เวลาได้ผ่านไปหกเดือนแล้ว นับตั้งแต่มีการก่อการจลาจลในทิเบต การประพฤติผิดจรรยาสื่อของ สื่อฝรั่ง และการแสดงละครลิงที่แนนซี่ เปโลซี่ ประธานสภาคองเกรส สหรัฐถนัด ตอนนี้อะไร ๆ ก็เริ่มจะชัดเจนขึ้นมาแล้ว
ในตอนแรก เรื่องราวดูคล้าย ๆ กับเป็นความผิดพลาดจากความสะพร่าวของสื่อฝรั่งรายตัวบางรายเท่าน้น ที่ใช้รูปภาพจากเนปาล และอินเดีย มาประกอบการรายงานข่าวการจลาจลในทิเบต บางทีก็นึกว่า เขาเข้าใจภาพผิดพลาด ที่ใส่คำบรรยายภาพ หรือใส่หัวข้อข่าวผิด ๆ เช่นลงภาพหน่วยพยาบาลกำลังส่งคนขึ้นรถพยาบาล แล้ว บีบีซี ก็อธิบายภาพว่า จึนใช้กำลังทหารอย่างหนัก ในการปราบจลาจล (ซึ่งความจริง ไม่ได้มีการใช้กำลังทหารเลย ไม่ได้มีการใช้มาตราการรุนแรงใด ๆ เลย)
หลังจากนั้น สักระยะหนึ่ง ในเมื่อการลงภาพผิด และการลงข่าวผิด ไม่ได้มีการชี้แจง ไม่ได้มีการแก้ไขจากสื่อฝรั่งเหล่านี้ ก็ทำให้น่าเชื่อได้ว่า การลงภาพ และลงข่าวผิด ๆ นั้น ไม่ใช่อุบัติเหตุ หรือความผิดพลาดโดยบังเอิญเสียแล้ว ที่ยิ่งร้ายกว่านั้น คือ เมื่อมีการพยายามก่อกวนการวิ่งคบเพลิงใน ลอนดอน ปารีส และซานฟรานซิสโก สื่อฝรั่งก็ได้แสดงจุดยืนตัวเองชัดเจน โดยการจับภาพ และเสนอข่าวเฉพาะกลุ่มแยกดินแดนทิเบต ไม่มีการเสนอภาพและข่าวคนจีนจำนวนมากกว่าอย่างมากมายที่ออกมาแสดงความสนับสนุนการจัดโอลิมปิคในปักกิ่ง และการต่อต้านพวกแยกดินแดน ดูเหมือนจะสรุปได้ซะแล้วว่า พวกสื่อฝรั่งนี่จงใจ เอนเอียง และอย่างน้อยก็ได้ปฏิบัติในทิศทางเดียวกันทั้งกลุ่ม คล้ายกับมีการประสานงาน ร่วมมือกัน ในการใส่ร้ายป้ายสีจีน และสนับสนุนขบวนแยกดินแดนในจีน
ทุกอย่างไปถึงจุดสุดยอดของเหตุการ เมื่อ พนักงาน ซี เอ็น เฮ็น ปากเหม็นคนหนึ่งพูดในรายการถ่ายทอดสดว่า "พวกคนจีนก็เหมือนพวกโจร อันธพาลอย่างที่เคยเป็นมาตลอดเวลา ๕๐ ปีที่ผ่านมา สินค้าจีนก็ล้วนแต่สินค้าขยะทั้งสิ้น"
ในระหว่างเหตุการณ์เหล่านี้ นังแนนซี๋ก็แสดงบทบาทการต่อต้านจีน ตามนิสัยดงดิบของเขาอีก ด้วยการบินไปพบกับดาไล ลามะที่อินเดีย และกลับไปเสนอญัติในสภาคองเกรสที่เป็นการให้ร้ายประเทศจีนอีก หลังจากนั้น รมช ต่างประเทศสหรับก็บินแจ้นไปพบคุณพ่อดาไล ลามกของเขาอีกคน แล้วก็ออกมาให้ข่าวว่า จีนใส่ร้ายดาไล ลามะ (ทั้ง ๆ ที่มีการเสนอหลักฐานการโกหกของนายดาไล ลามกคนนี้อย่างเต็มเปี่ยม) โอ้พระเจ้า ขณะเดียวกัน หัวบรรไดดาไล ลามกคนนี้ไม่ได้แห้งเลย เมื่อเทศมนตรีเมืองปารีส (พรรคฝ่ายค้าน ฝรั่งเศส) ประกาศมอบฐานะชาวเมืองปารีส กิตติมศักดิ์ให้กับ ดาไล ลามก)
ช่างน่าทึ่ง จริง ๆ ที่ จู่ ๆ ก็มีฝรั่งแย่งกันไปหานายลามกคนนี้เยอะแยกเช่นนี้ ทำนองเป็นการฉวยโอกาศจากความโด่งดังของเรื่องทิเบต และใช้ในดาไล ลามกคนนี้ในการสร้างภาพพจน์ทางการเมืองให้กับตนเอง งั้นแหละ แต่ก่อนแต่ไร ไม่เห็นมา อีกตอนมีเรื่องจลาจลที่ทิเบต และช่วงเวลาก่อนกีฬาโอลิมปิคที่ปักกิ่งนี่แหละ แจ้นกันเชียว
มองดูแนวโน้มการยั่วยุจีนที่มากขึ้น ๆ ก็เลยเข้าใจทันทีเลยว่า ไม่ได้แตกต่างไปจากเหตุการณ์ที่อเมริกันแกล้งยิงจรวดใส่สถานทูตจีนในยูโกสลาเวี และเครื่องบินตรวจการณ์จีน ในทะเลจีนใต้ บนน่านฟ้าเกาะไหหลำ ถูกเครื่องบินรบอเมริกันคุกคาม ตอนนั้น รัฐบาลจีนรู้ทัน จึงออกประกาศให้คนจีนและนักเรียนจีน แสดงความรักชาติด้วยการทำให้ประเทศจีนเจริญ และเข็งแรงขึ้นโดยการให้ทุกคนตั้งใจทำงานในหน้าที่การงาน และการเรียนตัวเองให้มากขึ้น แทนการเดินประท้วงตามท้องถุนน ตั้งแต่เมื่อสัปดาห์ก่อน จีนก็ได้ออกประกาศเรียกร้องให้รักชาติด้วยการทำหน้าที่ตัวเองให้ดี สร้างชาติให้ก้าวหน้าแข็งแรงยิ่งขึ้น แทนการประท้วงอีก
ตอนแรก ซี เอน เอน พยายามดึงนาย ซาคอสกี้ ประธานาธิบดีประเทศฝรั่งเศสลงคูลงน้ำไปด้วย โดยการออกข่าวว่า นายซาคอสกี้ จะคว่ำบาตร ไม่เข้าร่วมพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิค
แต่พอทางฝรั่งเศส รู้ตัวว่าโดนใช้ ตามนิสัยฝรั่งเศส ที่มักจะมีความเป็นตัวของตัวเอง รัฐบาล และประธานาธิบดีฝรั่งเศสเลยรีบแก้ไขสถานการณ์ทันทีอย่างจริงจัง
เริ่มต้นด้วยการให้เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำปักกิ่งแถลงต่อสื่อมวลชนว่า รัฐบาลประเทศฝรั่งเศสเล็งเห็นความสำคัญของความสัมพันธ์กับประเทศจีน เคารพในสิทธิการปกครองดินแดนทั้งหมดของประเทศจีนที่รวมทิเบตเป็นส่วนหนึ่งของปรเเทศจีนด้วย รัฐบาลฝรั่งเศสขออภัยต่อคนจีน ที่มีเหตุการณ์ไม่สงลโดยคนกลุ่มน้อยจากเหตุการณ์ที่มีการแย่งคบเพลิงโอลิมปิคที่กรุงปารีส ตัวเออัครราชทูตเองอยากจากไปเยี่ยม จิน จิง นักกีฬาพิการผู้ถือคบเพลิง ที่ถูกทำร้ายที่ปารีสด้วย
วันรุ่งขึ้น ประธานวุฒิสภาฝรั่งเศสได้บินตรงไปถึงเมืองเซี่ยงไฮ้ และเดินทางจากสนามบิน ตรงไปหา จิน จิงเลย แล้วก็มอบจดหมายส่วนตัวจากประธานาธิบดีซาคอสกี้ ให้จิน จิง กล่าวแสดงความเสียใส เห็นใจที่ถูกทำร้าย ชมเชยในความกล้าหาญ และขอเชิญไปฝรั่งเศสในฐานะแขก วีไอพี ส่วนตัวของประธานาธิบดีซาคอสกี้ด้วย ต่อจากนั้น ก็ได้ส่งคณะผู้แทนระดับสูง ประกอบด้วยอดีต นายกรัฐมนตรีและวุฒิสมาชิกอวุโสจากฝรั่งเศส บินตรงไปปักกิ่งเพื่อขอพบนายกรัฐมนตรีจีน เพื่อเชื่อมสัมพันธไมตรี ขณะเดียวกัน จีนก็ส่งคณะผู้แทนระดับสูงเท่าๆ กันบินไปฝรั่งเศส เป็นอันว่า มาตราการญาติดีกันของจีนและฝรั่งเศสก็เข้าสู่จุดสูงสุดอีกครั้งหนึ่ง
ทำไมผมจึงมาเล่าเหตุการณ์เหล่านี้ให้ฟัง
แน่นอน ทั้งหมดที่เกิดขึ้น และปฏิกิริยาฉุกเฉินจากฝรั่งเศสนั้น คงไม่ใช่จะมีผลเพียงแค่ ประเทศจีนกำลังจะยกเลิกใบสั่งซื้อเครื่องบินโดยสารโบอิ้งประมา ๕๐ ลำ หรือมากกว่า แล้ว ให้สั่งซื้อ แอร์บัสแทน หรือ กำลังจะจำกัดการขยายตัวของ ร้านวอลมาร์ทในจีน และให้คาร์ฟูลงพื้นที่แทนเท่านั้น
ส่วนอังกฤษ ที่น้ำลายหกแล้วหกอีก เกี่ยวกับทิเบต และยังส่งทหารเข้าไปรุกรานทิเบตถึงสองครั้งในปี 1903 และ1904 ก็ยังไม่ทิ้งคราบประเทศอันธพาลนักล่าอาณานิคมอีกเช่นเคย มาคราวนี้ อังกฤษก็เข้าร่วมขบวนการปล้นชาติอิรัคกับนายบุช แล้วก็ยังคงแสดงความป่าเถื่อนกันอีกต่อไป
ความสิวิไล (ก้าวหน้าทางจิตใจ) กับความป่าเถื่อนนั้นมันแก้ไขกันได้ยากมาก
เวลา 300 ปี นับตั้งแต่พวกนักโทษ พวกหนีคดีจาดอังกฤษหนีไปอยู่เอมริกาเหนือ ก็ยังไม่สามารเปลี่ยนแปลงอะไรได้ พวกป่าเถือน อันธพาล ก็ยังคงนิสัย เหมือนเดิมต่อไป