พิมพ์หน้านี้
|
หากจะสำรวจประวัติการประกาศศาสนาช่วงเวลาที่พระพุทธเจ้ายังทรงพระชนม์อยู่ ตั้งแต่พรรษาแรก กระทั่งถึงพรรษาสุดท้าย ไล่เรียงจากคัมภีร์ต่าง ๆ ที่มีอยู่ทั้งหมดแล้ว ในทัศนะของผู้เขียน ไม่มีครั้งใดที่พระพุทธเจ้าต้องลงทุน ลงแรง ใช้ความเพียรพยายามมากเท่ากับการแสดงธรรมโปรดชฏิล ๓ พี่น้อง พร้อมด้วยบริวาร ๑,๐๐๐ คน เพราะหลักฐานที่ระบุไว้ในคัมภีร์วินัยปิฎก มหาวรรค พระไตรปิฎกเล่มที่ ๔ นั้นบอกว่า พระพุทธเจ้าทรงทรมานชฏิลด้วยวิธีการต่าง ๆ ถึง ๓,๕๐๐ วิธี/ครั้ง เพื่อให้ชฏิลผู้เป็นหัวหน้าคือ อุรุเวลกัสสปะยอมที่จะรับฟังพระธรรมเทศนาจากพระองค์ เสียดายไม่มีหลักฐานระบุไว้ว่า ทรงใช้เวลากี่วันถึงปราบอุรุเวลกัสสปะให้สิ้นพยศได้ แต่ถ้าจะใช้ตัวเลข ๓,๕๐๐ ครั้งแห่งความเพียรพยายามของพระองค์ คิดว่า คงคำนวณเวลาได้หลายวันทีเดียว อย่างน้อยก็ไม่น่าจะต่ำกว่า ๑ เดือน การยอมลงทุน ลงแรงด้วยความเพียรพยายามอย่างหนักนี้ เพราะมีพุทธประสงค์ที่จะวางรากฐานศาสนาของพระองค์ที่เมืองราชคฤห์ เมืองหลวงของแคว้นมคธนั่นเอง เป้าหมายอยู่ที่เมืองหลวงซึ่งก็คือพระเจ้าพิมพิสาร พร้อมด้วยเหล่าบริวาร หลังจากนั้นก็ค่อย ๆ แผ่ขยายสู่ประชาชนทั่วไป ที่ไม่ทรงเดินทางเข้าเมืองหลวง เพื่อแสดงธรรมโปรดพระเจ้าพิมพิสารโดยตรงเลย ทั้ง ๆ ที่พระองค์ก็มีสัญญาใจที่เคยให้ไว้กับพระเจ้าพิมพิสารว่า หากได้บรรลุโพธิญาณแล้วจะมาแสดงธรรมโปรด ซึ่งด้วยสัญญาดังกล่าว น่าจะทำให้พระองค์เข้าเมืองหลวงได้โดยไม่ยากนัก หากจะทรงทำ แต่ไม่ทรงทำ ! กลับเลือกที่จะไปโปรดชฏิลก่อน เหตุผลก็มีเพียงประการเดียวคือ พระเจ้าพิมพิสาร และชาวเมืองเวลานั้นศรัทธาในชฏิล ๓ พี่น้องมาก เรียกว่า ศรัทธาของเมืองราชคฤห์ทั้งเมือง ขึ้นอยู่กับชฎิลทั้งหมด การเข้าไปประกาศศาสนาในถิ่นที่มีลัทธิศาสนาอื่นครอบงำอยู่ก่อนแล้วเช่นนี้ จึงต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง มิเช่นนั้นก็จะเป็นภัย ทั้งต่อพระองค์เอง และเหล่าพระสงฆ์สาวก เรื่องนี้มีตัวอย่างให้เห็นมากต่อมากคัมภีร์อรรถกถา พระมหาโมคคัลลานะ นับเป็นตัวอย่างในเรื่องนี้ได้ชัดเจนที่สุดเรื่องหนึ่ง เพราะท่านถูก มือมืดลอบทำร้ายด้วยการใช้ท่อนไม้ทุบตีจนตายอย่างทารุณภายในกุฏิของท่าน สภาพศพแหลกเหลว กระดูกหักไม่รู้กี่ท่อน เมื่อตัดสินพระทัยแน่นอนแล้ว ก็ทรงออกเดินทางไปยังถิ่นพำนักของชฏิลผู้เป็นพี่สุดชื่ออุรุเวลกัสสปะ ทำทีไปขอที่พัก เมื่อได้ที่พักแล้ว ยุทธวิธีทั้ง ๓,๕๐๐ ครั้ง ก็เริ่มทยอยออกมาทีละเรือง ๆ ตามจังหวะที่เหมาะสม แต่ทุกครั้ง ชฏิลก็หายอมรับนับถือง่าย ๆ ไม่ อย่างดีก็พูดแค่เพียงเพียงว่า ท่านเก่งนะ แต่ก็ยังไม่ใช่พระอรหันต์ สู้เราไม่ได้ กระทั่งสุดท้าย เมื่อเห็นว่า อุรุเวลกัสสปะยังคงดื้อดึง มีทิฐิมานะสำคัญตนผิด เป็นพวกโมฆบุรุษอยู่อย่างนั้น ก็เลยต้อง ดับเครื่องชน ทรงพูดใส่อุรุเวลกัสสปะตรง ๆ ต่อหน้าว่า กัสสปะ ท่านไม่ใช่พระอรหันต์ มรรคผลอะไรของท่านก็ยังไม่มี แม้ปฏิปทาที่ปฏิบัติเพื่อมรรคผลที่จะทำให้ท่านเป็นพระอรหันต์ก็ยังไม่มีแม้แต่นิดเดียว นั่นแหละ อุรุเวลกัสสปะจึงพูดไม่ออก เพราะรู้เต็มออกว่า สิ่งที่พระพุทธเจ้าตรัสนั้นเป็นความจริง ที่ยังคงดื้อดึง ไม่ยอมรับตั้งแต่ต้นก็เพราะทิฐิมานะ ตนเคยสำคัญ เป็นที่เคารพศรัทธาของชาวเมืองมานาน อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาดูอานุภาพของพระพุทธเจ้าตั้งแต่ต้น เทียบเคียงกับตนเองแล้ว หากไม่มีอคติจนเกินไป อานุภาพของตนหาได้ทัดเทียมพระพุทธเจ้าไม่ พิจารณาอย่างนี้ อุรุเวลกัสสปะจึงก้มลงหมอบกราบแทบพระบาท ทูลขอบรรพชาอุปสมบทในพระพุทธศาสนา การสละลัทธิชฏิลบูชาไฟมาบวชในพระพุทธศาสนาในครั้งนี้ นับว่ามีผลดีต่อการสถาปนาความมั่นคงของพระพุทธศาสนาในเมืองราชคฤห์เป็นอย่างมาก หนึ่งเพราะชฏิลมีบริวารมาก เมื่อหัวหน้าออกบวชเช่นนี้ ลูกศิษย์ทั้งหมด ๑,๐๐๐ คนก็ออกบวชตามด้วย ทำให้ได้กำลังสำคัญช่วยประกาศศาสนา สองการแสดงธรรมในเมืองราชคฤห์ง่ายขึ้น เพราะเจ้าลัทธิที่เคยเป็นที่เคารพนับถือของชาวเมือง เปลี่ยนสถานภาพเป็นพระสงฆ์สาวกของพระพุทธเจ้าหมดแล้ว ชาวเมืองก็หมดความสงสัยในพระพุทธศาสนา หันมานับถือได้อย่างสนิทใจ นี่เป็นความสำคัญครั้งยิ่งใหญ่ในการประกาศศาสนาของพระพุทธเจ้า เพราะหลังจากที่ลัทธิชฏิลล่มสลายไปแล้ว พระองค์ก็ทรงพาชฏิลเหล่านี้ไปปรากฏโปรดพระเจ้าพิมพิสารและชาวเมืองต่อ ซึ่งก็ได้ผลตามคาด ทันทีที่ชฏิลประกาศท่ามกลางฝูงชน อันมีพระเจ้าพิมพิสารเป็นประมุขว่าตนเป็นสาวกของพระพุทธเจ้าแล้ว พระพุทธเจ้าก็ได้โอกาสในการแสดงธรรม ว่ากันว่า สมาคมของพระเจ้าพิมพิสารในวันนั้น ได้บรรลุธรรมเรือนแสน ที่ยังไม่บรรลุ แต่ก็ได้แสดงตนเป็นพุทธศาสนิกชน นับถือพระพุทธศาสนาตลอดชีวิต พระพุทธศาสนาจึงมั่นคงถาวรในเมืองราชคฤห์ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา ทั้งหมดนี้ เป็นเพราะความเพียรพยายามอย่างหนักของพระพุทธเจ้า ลงทุนลงแรง แสดงฤทธิ์ แสดงอภินิหารปราบชฏิลไป ๓,๕๐๐ กระบวนท่า แม้จะมากไปหน่อย แต่ก็ถือว่าคุ้ม ! เขียนไปเขียนมาจนถึงบรรทัดสุดท้าย ไม่ทราบเป็นเพราะอะไร ทำให้ผู้เขียนนึกถึงรัฐบาลสมัคร ปราบคนดื้อ มีทิฐมานะเช่นนี้ ก็ต้องเหนื่อยหน่อยนะ...ประชาชน... |