• บักโก
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : [email protected]
  • วันที่สร้าง : 2007-07-17
  • จำนวนเรื่อง : 126
  • จำนวนผู้ชม : 167858
  • ส่ง msg :
  • โหวต 145 คน
buggo | begin
วันพฤหัสบดี ที่ 26 มิถุนายน 2551
Posted by บักโก , ผู้อ่าน : 1812 , 17:45:14 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

1.

ตอนเป็นเด็ก ผมได้มักได้รับโอกาสจากพระเจ้าให้สามารถเป็นไข้ได้บ่อยๆ เพราะพระองค์ได้ประทานหมอเทวดามาด้วย 2 คนก่อนหน้านี้แล้ว

คน นึงหัวล้าน ผมหงอก ฟันดำเพราะเคี้ยวหมาก ชอบตัดใบตองกล้วยมาตากแห้งสำหรับพันกับยาสูบที่ปลูกอยู่สวนหลังบ้านแล้ว นั่งดูดนั่งพันทั้งวัน ส่วนกลางคืนก็เอาเวลาและแสงสว่างที่พอมีบ้างเข้าดงกล้วย เพื่อไปเล่นไฮโล

คนๆ นี้ถูกผมเรียกว่า อาวจ๊ะ (แปลว่า คุณตา)

อีก คนหัวก็ดำ ผิวก็ดำ ฟันก็ดำ หัวนมก็ยังดำอีก (เฮ้อ ... บอกให้ใช้โลชั่นสปริงซองก็ไม่เชื่อ) วันๆ แกไม่ทำอะไรนอกจากบ่น ทำงาน และหอบขันหมากเดินไปหาเพื่อนบ้านสุมหัว แล้วจัดการ "อัพหมาก" (อารมณ์เดียวกันกับวัยรุ่นอัพยา) เสร็จสรรพก็กลับมาบ่นๆๆๆ แล้วก็บ่น

คนๆ นี้ผมเรียกว่า แม (แปลว่า แม่)

สอง คนนี้เป็นพ่อลูกกัน ดังนั้นพฤติกรรมต่างๆ จึงออกจะคล้ายกัน ทีแรกผมนึกว่าเป็นการโคลนนิ่ง แต่ไม่ใช่ เพราะโคลนนิ่งน่าจะมาเฉพาะด้านสภาพร่างกายเท่านั้น อีกทั้งเทคโนโลยีสมัย 2499 เต็มที่ก็แค่สามารถตอนหำหมา ผ่าหำแมวเท่านั้น แต่นี่จิตใจยังเหมือนกันอีก

ผมจึงคิดแบบหัวไอทีหน่อย แน่นอน นี่เป็นผลผลิตของวัฒนธรรมก๊อปปี้ เพส (Copy Paste Culture)

ไม่ รู้ต้องขอบคุณหรือแช่งด่ากันแน่กับวัฒนธรรมแบบนี้ เพราะถึงแม้จะมีด้านร้ายบริสุทธิ์เหมือนกันเด๊ะๆ อยู่บ้าง แต่ด้านดีโดยเฉพาะความสามารถระดับหมอเทวดาเรียกป้าเนี่ย เห็นแล้วก็ให้ความอบอุ่นใจยามเจ็บไข้ได้ป่วยขึ้นเยอะ

....

2.

พูด ถึงอาการเจ็บไข้ได้ป่วยเนี่ย อย่างที่บอกว่าผมต้องอยู่กับมันบ่อยมาก โดยเฉพาะหวัด มันสามารถมาเยือนได้ทุกฤดู ไม่ว่าจะร้อน หนาว ฝน คนอย่างผมก็พร้อมจะเป็นๆ หายๆ ได้ตลอดเวลา ส่วนโรคอื่นๆ ก็ตามเทศกาลระบาด หนักบ้าง เบาบ้าง สลับกันไป

ทุกๆ ครั้งที่ป่วย แม่จะมีห่อผ้ามัดไว้ที่หิ้งพระห่อนึง คลี่ออกมาจะเห็นท่อนไม้แห้งๆ หลากหลายรูปแบบกองกันอยู่ พร้อมกับหินที่ถูกถูจนร่องกลางลึกลงไป 1 องคุลีเห็นจะได้

แม่จะเอาหินมาวางบนขันน้ำอะลูมิเนียม แล้วเลือกเอาท่อนไม้แห้งๆ ประหลาดๆ มาจุ่มน้ำแล้วฝนกับหินจนน้ำใสๆ กลายเป็นสีขุ่น ผมฝืนลืมตาต่อสู้กับความเพลียเพราะฤทธิ์ไข้มาดูเป็นระยะๆ พลางคิดในใจว่ารอดตายแล้ว

พลันที่น้ำขุ่นๆ เหล่านั้นถูกลำเลียงลงคอสู่กระเพาะ ก่อนทยอยซึมผ่านกระแสเลือด อาการตัวร้อน เพลีย ร้อนใน ก็หายพลันเหมือนสั่งได้ ด้วยเหตุนี้อาการเจ็บไข้ได้ป่วยของผมและคนในครอบครัวจะถูกผูกไว้กับผู้เป็น แม่ทุกครั้งไป

แน่นอนว่าห่อผ้าห่อนั้นด้วยเช่นกัน

ไม่ว่าจะ เจ็บป่วยอย่างไร พลันที่ห่อผ้าถูกคลี่ออก แม่จะเลือกหยิบเอากองไม้แห้งๆ เหล่านั้นมาใช้ฝนกับหินตามลักษณะอาการของโรค บางครั้งอาการหนักหน่อย ไม้ในห่อผ้าเหล่านั้นอาจไม่เพียงพอ แม่จะถือเสียมไปหลังบ้านเพื่อขุดๆ สับๆ ไม้ เถา หัว ราก ของต้นอะไรต่อมิอะไรมาวางเรียงรายแล้วผสมเป็นยาเทวดาที่สามารถเสกหมาให้ กลายเป็นเสือได้ทันที

.....

3.

ความ สามารถระดับอ๋องของแม่ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย แต่เป็นเพราะวัฒนธรรมก๊อปปี้ เพส นั่นเองที่ทำให้แม่สามารถรับวิชาขั้นเทพจากตาได้แบบทุกกระเบียดนิ้ว

แม่ ชอบเล่าให้ฟังว่า เมื่อก่อนมีโรคระบาดหนักกว่านี้เยอะ ทั้งไข้ทรพิษ ฝีดาด มาลาเรีย ฯลฯ ถ้าหมู่บ้านไหนได้ประสบพบเจอก็เตรียมเผาทิ้งทั้งหมู่บ้านได้เลย แต่ตาก็สามารถเลี้ยงลูกทั้ง 10 คน มาจนโตและแก่หงักจนถึงบัดนี้ ลำพังแค่ป้อนข้าวคงไม่พอ ถ้าไม่ได้ยาดีจากตาคงมีสักคนที่ต้อง Say Goodbye ไปก่อนแน่

ด้วยความที่แม่เป็นลูกสาวคนโตจึงต้องรับหน้าที่ดูแลน้องๆ ทั้ง 9 แบ่งเบาภาระตาเช่นกัน เพราะฉะนั้นวิทยาการด้านแพทย์สมุนไพรไสยศาสตร์ใดๆ ที่ตามี แม่ผมก็ต้องมี ไม่งั้นลำพังตาคนเดียวดูจะหนักหนาเกินไปกับการไล่เลี้ยงดูลูกๆ ที่ขยันออกหัวปีท้ายปีเกือบโหล

.....

4.

รูป แบบยาที่ตาและแม่มีนั้นมีอยู่หลายแขนง ยารักษาร่างกายหาได้ตามป่าบุ่งป่าทาม ป่าหัวไร่ปลายนา และป่าเขา ทั้งรากไม้ เปลือกไม้ ลำต้นไม้ ใบไม้ เถาวัลย์ พืชใบเลี้ยงเดี่ยว ฯลฯ เหล่านี้ใช้รักษาโรคได้แทบจะทั้งป่า

แต่สำหรับการรักษาทางใจ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับคนไข้ด้วยการร่ายคาถาไสยศาสตร์

