พิมพ์หน้านี้
|
Positive Thinking ปัจจุบันประเทศไทยเกิดปัญหาต่าง ๆ ขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเศรษฐกิจย่ำแย่ สังคมอ่อนแอ สภาพครอบครัวแตกแยก การศึกษาตกต่ำ ฯลฯ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เปรียบเสมือนโรคร้ายที่จะค่อย ๆ กัดกินร่างกายไปทีละน้อย จนในที่สุดจิตใจก็จะค่อย ๆ ตายไป ในความเป็นจริงปัญหาทุกอย่างย่อมมีทางแก้เสมอ หนึ่งในวิธีนั้นคือ การคิดบวก (Positive Thinking) เป็นการนำแนวคิดและทฤษฎีเรื่องการบริหารความขัดแย้งภายในใจมาสอน เพื่อให้คนเกิดความสุขจากการคิดแต่สิ่งที่ดี สามารถควบคุมอารมณ์และความรู้สึกของตนเอง อีกทั้งในสภาวะเช่นนี้กระแสเรื่องการคิดบวกเริ่มแพร่หลายมากขึ้น เช่น ในหมู่นักศึกษาและกลุ่มคนวัยทำงาน เกิดจากคนในกลุ่มนี้มีกระบวนการทางความคิดที่เป็นระบบ อีกทั้งมีวุฒิภาวะในเรื่องของสภาพร่างกายและจิตใจเพียงพอ ดังนั้น หากสามารถถ่ายทอดเรื่องราวเหล่านี้ให้พวกเขาเข้าใจ เมื่อเกิดปัญหาขึ้นก็จะสามารถหาวิธีแก้ไขให้ผ่านไปได้ เพราะหากคิดดี การปฏิบัติเชิงสร้างสรรค์ต่าง ๆ ก็จะประสบความสำเร็จ เช่น เรื่องของการทำงานที่ง่าย สบาย ไม่เครียด เห็นได้จากการมีสติมั่นคง กระบวนการทางความคิดอย่างเป็นระบบ ซึ่งเรียกส่วนนี้ว่า ข้อดีสำหรับผู้กระทำโดยตรง ส่วนการที่คนรอบข้างรู้สึกดีจากการสัมผัสถึงสิ่งต่าง ๆ ที่ได้แสดงออกมา ไม่ว่าจะเป็นการพูดจา หรือการกระทำสิ่งอื่น สิ่งใดก็ตามนั้นเรียกว่า ผลพลอยได้ ด้านการทำให้ตนเองและคนรอบข้างมีความสุขนั้นก็ไม่ยาก เพียงเข้าใจว่า อะไรคือการคิดบวก โดยมีส่วนประกอบคือ สติ ความรอบคอบ การวางตัวให้เหมาะสม รวมไปถึงเรื่องของความหวัง ซึ่งถือว่าเป็นส่วนสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะเมื่อไรที่เกิดการคิดแง่ทำลาย (Negative Thinking) ผลที่เกิดขึ้นก็จะตามมามากมาย เช่นเรื่องของสุขภาพร่างกายที่อ่อนแอ ทรุดโทรมจากความเครียด ความท้อแท้ ความกลัว เป็นต้น ดังนั้นก่อนที่จะเริ่มต้นทำสิ่งใดให้คิดเสมอว่า การคิดบวกถึงแม้จะไม่ใช่การแก้ปัญหาที่แท้จริง แต่ก็เป็นแรงผลักดันที่จะทำให้เราและสังคมลุกขึ้นมา เพื่อพบกับคำว่า ความสุข |
| << | กุมภาพันธ์ 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | |||||
| 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
| 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 |
| 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 |
| 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | |