จ้องตาสุนัขที่กำลังจะกัด (ได้ผลหรือเปล่า ไม่ทราบนะครับ ยังไม่เคยเจอ) แต่ถ้าผมไปโดนหนวดของแมงกะพรุนที่เต็มไปด้วยหนามพิษเข้า ตัวผมจะแดงไปเป็นอาทิตย์ และจะมีปัญหาเรื่องระบบประสาทหลาย อย่างจากอาการแพ้
กลายเป็นว่าสัตว์ที่น่ากลัวที่สุดในทะเลของผมไม่ใช่ฉลามแต่กลับ เป็นเจ้าแมงกะพรุนแทน ปกติแล้วเวลาผมดำน้ำ ผมจะพยายามมองแมงกะพรุนที่ลอยอยู่ในน้ำ เมื่อเห็นแล้วก็จะพยายามหลบ ว่ายหนีให้ไกลที่สุด จะไม่ยอมเสี่ยง เข้าใกล้ไปถ่ายรูปเหมือนที่เพื่อนๆ ผมชอบกัน แต่การดำน้ำเมื่อเดือน กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ท้องทะเลรอบๆ หมู่เกาะสิมิลันเต็มไปด้วยลูกๆ แมงกะพรุนเป็นล้านๆ ตัวลอยอยู่ในน้ำ พวกมันน่ากลัวสำหรับผมมาก กว่าพ่อแม่มันอีกครับ เพราะแทบจะไม่มีทางหลบหนีพวกมันไปได้เลย ว่ายไปทางไหนก็เจอ แต่เมื่อหนีงานไปเที่ยวแล้ว มัวแต่กลัวก็เสียทั้งเวลาและเงินเปล่าๆ ก็เลย ลงไปเล่นกับมันเสียเลย ดำน้ำไปเอามือปิดหน้าไปด้วย แต่ถ้าเอามือ ปิดหน้าแล้ว จะถ่ายวีดีโอมาให้ดูอย่างไรหล่ะ ผมก็เลยตัดสินใจยอมคัน ยอมตัวแดง ลุยกับพวกมันไปเลย พอขึ้นจากน้ำมาก็ตัวแดงสมใจอยากครับ ปกติแล้วเวลาโดนพิษ แมงกะพรุนทั่วๆ ไปผมจะปฐมพยาบาลด้วยวิธีบ้านๆ คือทาด้วย น้ำส้มสายชูที่มีฤทธิ์เป็นกรด เข้าไปทำลายพิษซึ่งเป็นเบส (ด่าง) แต่ถ้าเป็นแมงกะพรุนไฟตัวสีแดงๆ จะกลับกับคือต้องใช้ Baking Soda ที่มีความเป็นเบส เข้าไปทำลายพิษที่เป็นกรดแทน คราวนี้เจ้าลูกๆ แมงกะพรุนที่ผมเจอมันมีทั้งสองชนิดน่ะซิครับ ไม่รู้จะทำอย่างไรดี ก็เลยลองใช้เกลือป่นเนี่ยแหละ ชะโลมทาทั้งตัว เพราะเกลือสามารถจะลดได้ทั้งความเป็นกรดและด่าง ปรากฎว่า มันใช้ได้ครับ แต่เปลืองเกลือไปหนึ่งกระปุก พ่อครัวด่าเล็กน้อย แต่ก็คุ้มครับ ดูจากวีดีโอคลิ๊ปจะเห็นลูกแมงกะพรุนตัวเล็กๆ ลอยอยู่ทุกที่ ช่วงท้ายๆ ของคลิ๊ปจะเห็นนักดำน้ำท่านหนึ่งเอามือปิดปากตลอดเวลา กันเจ้าพวก เหล่าแมงกะพรุนตัวน้อยๆ นี้ โอ๊ย ... เห็นภาพแล้ว ...คัน...
|