เมื่อ ก่อนดินแดนแถวศรีสะเกษตอนล่างที่ติดกับสุรินทร์ว่ากันว่าผีป่า ผีบ้าน ผีเรือน ผีปอบ กระสือ กระหัง พรายน้ำ ผีโพง ผีตายโหงนั้นเฮี้ยนหนักจนคนใจไม่แข็งพอต้องพลอยบ้าพลอยเพี้ยนไปเลย รูปแบบของไสยศาสตร์มนต์ดำมีการทำร้ายกันและกันโดยตลอด

ตาผม แม่ผม พ่อผม ต้นตระกูลของผมเกิดและตายในแถบนั้น เพราะฉะนั้นไอ้การจะหลบหลีกลี้หายไปจากความน่าสะพรึงกลัวเหล่านี้มีค่าเท่า กับศูนย์

เพื่อป้องกันผีร้าย ไสยศาสตร์มนต์ดำจากผู้ไม่ประสงค์ดี ตาจึงต้องเป่ากระหม่อมพร้อมกับร่ายคาถาให้ลูกๆ หลานๆ ทุกคนทันทีหลังจากที่หมอตำแยตัดสายสะดือเสร็จ

ลูกๆ หลานๆ ทุกคนจึงโตมาพร้อมกับความเชื่อที่ว่า กูมีของดี และกูไม่กลัวผีกลัวพราย ไม่กลัวใครหน้าไหนจะมาทำร้ายไม่ว่ารูปแบบใดก็ตาม

ส่วนนี้ผมเข้าใจว่าเป็นการป้องกัน และรักษาโรคทางใจ ไม่ให้อ่อนไหวกับความกลัวต่างๆ นานา เมื่อใจแข็งแรง กายก็เข้มแข็งตามไปด้วย

.....

5.

นั่น เป็นวิธีการรักษาโรคต่างๆ ในสมัยก่อน ตอนนี้ตาผม 80 กว่าๆ แม่ผมก็ย่างเข้าวัย 60 ทั้งสองคนผ่านและย่างเข้าวัยเกษียณ แต่ไม่ยักกะนอนรอรับนับเงินบำนาญ แต่ยังคงหักร้างถางพงทำไร่ทำนาอยู่เหมือนเดิม ตาไม่เคยนอนโรงพยาบาลเลยตั้งแต่จำความได้ แม่เพิ่งกลับจากโรงหมอเพราะดันเอามีดอีโต้สับหัวแม่มือตัวเองแทนที่จะเป็น ด้นฟืน ซึ่งนั่นก็เป็นการพึ่งพาโรงพยาบาลแบบเกรงใจหมอที่สุดแล้ว

.....

6.

หัน มองดูเราเองสักนิด เจ็บป่วยต้องวิ่งแจ้นเอาบัตรทองไปยื่นหมอ เอาเงิน 30 บาทไปแลกกับยาพาราฯ แล้วก็กลับมาเลี้ยงไข้จนใกล้ตาย (โรคร้ายเกินเยียวยาไม่ว่ากัน)

เราทำลายยารักษาโรคกายชั้นดีด้วยการ เปลี่ยนผืนนาเป็นป่าอ้อย เปลี่ยนป่าหัวไร่ปลายนาเป็นสวนยางฯ เปลี่ยนป่าบุ่งป่าทามเป็นต้นกระดาษดับเบิ้ลเอ

เราทำลายยารักษาใจที่ เป็นคาถาอาคมไสยศาสตร์ป้องกันตัว ด้วยการเอาคาถาเหล่านั้นไปช่วยคนคดโกง ดูหมิ่น เหยียดหยาม ปองร้าย สาป แช่ง ลบหลู่ ทำลายบุคคลอื่น รวมถึงทำลายโบราณสถาน

สังเกตไหม ... เราฆ่าตัวตายกันมากขึ้น ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม

และนั่นก็เกิดจากความล้มเหลวด้านจิตใจ

.....

7.

สาธุ สาธุ สาธุ โอมมมมมมมม .... เพี้ยง ฯลฯ



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
sarokkarow วันที่ : 20/01/2012 เวลา : 18.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wongsangam
เซราะกราว

น่าเอาเรื่องราวแบบนี้ ไปสร้างเป็นภาพยนต์สักเรื่องน่ะ ท่านบักโก...

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
dekchonnabotha วันที่ : 25/11/2008 เวลา : 14.20 น.

