พิมพ์หน้านี้
|
กินดองหลวงพระบาง
ไปหลวงพระบางครั้งแรกไม่คิดไม่ฝันมาก่อนว่าจะได้ไปร่วมงานกินดอง หรืองานแต่งงานของชาวหลวงพระบางอย่างเป็นเรื่องเป็นราว เรื่องของเรื่องมันเริ่มตรงที่พี่ตุ้ย หรือท้าวคำพัน คนขับรถแท็กซี่พาเราเที่ยวหลวงพระบางได้ยินผมกับวาทิน-ทหารเรือหนุ่มเพื่อนร่วมทาง-พูดถึงงานเลี้ยงแต่งงานใกล้ย่านที่เราพักในเย็นนี้ว่าเห็นทีต้องแวะมาดู อยากรู้เขาจัดงานกันอย่างไร พอจอดรถส่งเราที่โรงแรมมะโนลัก พี่ตุ้ยแกเลยถามว่าเย็นพรุ่งนี้พวกเจ้าว่างไหม มีงานกินดองหมอผ่าตัดเพื่อนแกพอดี ถ้าอย่างไรจะแวะมารับไปร่วมงานด้วยกัน มีหรือเราจะไม่ยินดีสำหรับโอกาสดี ๆ อย่างนี้ เกือบทุ่มหนึ่งพี่ตุ้ยมารอรับเราตามนัด งานเลี้ยงคืนนี้จัดที่เรือนพักอะนงเดด ใกล้แหล่งพำนักของเราพอดี เข้าใจว่าเป็นเพราะด้านหลังเรือนพักมีบริเวณโล่งกว้างเหมาะแก่การจัดงานใหญ่ งานกินดองคืนนี้จึงจัดที่เดียวกับงานที่เรามาชะเง้อชมเมื่อคืนโดยไม่คาดฝัน เพียงแต่วันนี้เรามาในฐานะแขกของแขกอีกที ขณะยืนรออีกฟากถนน พฤศจิกายนหลังฝนเหลื่อมฤดูทำให้ถนนเหนอะโคลน คลื่นคนเริ่มก่อตัวทีละน้อยขณะปรอยฝนเริ่มห่างเม็ด รอจนได้กลุ่มใหญ่ราวยี่สิบคนกลุ่มแขกจึงพากันเคลื่อนไปยังหน้างาน พอหย่อนซองลงกล่องรับ เจ้าภาพจัดแจงรินเหล้าฝรั่งลงจอกน้อยส่งให้แขกดื่มทั่วหน้าก่อนพากันเข้าในงาน และเนื่องจากทางผ่านไปยังเวทีด้านหลังถูกบังคับด้วยซอยเล็กข้างเรือนพัก เจ้าภาพจึงยืนชักแถวหน้ากระดานเรียงหนึ่งรอไหว้และจับมือแขกเป็นที่อุ่นหนาฝาคั่ง ฝนที่ตกเมื่อช่วงเย็นเหมือนจะยอมหมาดสายแต่โดยดี อากาศคืนนี้จึงเย็นสบายราวกับฟ้าเป็นใจ พี่ตุ้ยพาเราไปจับจองที่นั่งตรงจุดที่ใกล้พอเห็นเวทีดนตรีได้ถนัด เบียร์ลาว 4 ขวดถูกหิ้วมาวางรับแขกโดยไม่รอช้า ของกินบนโต๊ะเห็นมีก็แต่กล้วยกับแอปเปิลกว่างานเลี้ยงจะเริ่มคงสักสองทุ่มเศษ พี่แกว่าตอนนี้เราต้องอุ่นเครื่องด้วยเบียร์กันไปก่อน ถ้าจะรอเหล้าก็ต้องหลังเริ่มงานแล้ว หากหิวจะจัดการผลไม้ไปก่อนก็ได้ เราจึงได้แต่จิบเบียร์ที่พี่ตุ้ยรินแจกอยู่เงียบ ๆ ขณะแขกเริ่มทยอยเข้าตามโต๊ะ เกือบสองทุ่มครึ่ง ขบวนเจ้าภาพพร้อมคู่บ่าวสาวต่างชักแถวมายืนหน้ากระดานเรียงหนึ่งอยู่หน้าเวที ส่วนผู้เป็นประธานยืนหลังแถวเจ้าภาพตรงจุดกึ่งกลางพอดี พอกล่าวอวยชัยให้พรตามธรรมเนียม ประธานก็เชิญแขกหญิงแขกชายร่วมรับประทานอาหาร เป็นอันว่าเสร็จสิ้นพิธี