• chaiyassu
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : panyawat_13@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-01-21
  • จำนวนเรื่อง : 107
  • จำนวนผู้ชม : 24668
  • จำนวนผู้โหวต : 178
  • ส่ง msg :
ชัยยัสสุ
ความคิด มุมมอง ทัศนคติ เพื่อความเข้าใจพระพุทธศาสนา ชีวิต และตัวตนของเรา
Permalink : http://www.oknation.net/blog/bunruang
วันพฤหัสบดี ที่ 31 มกราคม 2551
ฝึกสมาธิเป็นประจำ มีผลดีต่อสมอง และสติปัญญา
Posted by chaiyassu , ผู้อ่าน : 404 , 06:21:29 น.   | หมวดหมู่ : เรื่องทั่วไป  
พิมพ์หน้านี้


เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่า การฝึกสมาธิมีผลดีต่อชีวิตในหลาย ๆ ด้าน เช่น ทำให้เป็นคนมีเหตุมีผล มีจิตใจเยือกเย็น สุขุม ฉลาดในอารมณ์ รู้เท่าทันความเป็นจริง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญให้ชีวิตมีความสุข เป็นทุกข์ได้ยากขึ้น เพราะเราเข้าใจความจริง รู้ทันความจริง และสามารถอยู่กับความจริงได้ 

ที่สำคัญเรื่องนี้ได้มีการทดลอง วิจัยในห้องปฏิบัติการอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ในหลาย ๆ สถาบันด้วยกัน เช่น กรณีของ ดร.อลัน วอลเลช หัวหน้าศูนย์วิจัยจิต และสมอง ยู.ซี เดวิส เมืองแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ลงทุนศึกษาวิจัยถึงการทำงานของสมองระหว่างการนั่งสมาธิและสาเหตุที่ทำให้ผู้ปฏิบัติสมาธิสามารถเชื่อมต่อกับอารมณ์ในแง่บวกได้ง่ายกว่าคนปกติ

หรือ กรณีของสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ตีพิมพ์ผลการวิจัยล่าสุดของสถาบันเกี่ยวกับเรื่องการทำสมาธิว่า "การทำสมาธิแบบพระพุทธศาสนานั้น มิใช่เพียงก่อให้เกิดความสงบภายในจิตใจเท่านั้น แต่ยังส่งผลดีกับกระบวนการทำงานของสมองที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ และความเชื่อมโยงกับอารมณ์ทางด้านดีอย่างถาวรอีกด้วย"

กว่าจะได้ขอสรุปดังกล่าว ทีมวิจัยได้ทำการทดลองเปรียบเทียบการทำงานของสมองของผู้เข้ารับการทดลอง ซึ่งแบ่งออกเป็น ๒ กลุ่ม กลุ่มแรกเป็นพระสงฆ์ที่มีประสบการณ์และเคยฝึกสมาธิมาก่อนเป็นประจำ กับกลุ่มที่ ๒ เป็นกลุ่มของนักศึกษาซึ่งส่วนใหญ่ไม่เคยมีประสบการณ์ในการทำสมาธิ

การวิจัยครั้งนี้ นักวิจัยได้ใช้เครื่องมือที่เรียกว่า Electroencephalograms ในการวัดระดับการทำงานของคลื่นสมองรวม ๓ ครั้ง คือ ก่อนทำสมาธิ ขณะทำสมาธิ และหลังทำสมาธิแล้ว  ซึ่งผลการวิจัยปรากฏว่า ในช่วงก่อนการทำสมาธิ คลื่อนสมองแกมมาของพระมีระดับที่สูงกว่ากลุ่มนักศึกษา และระดับความแตกต่างนี้ได้ปรับสูงขึ้นอย่างมากในระหว่างการทำสมาธิ รายงานวิจัยระบุว่า สูงที่สุดเท่าที่เคยมีรายงาน ซึ่งเป็นที่ชัดเจนว่า กลุ่มของพระ มีการทำงานของสมองที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์ทางด้านบวก เช่น ความสงบสุข มีประสิทธิภาพกว่ากลุ่มนักศึกษาที่ไม่เคยปฏิบัติสมาธิมาก่อน นอกจากนี้ยังสรุปได้ว่า ระดับคลื่อนแกมมาที่สูงของพระก่อนการทำสมาธินั้น แสดงให้เห็นว่า สมองได้มีการพัฒนาอย่างถาวรหากมีการปฏิบัติสมาธิติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน ถึงแม้ว่า ปัจจัยทางด้านอายุและสุขภาพอาจจะทำให้คลื่นสมองแกมมามีระดับที่แตกต่างกัน แต่ปัจจัยสำคัญที่สังเกตได้ชัดเจนจากการทดลองก็คือ จำนวนชั่วโมงของการทำสมาธิ ส่งผลโดยตรงต่อการทำงานของคลื่นสมองแกมมา