แล้วจะติดตามอานดอบอง

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
แมลงเมา วันที่ : 03/07/2008 เวลา : 15.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buggo
 Dust in the wind  

ชมรมอีสานใต้มาแล้ว เอ็นทรี่ต่อไปเตรียมนั่งปวดหัวได้เลยครับ เพราะผมอาจขุดภาษาเขมรเนื้อๆ มาเขียนในหน้าบล็อกนี้

ถ้าเกิดมีอารมณ์กับข้อความ แสดงว่าบ้านคุณบ้านผมอยู่ติดกันครับ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
sarokkarow วันที่ : 03/07/2008 เวลา : 13.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wongsangam
เซราะกราว

หยี๋.... ออร์ กุณ เจริญ ๆ (ข้อความ ) เซราะกราว เมียนเตนเลย

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
chamnong วันที่ : 29/06/2008 เวลา : 21.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chamnong
~~ วันดีๆ มีเสมอ ~~

อ่านแล้วเหมือนอ่านเรื่องของตัวเองเลย เจียละออเด้อ ชอบจนับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
แมลงเมา วันที่ : 27/06/2008 เวลา : 13.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buggo
 Dust in the wind  

ว่างๆ จะพาคุณมุกกี้ไปอัพหมาก ไม่แน่ใจว่าจะเคลิ้มเหมือนอัพยาหรือเปล่า

ขอบคุณที่ติดตามอ่านครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
mookie วันที่ : 26/06/2008 เวลา : 18.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mookie
เราอาจไม่ได้มีความสุขในทุกนาทีของชีวิต  แต่เราอยากให้ทุกนาทีของความสุข...ถูกบันทึก

ปล.อยากบอก....

คะรือว่า แอบไปอ่านเรื่องเก่า ๆ แล้วชอบจัง...

เด๋วว่าจะมาเก็บให้หมดเลย... คุณเขียนสนุกดี... ชอบมั่ก ๆ ....


ความคิดเห็นที่ 1 (0)
mookie วันที่ : 26/06/2008 เวลา : 18.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mookie
เราอาจไม่ได้มีความสุขในทุกนาทีของชีวิต  แต่เราอยากให้ทุกนาทีของความสุข...ถูกบันทึก

สวัสดีนะ....

ปู่ของมุกกี้ก๊ะชอบอัพหมากเหมือนกันเลยอ่ะ ตอนฟันไม่ค่อยมี ต้องเอาวัตถุดิบทั้งหมดลงไปในที่เป็นแท่งกระบอกทองเหลืองอ่ะ เรียกไรไม่รู้ แล้วก๊ะมีแท่งเหล็กเป็นที่ตำด้วย ถ้ามุกกี้ไปหาเมื่อไหร่ ต้องขอเป็นมือตำบ่อย ๆ และก๊ะถูกตำมือบ่อย ๆ เหมียนกันล์ เพราะว่ายกมันขึ้นมาสูงเกินไป ....

ปู่เป็นคนห้าแผ่นดิน เกิด 2442 สมัยรัชกาลที่ 5 ตายตอนอายุ 99 ปี ป่วยไข้น้อยมากเหมือนกัน เข้าโรงพยาบาลเฉพาะเรื่องหลัก ๆ เช่น ต่อมลูกหมากโต อะไรเทือกนั้น...

ชีวิตประจำวันปู่กินข้าวกับมะม่วง หรือกล้วย จากต้นท้ายสวน หรือปลานึ่ง ปลาทอด ที่จับได้จากใต้ถุนบ้าน....

ใช้ชีวิตพอเพียง (เหลือเกิน) มาตลอด 99 ปีแห่งการมีชีวิตอยู่... แต่ส่วนเรื่องยาอย่างของครอบครัวคุณแมลงเมาอ่ะ บ้านมุกกี้ม๊ะค่อยเห็นแฮะ...

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

หนังสั้น | เที่ยวหลังบ้าน

หนังสั้นเรื่องที่ 2 ในชีวิต เราคิด ทำ เหนื่อย และนานมาก ซึ่งผลของมันก็คุ้มพอตัว เมื่อเราสามารถคว้าอันดับ 2 จากการประกวดหนังสั้นของ ททท. "YCT Young Creative Film Festival 2004" มาครอง

View All
<< มิถุนายน 2008 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          

[ Add to my favorite ] [ X ]