ไม่มีผู้ใดมากล่าวอะไรขัดจังหวะคอดื่มและคอดิ้นเหมือนงานไทยอีกแล้ว พองานเป็นของแขก เราต่างทยอยกันไปตักข้าว อาหารบุฟเฟ่ต์คืนนี้มีกับข้าว 3 อย่าง เมื่อรวมกับการจัดโต๊ะอาหารแบบวางกระจายไปทั่วงานและอาหารทั้ง 3 อย่างต่างวางกระจายตั้งแต่หัวโต๊ะยันท้ายโต๊ะ การเข้าแถวรอตักอาหารจึงไม่ขลุกขลักเหมือนบ้านเรา บนโต๊ะต่อยาวมีข้าว กับหมูยอหั่นชิ้นเล็ก ๆ ยำลูกชิ้นเห็ดหูหนู และเป็ดพะโล้กับไข่พะโล้แบบแห้ง ๆ ทุกคนใช้เวลาตักอาหารกันไม่นาน เท่าที่สังเกตดูแขกมักตักข้าวตักกับกันจนพูนจาน บางคนลองชิมดูที่โต๊ะอาหารเพื่อตักเพิ่มตามความอร่อยก่อนจะกลับมาวงของตน (กับข้าวตามร้านก็เห็นตักให้ลูกค้าเต็มจานอย่างนี้เหมือนกัน ไม่เว้นกระทั่งเฝอหรือก๋วยเตี๋ยวชามโต) ที่นี่ดูไม่เคร่งครัดเรื่องพื้นที่ส่วนตัวมากนักเพราะเมื่อกลับจากตักอาหารใครอาจมานั่งเก้าอี้แทนเราแล้วก็ได้ ทุกคนจึงเวียนไปนั่งที่อื่นได้ตามสะดวก เพราะดูไปแล้วทุกคนรู้จักกันเกือบทั้งนั้น งานเลี้ยงจึงสมเป็นงานสังสรรค์กันแท้จริง มิใช่อาศัยนั่งเฉพาะในวงเดียวกันตั้งแต่เริ่มจนเลิกงาน แล้วก็เป็นอย่างคำพี่ตุ้ย ถึงตอนนี้เจ้าบ่าวเจ้าสาวและบรรดาขาเชียร์เหล้า(ยังหาคำเรียกที่ตรงใจมาใช้แทนไม่ได้) เข้าใจว่าเป็นเจ้าภาพหรือแขกที่ต้องการให้ผู้มางานได้สนุกสนานกันเต็มที่ ต่างทยอยยกจอกยกเป๊กมาพร้อมกับเหล้าฝรั่งขวดโต รินแจกแขกแบบเวียนรอบโต๊ะ ใครดื่มไม่ดื่มก็ต้องคว่ำจอกก่อนส่งคืนเพื่อรินเติมแล้วเวียนให้คนถัดไป ถามเจ้าบ้านว่าทำไมพอดื่มหมดต้องคว่ำจอกก่อนเติมใหม่เข้าทำนองไม่มีใครกินเดนใครหรือเปล่า เลยได้คำอธิบายว่าคนหลวงพระบางกลัวการเล่นของ หรือคุณไสยจากทางใต้ เพราะหากคนดื่มก่อนมีของแล้วไม่คว่ำจอก ผู้ดื่มรายต่อไปจะถูกคุณไสยหรือของเข้าโดยไม่รู้ตัว ชั่วโมงนี้ผมกับวาทินเห็นพ้องต้องกันโดยไม่ต้องนัดหมายว่าเราควรระงับเบียร์เพื่อร่วมเวียนจอกสุราแทนจะได้ไม่มีปัญหาเรื่องความเมา แต่กลับผิดคาดเมื่อกลายเป็นว่ามีการเวียนเบียร์และเวียนเหล้าสลับกันอีกหลายหน ได้แต่บ่นว่าพรุ่งนี้จะฟื้นหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่ก็คาดผิดอีกครั้งเพราะหลังจากขอตัวกลับก่อนห้าทุ่มครึ่ง ปรากฏว่าเราตื่นเช้าได้โดยไม่มีอาการแฮงค์หรือปวดหัวมาแผ้วพาน รำพึงกันว่าคงเพราะอากาศดี มีส่วนสำคัญต่ออารมณ์เป็นแม่นมั่น มิฉะนั้นแอลกอฮอล์ก็คือแอลกอฮอล์ ไม่มีการแบ่งชนชั้นระหว่างเบียร์กับเหล้า เมารวมกับเมาก็ยังสะกดว่าเมาเท่าเดิม