เรื่องทำนองเดียวกันนี้ จิตแพทย์ชาวญี่ปุ่นท่านหนึ่ง คือ น.พ.โทมิโอ ฮิราอิ ก็ได้เคยทดลองก็ได้ข้อสรุปในทำนองเดียวกันว่า  การเปลี่ยนแปลงในสภาวะจิต ส่งผลต่อชนิดของคลื่นสมองที่ปลดปล่อยออกมา

เห็นข้อดีอย่างนี้แล้ว หาเวลาฝึกสมาธิกันบ้างนะ อย่างน้อยที่สุดก็ก่อนนอน วันละ ๕-๑๐ นาทีก็ยังดี


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 11
chaiyassu วันที่ : 04/02/2008 เวลา : 13.25 น.
http://www.oknation.net/blog/bunruang
เมื่อเดินไปในทางแคบ ควรจะผ่อนปรนเว้นที่ให้คนอื่นหนึ่งก้าว

ตอบคุณฝน
การนำสิ่งที่ดีงามไปเล่า บอกต่อ หรือไปแนะนำให้คนอื่นได้รับรู้ หรือปฏิบัติตาม ในทางพระพุทธศาสนาถือว่าเป็นบุญกุศลอย่างหนึ่ง เรียกว่าเป็น "ธรรมทาน" ขออนุโมทนากับสิ่งดีงามที่คุณฝนได้ทำ ขอให้บุญกุศลสนองตอบ ให้พบแต่สิ่งที่ดีงามตลอดไป
ความคิดเห็นที่ 10
fonyukyik วันที่ : 04/02/2008 เวลา : 11.58 น.
http://www.oknation.net/blog/fonyukyik

พิมพ์ผิด 5-10 นาที และจัดเวลา 10.00-12.00 น. ทุกวันค่ะจันทร์-ศุกร์ค่ะ
ความคิดเห็นที่ 9
fonyukyik วันที่ : 04/02/2008 เวลา : 11.57 น.
http://www.oknation.net/blog/fonyukyik

สวัสดีค่ะ วันนี้มาเล่าให้ฟังค่ะ ฝนจัดรายการวิทยุ www.f-bueng.com ทุกวันจันท์-ศุกร์ วันนี้ได้แนะนำให้กับผู้ฟังรายการว่า ให้ลองนั่งสมาธิ วันละ 5-10 วัน เพราะฝนลองทำแล้วได้ผลจริง ก้อเลยเล่าให้ผู้ฟัง ....ฝนคิดว่าการบอกต่อมันก้อทำให้เรามีความสุข และได้กุศลอีกใช่ไหมค่ะ
ความคิดเห็นที่ 8
chaiyassu วันที่ : 03/02/2008 เวลา : 14.53 น.
http://www.oknation.net/blog/bunruang
เมื่อเดินไปในทางแคบ ควรจะผ่อนปรนเว้นที่ให้คนอื่นหนึ่งก้าว

ตอบความเห็นที่ 7
คนเราจะเกิดความมั่นคงได้ ก็ต้องเริ่มจากความมั่นคงทางจิต ถ้าจิตมั่งคงแล้ว ทำอะไร ๆ เจออะไร ๆ ใจเราก็ไม่เป๋ ทำให้เสียดุลยภาพ สรุป เห็นด้วยทุกอย่างที่ว่ามา
สาธุ (ดีแล้ว)
ความคิดเห็นที่ 7
fonyukyik วันที่ : 03/02/2008 เวลา : 14.31 น.
http://www.oknation.net/blog/fonyukyik

ค่ะ ยอมรับคะว่า การทำสมาธิแล้วเกิดทำให้เราสบายใจ ทำให้เรามีสติ และสมองโปร่งนะค่ะ ตอนแรกไม่เคยทำเลย พอได้อ่านหนังสือ และได้มีหลวงพี่วัดหนึ่ง บอกให้ลองทำสมาธิก่อนนอน วันละ 5 -10 นาที จะทำให้จิตใจเราสงบ มันก้อจริงอย่างที่บอกนะค่ะ ไม่ว่าปัญหาอะไรก้อตาม ต้องแก้ด้วย สติ ปัญญา แล้วสติ ปัญญาเกิดจากอะไร ก้อคือ สมาธิที่เรามีไง จริงไหมค่ะ
ความคิดเห็นที่ 6
chaiyassu วันที่ : 31/01/2008 เวลา : 12.18 น.
http://www.oknation.net/blog/bunruang
เมื่อเดินไปในทางแคบ ควรจะผ่อนปรนเว้นที่ให้คนอื่นหนึ่งก้าว

