• chaiyassu
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : panyawat_13@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-01-21
  • จำนวนเรื่อง : 130
  • จำนวนผู้ชม : 36887
  • จำนวนผู้โหวต : 211
  • ส่ง msg :
ชัยยัสสุ
ความคิด มุมมอง ทัศนคติ เพื่อความเข้าใจพระพุทธศาสนา ชีวิต และตัวตนของเรา
Permalink : http://www.oknation.net/blog/bunruang
วันพฤหัสบดี ที่ 26 มิถุนายน 2551
ภัยในอนาคต...ไม่มีใครทำนายแม่นกว่านี้อีกแล้ว...
Posted by chaiyassu , ผู้อ่าน : 369 , 06:59:29 น.   | หมวดหมู่ : ศาสนา-ปรัชญา  
พิมพ์หน้านี้


                พระพุทธศาสนา เป็นศาสนาที่ให้ความสำคัญเรื่องการศึกษาเป็นอย่างมาก ดังจะเห็นได้จากการแบ่งกลุ่มพุทธบริษัททั้ง ๔ ออกเป็น ๒ กลุ่ม โดยยึดการศึกษาเป็นเกณฑ์วัดว่า

          ๑.กลุ่มเสขบุคคล         หมายถึง กลุ่มผู้ที่ต้องศึกษา

          ๒.กลุ่มอเสขบุคคล       หมายถึง กลุ่มผู้ที่ไม่ต้องศึกษา

          ใครต้องศึกษา ใครไม่ต้องศึกษา ?

          และที่ว่าต้องศึกษา หรือไม่ต้องศึกษานั้น หมายถึงศึกษาอะไร ไม่ต้องศึกษาอะไร ?

          เป้าหมายของพระพุทธศาสนาคือ นิพพาน คือการดับกิเลส ดับทุกข์โดยสิ้นเชิง  เน้นคำว่า สิ้นเชิง ก็เพราะว่า การดับกิเลสนั้นมีระดับชั้น เช่น ผู้ที่เป็นโสดาบันก็ละได้ระดับหนึ่ง ผู้ที่สกทาคามีก็ละได้ระดับหนึ่ง ผู้ที่เป็นอนาคามีก็ละได้ระดับหนึ่ง

          ผู้บรรลุธรรมชั้นโสดาบัน สกทาคามี และอนาคามี ได้ชื่อว่ายังดับกิเลส หรือดับทุกข์ยังไม่สิ้นเชิง

          ผู้บรรลุธรรมขั้นสูงสุด คือ          พระอรหันต์ เท่านั้น เรียกว่า ผู้ดับกิเลส และทุกข์โดยสิ้นเชิง

          ผู้บรรลุความเป็นอรหัตต์แล้วเท่านั้น จึ่งไม่ต้องศึกษาอีกต่อไป ส่วนพระอริยบุคคลตั้งแต่อนาคามีไป อยู่ในฐานะต้องศึกษาทั้งสิ้น

          จึงสรุปสั้น ๆ ได้ตรงนี้ว่า ใครก็ตามไม่ว่าจะเป็นภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา ถ้ายังไม่ถึงฝั่งพระนิพพาน ดับเพลิงกิเลส เพลิงทุกข์โดยสิ้นเชิง ก็อยู่ในฐานะต้องศึกษาทั้งสิ้น

          เมื่อจำแนกบุคคลออกเป็น ๒ กลุ่มดังนี้แล้ว ท่านก็จำแนกเรื่องที่ต้องศึกษาไว้เป็น ๓ เรื่อง เรียกว่า ไตรสิกขา หมายถึงเรื่องที่ต้องศึกษา ๓ เรื่อง

          พุทธบริษัททั้งหลาย มีเรื่องที่ต้องศึกษาในชีวิตนี้ ๓ เรื่อง คือ

๑.     สิลสิกขา  หมายถึง ศึกษาเรื่องของศีล

๒.     จิตตสิกขา หมายถึง ศึกษาเรื่องของจิต

๓.     ปัญญาสิกขา หมายถึง ศึกษาเรื่องของปัญญา

          เป็นที่น่าสังเกตว่า คำว่า ศึกษา หรือ การศึกษา ในความหมายที่ใช้ในที่นี้  ไม่ได้มีความหมายเพียงแค่การศึกษาเล่าเรียนเหมือนอย่างที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบัน หากแต่หมายถึงการฝึกฝน อบรม ขัดเกลาตัวเองในเรื่องศีล สมาธิ และปัญญาให้สมบูรณ์ถึงที่สุด จนสามารถประหารกิเลส  หรือดับทุกข์ได้แล้วเท่านั้น

          เป็นเรื่องของการกระบวนการการฝึก อบรม ขัดเกลาในเชิงปฏิบัติ ไม่ใช่เรียนรู้กันในเชิงทฤษฎี

          ดังนั้นไม่ว่าจะเรียนจบนักธรรมเอก เปรียญ ๙ ประโยค จบดอกเตอร์มีปริญญาห้อยท้ายกี่ใบก็ตาม เป็นพระครู เป็นเจ้าคุณชั้นไหนก็ตาม บวชเก่า บวชใหม่เพียงใดก็ตาม หากแต่ถ้ายังมีกิเลสที่เป็นตัวการทำให้เกิดความทุกข์อยู่แล้วและก็ ย่อมอยู่ในฐานะต้องศึกษา ไม่มีข้อยกเว้นใด ๆ ทั้งสิ้น       

          นี่คือหลักเกณฑ์สำคัญที่ทรงวางเป็นแนวทางเอาไว้

          เหล่าสาวก หรือเหล่าพุทธบริษัททั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นพระสงฆ์ ฆราวาสญาติโยมทั้งหลาย จึงควรสำเนียกไว้ในใจตลอดเวลาว่า เราอยู่ในฐานะใด

          จบพรหมจรรย์ ไม่ต้องศึกษาต่อไปอีกแล้ว

          หรือว่า ยังต้องศึกษากันอีกต่อไป

          ในส่วนของภิกษุสงฆ์ ซึ่งถือเป็นบริษัทที่อยู่ “แถวหน้า” สุด พระพุทธเจ้าจะทรง “เคี่ยวเข็ญ” เป็นพิเศษ ทรงสอน ทรงเตือนเหล่าพระสาวกอยู่ตลอดเวลาว่า อย่าประมาท บวชมาแล้วอย่าประมาท ให้เร่งทำความเพียร เร่งทำกิจที่ควรทำอันเป็นหน้าที่หลักนี้อย่างเคร่งครัด

          เตือนแม้กระทั่งวาระสุดท้ายชีวิตของพระองค์ !!

          แสดงว่า ทรงเป็นห่วงเรื่องนี้มาก เป็นห่วงว่า เมื่อพระสงฆ์บวชเข้ามาสู่ธรรมวินัยของพระองค์แล้ว จะลืมทำหน้าที่ศึกษา ปฏิบัติเพื่อความดับทุกข์

          เตือนว่า นี่ไม่ใช่เรื่องธรรมดานะ ถ้าพระเณรบวชมาแล้วไม่ศึกษา ไม่อบรมตนในเรื่องของศีล สมาธิ และปัญญาแล้ว อนาคตข้างหน้า พระพุทธศาสนาจะมีภัย

          เป็นภัยที่เกิดจากภายใน ซึ่งถือว่า มีส่วนสำคัญในการชี้ชะตาอนาคตของพระพุทธศาสนาว่าจะเจริญ หรือว่าจะเสื่อมด้วย !!

          นี่ไม่ใช่เป็นการพูดลอย ๆ แต่มีหลักฐานยืนจากคัมภีร์พระไตรปิฎก มีพระสูตรหลาย ๆ พระสูตรระบุไว้ชัดเจนถึงความห่วงใยในเรื่องนี้

          เช่น ในอนาคตสูตร พระสูตรที่ ๓ แห่งคัมภีร์อังคุตรนิกาย ทรงเตือนภัย ๕ ประการในอนาคตแก่เหล่าภิกษุว่า ถ้าภิกษุสงฆ์สาวกของพระองค์ไม่ศึกษา ไม่อบรมในศีล สมาธิ และปัญญาแล้ว จะเกิดภัย ๕ ประการดังนี้

๑.     เมื่อตนเองไม่ศึกษาอบรมศีล สมาธิ ปัญญาแล้ว จักไม่สามารถทำหน้าที่เป็นอุปัชฌาย์ให้การบรรพชาอุปสมบทแก่กุลบุตรที่เข้ามาบวชแล้วให้ศึกษาอบรมในศีล สมาธิ และปัญญาได้ เมื่อไม่สามารถอบรมศีล สมาธิ ปัญญาได้แล้ว การละเมิดธรรมวินัยย่อมมีขึ้น

๒.     เมื่อตนเองไม่ศึกษาอบรมศีล สมาธิ ปัญญาแล้ว แม้อยู่ในฐานะเป็นครูอาจารย์ให้นิสัย คือเป็นผู้คอยแนะนำสั่งสอนกุลบุตรที่เข้ามาบรรพชาอุปสมบท ก็ไม่สามารถให้การศึกษาอบรมในศีล สมาธิ และปัญญาได้ กุลบุตรที่ได้การบรรพชาอุปสมบทมาก็จะไม่สามารถอบรมศีล สมาธิ และปัญญา เมื่อไม่สามารถอบรมศีล สมาธิ และปัญญาแล้ว การละเมิดพระธรรมวินัยย่อมบังเกิดขึ้น

๓.     ภิกษุทั้งไม่ได้ศึกษาอบรมในศีล สมาธิ และปัญญา คราที่ต้องทำหน้าที่อบรมสั่งสอนกุลบุตร กุลธิดา แม้แสดงธรรมผิด คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงก็ไม่รู้สึกตัว เป็นเหตุให้มีการสืบทอดพระธรรมวินัยผิด ๆ เป็นการลบล้างพระธรรมวินัย

๔.    ภิกษุผู้ไม่ได้ศึกษาอบรมในศีล สมาธิ ปัญญา ย่อมไม่สามารถเข้าใจ หรือแทงตลอดพระธรรมวินัยที่ทรงแสดง ทรงประกาศไว้ไว้โดยนัยอันลึกซึ้ง เป็นแนวทางแห่งโลกุตตระ เมื่อไม่สามารถแทงตลอดธรรมเหล่านั้นได้ ทำให้เธอละเลยที่จะศึกษาอบรม คลายความเพียร และหันไปศึกษาเล่าเรียนตำราอื่น “นอกเรื่อง” อันไม่ใช่ธรรมวินัยที่ทรงสั่งสอน

๕.    ภิกษุผู้ไม่ได้ศึกษาอบรมในเรื่องศีล สมาธิ ปัญญา ย่อมมีความประพฤติย่อหย่อน กระทำความผิด ล่วงละเมิดพระธรรมวินัย ทอดธุระ ไม่เอาใจใส่ในการปฏิบัติเพื่อความดับทุกข์  อนุชนภายหลังก็จักถือเอาเป็นเยี่ยงอย่าง ทำให้เกิดการลบล้างพระธรรมวินัย ล่วงละเมิดพระธรรมวินัย

          เห็นตัวอย่างที่ทรงเตือนไว้เมื่อ ๒๕๐๐ ที่แล้ว แล้วมองย้อนกลับมาถึงยุคปัจจุบัน จะเห็นได้ชัดเจนว่า ณ เวลานี้ พระพุทธศาสนากำลังมีภัย...

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 31
ซันตะวันยิ้ม วันที่ : 01/07/2008 เวลา : 08.39 น.
http://www.oknation.net/blog/suntawanyim


ความคิดเห็นที่ 30
chaiyassu วันที่ : 29/06/2008 เวลา : 05.07 น.
http://www.oknation.net/blog/bunruang
ไฉนจึงต้องรอให้สูญเสีย แล้วจึงค่อยรู้สึกเสียดาย !

ศิษย์กวง
> เวลามีน้อยลงเรื่อย ๆ นะศิษย์กวง...
ความคิดเห็นที่ 29
ศิษย์กวง วันที่ : 29/06/2008 เวลา : 02.06 น.
http://www.oknation.net/blog/sitthi

นมัสการครับพระอาจารย์..
สงสัยช่วงนี้หลวงพ่อจะยุ่ง
พักผ่อนบ้างนะครับ.

ความคิดเห็นที่ 28
chaiyassu วันที่ : 28/06/2008 เวลา : 17.50 น.
http://www.oknation.net/blog/bunruang
ไฉนจึงต้องรอให้สูญเสีย แล้วจึงค่อยรู้สึกเสียดาย !

อนุโมทนากับคุณแค็ท
นับเป็นการเริ่มต้นวันใหม่ที่ดี
ขอให้พบสิ่งดี ๆ
ทั้งคุณแม่และคุณลูก

ความคิดเห็นที่ 27
Cat@ วันที่ : 28/06/2008 เวลา : 17.01 น.
http://www.oknation.net/blog/catadler


นมัสการพระอาจารย์เจ้าค่ะ

วันเสาร์ตื่นสาย พร้อมกับความขี้เกียจ
แต่ในที่สุด ใจก้อ ชนะ
ลุกขึ้นไปอาบน้ำเข้าห้องพระ ..

กราบพระอาจารย์ค่ะ
ความคิดเห็นที่ 26
chaiyassu วันที่ : 28/06/2008 เวลา : 13.21 น.
http://www.oknation.net/blog/bunruang
ไฉนจึงต้องรอให้สูญเสีย แล้วจึงค่อยรู้สึกเสียดาย !

ขออนุญาตแจ้งข่าวดีให้ทราบ

"09:17 น.


เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 28 มิ.ย. 51 ศาลปกครองกลาง มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว คดีที่ นายสุวัตร อภัยภักดิ์ ทนายความ , นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กับพวกรวม 9 คนซึ่งเป็นทนายความและนักสิทธิมนุษยชน ร่วมกันยื่นฟ้อง นายนพดล ปัทมะ รมว.ต่างประเทศ และ คณะรัฐมนตรี เป็นผู้ถูกฟ้องที่ 1- 2 เรื่องกระทำการโยมิชอบด้วยกฎหมาย กรณีที่นายนพดล รมว.ต่างประเทศ ลงนามในแถลงการณ์ร่วมไทย -กัมพูชา พร้อมแผนที่แนบ ลงวันที่ 18 มิ.ย. ขอขึ้นทะเบียนปราสาทเขาพระวิหาร เป็นมรดกโลก ที่จะมีการเสนอแถลงการณ์ต่อองค์การยูเนสโก ในระหว่างวันที่ 2-10 ก.ค.นี้

โดยศาลมีสั่งพร้อมส่งโทรสารให้คู่ความทราบ เมื่อเวลา 02.00 น. ซึ่งคำสั่งระบุห้ามผู้ถูกทั้งสองนำมติ ครม. เมื่อวันที่ 17 มิ.ย.51 ที่เห็นชอบร่างแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา ซึ่ง ครม.เห็นชอบให้นายนพดล ปัทมะ รมว.ต่างประเทศ ไปลงนามในวันที่ 18 มิ.ย.51 นั้น ไปใช้ในแถลงการณ์ร่วม และห้ามดำเนินการตามแถลงการณ์ร่วม ฯ จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเป็นอย่างอื่น

โดยการไต่สวนได้มีการซักถามอย่างละเอียดเกี่ยวกับแผนที่ N1 N2 N3 ซึ่งกัมพูชาใช้แนบท้ายในแถลงการณ์ร่วม ฯ และประเด็นเรื่องที่เกี่ยวกับการเสียดินแดน รวมทั้งกรณีว่าหากมีการดำเนินการไปแล้วกัมพูชาจะอ้างสิทธิ์ดินแดนที่ทับซ้อนและมีข้อพิพาทภายหลังที่ขึ้นเป็นมรดกโลกแล้วได้หรือไม่ ซึ่งการไต่สวนดังกล่าวศาลปกครองกลางใช้เวลาตั้งแต่ 10.00 น. จนถึง 23.00 น. จึงแล้วเสร็จ"

อ้างอิงจาก
http://breakingnews.nationchannel.com/read.php?newsid=326940&lang=T&cat
ความคิดเห็นที่ 25
chaiyassu วันที่ : 28/06/2008 เวลา : 13.13 น.
http://www.oknation.net/blog/bunruang
ไฉนจึงต้องรอให้สูญเสีย แล้วจึงค่อยรู้สึกเสียดาย !

รับทราบทุกความเห็นที่แวะเวียนเข้ามา
สั้น ๆ ก่อน
ครูทิพย์
> อาตมาสบายดี...ขอบคุณที่มีน้ำใจไถ่ถาม...

ก้อนหินยิ้ม
> เห็นไหมละ...การพบกันเป็นวาสนา...ตรงตามสุภาษิตจีนไม่ผิด...ดีแล้ว จะได้ช่วยเกื้อกูลกันต่อไป
> อาตมากำลังนึกถึงคนชื่อ "มหาสามารถ" นึกไม่ออก...ว่าเคยเจอ เคยรู้จักกันหรือเปล่า...สมองรู้สึกเลอะเลือนนะเวลานี้ อดีตที่ผ่านมาเหมือนฝันจริง ๆ ...บางเรื่องก็จำได้แม่นยำ แต่บางเรื่องก็เลือนลาง....ถ้ายังงัยเรื่องนี้ ช่วยขยายความด้วย
> อาตมาเกรงว่า ก้อนหินไม่มีเวลาติดต่อให้กลุ่มบ้านพระธรรมท่านใดท่านหนึ่งเขียนบทความให้ เลยเขียนเผื่อไว้เรื่องหนึ่ง ทิ้งไว้ที่หมวดหมู่ "ส่งงานก้อนหิ้น" (ที่เดิม) ถ้าไม่มีใครเขียนก็ก้อนหินนำไปลงได้เลย แต่ถ้ามีแล้วก็เก็บไว้วันจันทร์หน้าก็ได้
ความคิดเห็นที่ 24
ก้อนหินยิ้ม วันที่ : 28/06/2008 เวลา : 11.55 น.
http://www.oknation.net/blog/konhinsmile

กราบพระอาจารย์ค่ะ

ตอนนี้ขณะนี้ ก้อนหินนั่งอยู่ในห้องสมุดของมหามกุฏฯ ค่ะ
คิดถึงพระอาจารย์..อะ..อะ..มีคนที่นั่งอยู่ข้างๆ ก็บ่นว่า...ฝากความคิดถึงมาหาอาจารย์ด้วย....

อะนะ..ใครกันนะ....
...มหาสามารถ ยั่งยืน...ฝากบอกว่า..ไม่ได้เจอกันนานแย้ววววว
มหาสามารถ เป็นเพื่อนร่วมรุ่นของก้อนหินเอง..ค่ะ

ก้อนหิน
๒๘ มิถุนายน ๒๕๕๑
ความคิดเห็นที่ 23
ครูทิพย์ วันที่ : 28/06/2008 เวลา : 10.33 น.
http://www.oknation.net/blog/Tip2
ครูทิพย์


ไม่ได้มากราบพระอาจารย์ซะหลายวัน...โยมไปเที่ยวปายมาค่ะ...ได้ไปวัดน้ำฮูด้วย...ได้กราบนมัสการหลวงพ่ออุ่นเมือง ซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองปายมาช้านาน ประดิษฐานอยู่ที่วัดน้ำฮู ซึ่งชื่อวัดนี้ก็ได้มาจากการที่บนพระเศียรของหลวงพ่อ ซึ่งจะมีน้ำขังอยู่ โดยได้เคยมีการพิสูจน์กันมาแล้วว่า หลังจากที่ได้มีการตักน้ำ ออกจากพระเศียรของท่านจนหมดแล้ว ทำการปิดวิหาร ห้ามเข้าออก เมื่อมาเปิดดูในพระเศียรของท่านก็จะมีน้ำขังอยู่อีก ซึ่งเป็นเรื่องที่แปลกมาก

ป.ล. พระอาจารย์สบายดีใช่ไหมคะ โยมกราบลาไปถูบ้านก่อนนะคะ...
ความคิดเห็นที่ 22
Cat@ วันที่ : 28/06/2008 เวลา : 03.33 น.
http://www.oknation.net/blog/catadler


นมัสการพระอาจารย์ค่ะ

มาน้อมฟังพระธรรม
พร้อมถวาย ดอกไม้ ค่ะ
ความคิดเห็นที่ 21
ศิษย์กวง วันที่ : 28/06/2008 เวลา : 01.26 น.
http://www.oknation.net/blog/sitthi

นมัสการครับพระอาจารย์..
.
เรื่องนี้สอนได้ทุกระดับ
บุคคลทั่วไปก็ควรจะต้องรู้ไว้
ทั้งคน ทั้งพระ หากยังไม่ถึงระดับ
พระอรหันต์แล้ว..โอกาสหลุด
ยังคงมีเสมอ...
.
โดยส่วนตัวแล้ว ผมคงต้องศึกษา
ไปเรื่อยๆ แต่จะได้ถึงระดับไหน
ไม่ใช่ปัญหาครับ ขอให้เรารู้ตัวเสมอ
ก็พอใจแล้วครับ...

ความคิดเห็นที่ 20
ting วันที่ : 27/06/2008 เวลา : 19.32 น.
http://www.oknation.net/blog/Germany
จงเตือนตนด้วยตนเอง

นมัสการค่ะ
ขอบพระคุณค่ะที่แวะไปเยี่ยม
ถ้าอยู่เมืองไทยก็คงไปนั่งหน้าเวทีกับเขาบ้างเหมือนกันค่ะ

ความคิดเห็นที่ 19
ลานเทวา วันที่ : 27/06/2008 เวลา : 19.04 น.
http://www.oknation.net/blog/phutanow
 .......ทุกบทคำนำนัยยะ   เถอะเจ้าจงชำระ   มันด้วยใจ.........

ตอนบวช เลือกเอา

อเสกขปัญโญ นามะ

ครับหลวงพ่อ


ความคิดเห็นที่ 18
เบญจพร วันที่ : 27/06/2008 เวลา : 07.40 น.
http://www.oknation.net/blog/benjaporn

หลับๆตื่นๆเจ้าค่ะ...
(น่าจ๋งจ๋านนนน...นะเจ้าคะ)
ว่าจะมาวัดตอนนั้นก้อไม่กล้า
มากราบหลวงพ่อตอนนี้น่าจะดีก่า...
กราบนมัสการเจ้าค่า...หลวงพ่อ

ความคิดเห็นที่ 17
ดีเจพะโล้ วันที่ : 26/06/2008 เวลา : 22.05 น.
http://www.oknation.net/blog/djpalo

กราบนมัสการครับพระคุณเจ้า
ความคิดเห็นที่ 16
คนใส่แว่น วันที่ : 26/06/2008 เวลา : 19.42 น.
http://www.oknation.net/blog/chattrg

ชัดเจนครับท่าน
ขอกราบ ในโอกาส
วันพระ ครับ
ความคิดเห็นที่ 15
chaiyassu วันที่ : 26/06/2008 เวลา : 18.13 น.
http://www.oknation.net/blog/bunruang
ไฉนจึงต้องรอให้สูญเสีย แล้วจึงค่อยรู้สึกเสียดาย !

หม่อมติ่ง
> อะไรถูก อะไรผิด อะไรควร อะไรไม่ควร เราทั้งหลายต่างก็ทราบเป็นอย่างดี..แต่ปัญหาต่าง ๆ ก็ยังคงมีอยู่...เราจึงต้องช่วยกัน

คุณสุภวัลย์
>อนุโมทนาบุญด้วย...

คุณ feng_shui
>อนุโมทนาบุญด้วย...

ก้อนหินยิ้ม
>ถูกแล้ว เป็นหน้าที่ของเราทุกคน...ในฐานะเป็นพุทธบริษัท ควรที่จะได้รับประโยชน์สูงสุดจากพระพุทธศาสนา

คุณสปายวัน,ฟ้าสางที่บางแสน
>

คุณณดาพิมพ์
>

ดินเดินทาง
>

คุณสายน้ำ
>

คุณ TaTee
> การศึกษาเรียนรู้มีความจำเป็น ไม่ว่าจะแง่ของวิชาการทางโลก หรือทางธรรม ปัญหาอยู่ที่จุดยืนของแต่ละคนมากกว่าว่า จะนำความรู้นั้นไปใช้อย่างไร...
>พระที่ท่านบวชเรียนมาสึกหาลาเพศไปก็มีมาก ที่ยังคงอยู่รับใช้พระศาสนาก็มีเยอะ...ก็อยู่บ้าง ไปบ้าง ก็ว่ากันไป...
> คติของผู้ที่ยังไม่ถึงฝั่ง...ยังเอาแน่นอนไม่ได้..ความจริงเป็นเช่นนี้...
ความคิดเห็นที่ 14
TaTee วันที่ : 26/06/2008 เวลา : 15.02 น.
http://www.oknation.net/blog/poo

นมัสการพระคุณเจ้า
เดี๋ยวนี้เวลาคุยกับพระ...รู้สึกว่า..หลายท่านสนใจศึกษาเรื่องทางโลกมากกว่าพระธรรม...หลายท่านรอจังหวะสึก..เพื่อมาใช้ชีวิตทางโลก..ไม่ว่าเพื่อจะมีครอบครัว..หรือทำงานสร้างตัว..จะหาพระที่คิดจะบวชตลอดชีวิต..หรือมุ่งหวังพระนิพพานแทบไม่ได้เลยครับ
ความคิดเห็นที่ 13
Sainam วันที่ : 26/06/2008 เวลา : 08.35 น.
http://www.oknation.net/blog/sainam

กราบนมันการเจ้าค่ะ

วันนี้วันพระ...ได้มาอ่านธรรมะตอนเช้า ๆ แบบนี้รู้สึกดีค่ะ
ความคิดเห็นที่ 12
Sainam วันที่ : 26/06/2008 เวลา : 08.35 น.
http://www.oknation.net/blog/sainam

กราบนมันการเจ้าค่ะ

วันนี้วันพระ...ได้มาอ่านธรรมะตอนเช้า ๆ แบบนี้รู้สึกดีค่ะ
ความคิดเห็นที่ 11
ดินเดินทาง วันที่ : 26/06/2008 เวลา : 08.21 น.
http://www.oknation.net/blog/din-travel
"การเดินทางของ"ดิน"เม็ดเล็ก ๆที่ทิ้งเรื่องราว ไว้ยาวกว่าลมหายใจ"

กราบนมัสการพระอาจารย์ค่ะ
พระอาจารย์ สบายดีค่ะ


ความคิดเห็นที่ 10
ณดาพิมพ์ วันที่ : 26/06/2008 เวลา : 08.12 น.
http://www.oknation.net/blog/nadapim

กราบนมัสการค่ะ
ความคิดเห็นที่ 9
ฟ้าสางที่บางแสน วันที่ : 26/06/2008 เวลา : 07.50 น.
http://www.oknation.net/blog/buraphadialysis
 ครั้นเจ้าได้ขี่ซ้างกั้งฮ่มสัปทน อย่าได้ลืมคนจนผู้แห่นำตีนช้าง

นมัสการพระคุณเจ้า
ความคิดเห็นที่ 8
spyone วันที่ : 26/06/2008 เวลา : 07.47 น.
http://www.oknation.net/blog/spyone
  โลกหมุนด้วยความรัก

นมัสการพระคุณเจ้าค่ะ
ความคิดเห็นที่ 7
ก้อนหินยิ้ม วันที่ : 26/06/2008 เวลา : 07.33 น.
http://www.oknation.net/blog/konhinsmile

กราบแทบเท้าพระบาทองค์พระบรมครู ด้วยความเคารพสูงสุด ด้วยเศียรเกล้า

และกราบขอบพระคุณพระอาจารย์ ด้วยค่ะที่เขียนบทความนี้เตือนใจกัน
ก็ไม่ใช่แค่พระภิกษุสงฆ์เท่านั้นที่ต้องเร่งขยันทำความเพียรและสืบทอดพระศาสนาของพระบรมครู หากแต่โยมๆ ก็เช่นกันค่ะ...

ก้อนหิน/บ้านพระธรรม
๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๑
ความคิดเห็นที่ 6
feng_shui วันที่ : 26/06/2008 เวลา : 07.27 น.
http://www.oknation.net/blog/buzz
feng_shui

นมัสการพระคุณเจ้าค่ะ
มารับธรรมะในวันธรรมสวนะค่ะ
ความคิดเห็นที่ 5
feng_shui วันที่ : 26/06/2008 เวลา : 07.27 น.
http://www.oknation.net/blog/buzz
feng_shui

นมัสการพระคุณเจ้าค่ะ
มารับธรรมะในวันธรรมสวนะค่ะ
ความคิดเห็นที่ 4
Supawan วันที่ : 26/06/2008 เวลา : 07.21 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

วันนี้จะไปไหว้พระค่ะ ...
ความคิดเห็นที่ 3
ting วันที่ : 26/06/2008 เวลา : 07.19 น.
http://www.oknation.net/blog/Germany
จงเตือนตนด้วยตนเอง

กราบขอประทานโทษนะค่ะ
คำว่าเอาศาสนาไปหากินอาจจะแรงไป
โยมว่าบางคนค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2
ting วันที่ : 26/06/2008 เวลา : 07.15 น.
http://www.oknation.net/blog/Germany
จงเตือนตนด้วยตนเอง

กราบนมัสการค่ะ
ขอเข้าวัดเป็นคนแรกในฐานะวันพระ อิอิ
ศีล สมาธิ ปัญญา ข้าน้อยผ่านมาพอสมควรค่ะ

โลกทุกวันนี้คนไม่ค่อยสนใจสัจจะ ของตัวเอง
เลยทำให้ไม่มีศีลในใจของตัว
ไม่มีพลังที่จะทำสมาธิ
เมื่อไม่มีสมาธิปัญญาก็ไม่เกิด
มีแต่ปัญญาทางโลก ที่จะโกงชาติ
เอาศาสนาไปหากินก็มี
ดึกมากแล้วเดี๋ยวกลายเป็นว่า
ยายติ่งเทศณ์แทนพระ
ลาล่ะค่ะ ฟุตบอลเยอรมันชนะนะค่ะ
ดีใจแทนคนเยอรมันค่ะ
ต้องทดแทนด้วยการเอาใจช่วยเยอรมันค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1
chaiyassu วันที่ : 26/06/2008 เวลา : 07.01 น.
http://www.oknation.net/blog/bunruang
ไฉนจึงต้องรอให้สูญเสีย แล้วจึงค่อยรู้สึกเสียดาย !

วันนี้วันพระ
ขอเชิญชวนพุทธบริษัททั้งหลายร่วมบำเพ็ญกุศลตามสมควรแก่โอกาส และเวลา เพื่อความเจริญงอกงามในกุศลยิ่ง ๆ ขึ้นไป

ชัยยัสสุ
๒๖ มิ.ย.๕๑
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์