อะไรทำนองนั้น งานเลี้ยงคืนนี้เรายังได้เจอคุณอุ่น เจ้าของโรงแรมมะโนลัก ที่เวียนมานั่งร่วมโต๊ะ เลยได้รู้ว่าพี่ตุ้ยเป็นน้องชายของแก แต่ความที่ไม่สนุกกับงานนั่งโต๊ะ ในบรรดาพี่ ๆ น้อง ๆ ด้วยกันจึงมีเพียงพี่ตุ้ยที่หลุดมาทำงานอิสระได้พบปะผู้คนไปตามเรื่องของแก เรายังได้เจอ จอนไล บอลิบูนครูสอนศิลปะและเจ้าของหลวงพระบางแกลเลอรี่ ผู้สนใจศิลปะวรรณกรรมและรู้จักนักเขียนไทยมากหน้าหลายตา ประสาคอเดียวกันคืนพรุ่งนี้คุณจอนไล เลยเชื้อเชิญเราไปกินข้าวด้วยกันอีกมื้อ ยิ่งดึกยิ่งคึกคัก ท่ามกลางเสียงเพลงและวงรำที่หนักไปทางเพลงไทยครึ่งต่อครึ่ง มีบางจังหวะเพลงที่แม้ไม่แปลกหูแต่กลับแปลกตาเรายิ่งนัก เมื่อเห็นผู้รำเปลี่ยนมาเต้นเดินหน้าถอยหลังแล้วขวาหัน เดินหน้าถอยหลังแล้วขวาหันพร้อมเพรียงเหมือนนัดกันไว้ คล้ายกองทหารหรือหางเครื่องจำนวนมหึมาที่ร่ายรำไปพร้อมเพรียงกันทั้งฟลอร์ แบบเดียวกับที่เราแอบมาชะเง้อชมด้วยความฉงนเมื่อคืนนี้ อดไม่ได้ต้องถามคุณจอนไลว่าเฉพาะเพลงจังหวะลีลาศหรืออย่างไรที่ชาวหลวงพระบางจะเต้นลักษณะนี้ ได้คำตอบว่าเฉพาะเพลงประเภทลิมเบอร์- ร็อค และนกแตนซิวเท่านั้นที่จะเต้นในท่าพร้อมเพรียงอย่างนี้ แต่ไม่กระจ่างว่าลิมเบอร์ร็อคเป็นเพลงประเภทใดสำหรับความเข้าใจอย่างไทย ๆ ด้วยความที่หูไม่กระดิกด้านทำนองเพลงเราจึงไม่มีข้อสรุปที่แน่ชัด รู้แต่ว่าแปลกดี ไม่มีใครเรียนเต้นรำแต่สามารถเลียนพฤติกรรมได้ตามจังหวะ แต่ข้อที่พอสรุปได้จากงานกินดองครั้งนี้ก็คือ เป็นงานเลี้ยงที่มุ่งสัมพันธภาพและความสนุกจริง ๆ มิใช่งานที่ทำตามธรรมเนียมเพียงเพื่อให้เจ้าภาพรับรู้ว่าตนมาร่วมงานตามบัตรเชิญแล้ว แต่ทุกคนสนุกร่วมกันเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการสนทนาหรือการร่ายรำอย่างเป็นกันเอง ไม่เคอะเขินหรือเก็บเนื้อเก็บตัวกลัวคนมาโค้งแบบงานเลี้ยงในสังคมเมือง ยิ่งการดื่มเพื่อความบันเทิงด้วยแล้วน่าจะถือได้ว่ามีความสำคัญต่อความสนุกของงานสมหน้าที่ของสุราเป็นยิ่งนัก และหลังการเที่ยวแบบอาศัยสองเท้าของเราเป็นหลักตลอดวันนี้ ผนวกกับเมรัยรสและมิตรภาพที่ได้รับจากชาวหลวงพระบาง ทำให้เราได้ตระหนักว่าการนอนเป็นเพียงความจำเป็นที่จะต้องพักผ่อนเอาแรงเท่านั้น เพราะใจเรายังตื่นอยู่เสมอ เหมือนไม่ยอมให้หลวงพระบางคลาดจากสายตาแม้ยามหลับ.
ภาพกินเลี้ยงแต่งงาน |
| เพลง จากลาอาลัย | ||
คำร้อง/ทำนอง โชคชัย บัณฑิต' |
||
|
View All |
||