พิมพ์หน้านี้
|
กลุ่มที่สองจะเป็นกลุ่มภาพแสดงอาการของคน เช่นกระหายน้ำ มีงานยุ่ง หนาว ร้อน ดีใจ เสียใจ ฯลฯ เพื่อให้สร้างประโยคง่าย ๆ สั้น ๆ ด้วยการผลัดกันพูด ตัวอย่างต่อไปนี้ในการใช้จริง จะเป็นรูปภาพ โดยไม่มีตัวหนังสือกำกับเลย และห้ามนักเรียนเขียนตัวหนังสือใด ๆ ด้วย เพื่อให้เกิดความสามารถในการเรียกชื่อสิ่งของในภาพเป็นภาษาอังกฤษ โดยไม่ต้องไปนึกว่าคำนั้นสะกดอย่างไร ภาพที่ ๑
เริ่มต้น ใช้ประโยคง่าย ๆ เช่น He is thirsty, He is busy. He is hungry, He is tired. ขั้นที่สอง ตั้งคำถาม แต่งประโยคปฏิเสธ ขั้นที่สาม เติมคำประกอบการถามว่า ทำไม เมื่อไร เช่น Why is he thirsty? Why is he always busy? When is he usually hungry? Why is he always sleepy? ขั้นที่ ๔ ให้ตอบถามถามแบบยาว หมายความว่าต้องทบทวนคำถามทั้งคำ เพื่อเป็นการเน้นการฝึกรูปแบบประโยค เช่น No, he is not thirsty. Yes he is busy. ขั้นที่ ๕ ให้สร้างประโยคใหม่ จากประโยคเก่าที่ครูให้ไว้ โดยใช้คำใหม่ ที่ครูให้ เช่น ครูให้ประโยค John is busy. iแล้วให้คำใหม่ว่า interesting นักเรียนต้องสร้างประโยคใหม่ว่า John is interesting.ครูสามารถฉวยโอกาสนี้ บรรจุคำใหม่เข้าไป เช่น คำใหม่ว่า The book นักเรียนต้องสร้างประโยคใหม่ว่า The book is interesting. ขั้นที่ ๖ ให้สร้างประโยคให้ยาวขึ้นเล็กน้อย โดยใช้วิในข้อ ๕ ให้คำใหม่เช่น very, นักเรียนต้องสร้างประโยคว่า The book is very interesting. จากนั้น ครูก็ให้คำใหม่ว่า story นักเรียนต้องสร้างประโยคว่า The story book is very interesting. ใช้แผนการเช่นนี้ ในการทำให้ประโยคยาวขึ้นทีละเล็กน้อย และมีคำใหม่ที่ก็ง่าย ๆ เหมือนกันเข้ามา มากขึ้น ๆ |