ขอบคุณความเห็นที่ 5 ที่ช่วยเสริม เชื่อไหม พวกพระเซ็นบทเรียนแรกของการฝึกสมาธิของเขาก็คือ การฝึกหายใจ คือหายใจให้ช้าลง แต่พยายามหายใจให้ลึก มีประโยชน์มาก ช่วยทำให้ผ่อนคลายด้วย ใครเครียด ๆ ลองดู จะรู้สึกดีขึ้น
ความคิดเห็นที่ 5
ซันตะวันยิ้ม วันที่ : 31/01/2008 เวลา : 11.38 น.
http://www.oknation.net/blog/suntawanyim

การทำสมาธิเป็นการฝึกลมปราณอย่างหนึ่งช่วยทำให้คนที่มีปัญหากับหลอดลม ระบบทางเดินหายใจ โรคหอบหืด อาการดีขึ้น จากการที่ฝึกหายใจยาวๆ หายใจออกให้สุด หายใจเข้าให้ลึก
ขอบคุณบทความดีดี
ความคิดเห็นที่ 4
chaiyassu วันที่ : 31/01/2008 เวลา : 11.21 น.
http://www.oknation.net/blog/bunruang
เมื่อเดินไปในทางแคบ ควรจะผ่อนปรนเว้นที่ให้คนอื่นหนึ่งก้าว

ตอบความเห็นที่ 2
ข้อมูลที่เป็นผลทางปฏิบัติทางจิตได้รับการพิสูจน์แล้ว อันนี้ถูกต้อง แต่ข้อมูลเชิงรูปธรรมที่สามารถชี้ให้เห็นด้วยตา แม้กับคนที่ไม่เคยฝึกฝนทางจิต ก็เป็นสิ่งส่งเสริมการปฏิบัติ ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร ได้ประโยชน์ทั้ง 2 ด้าน ไม่ควรจะปิดกั้นความรู้ตัวเอง
ความคิดเห็นที่ 3
musachiza วันที่ : 31/01/2008 เวลา : 09.51 น.
http://www.oknation.net/blog/musachiza
Bin humzah

ขอบคุณกับข้อมูลเรื่องสมาธิครับ
แวะมาหาความรู้ครับ
ความคิดเห็นที่ 2
กร วันที่ : 31/01/2008 เวลา : 09.26 น.
http://www.oknation.net/blog/paper-making
K O  R N

คนสมัยนี้จะทำอะไรก็ต้องมีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์มายื่นยันในความถูกต้อง แต่นี้มันเรื่องของจิตใจ การพัฒนาจิตใจให้รู้ตื่นรู้เบิกบาน การปฏิบัติสมาธิก็เป็นเรื่องของการพัฒนาจิต ให้สมาธิให้รู้แจ้ง จิตไม่ฟุ่งกระเจิง วิธีนี้เรามีมากว่า 2000 กว่าปีแล้วยังจะต้องมีข้อมูลอะไรมายืนยันอีกหรอก ฉะนั้นใครปฏิบัติก็ได้แก่ตนอีก รู้ได้ด้วยตนเอง จะอธิบายถึงสิ่งที่ดี สิ่งที่ได้กับผู้ที่ไม่เคยปฏิบัติเป็นเรื่องยากที่จะเข้าใจ
ความคิดเห็นที่ 1
Supawan วันที่ : 31/01/2008 เวลา : 06.23 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

สวัสดีวันพฤหัสบดีค่ะ ...

การฝึกสมาธิมีดีหลายอย่างจริงๆค่ะ...

***********************************
ขอเชิญชวนบริจาคหนังสือ และแบ่งปันน้ำใจให้กับเด็กสระแก้ว ในโครงการสัญจรน้ำใจ oknation ที่เราจะเดินทางไปกันในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ที่จะถึงนี้ .. มาร่วมสร้างโอกาสให้เด็กๆกันนะคะ ..

http://www.oknation.net/blog/supawan/2008/01/28/entry-2
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน