พิมพ์หน้านี้
|
เคยสงสัยอยู่เป็นเวลานานเกี่ยวกับเลข ๑๓ หลักในบัตรประจำตัวประชาชนว่า เขามีวิธีการให้เลขประจำตัวแต่ละคนอย่างไร ความสงสัยดังกล่าวมาถึงบางอ้อ เมื่อได้เข้าไปอ่านเว็บไซต์ของสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม ด้วยความดีใจที่ตนเองได้ถึงความสิ้นสงสัย จึงขออนุญาตนำมาเผยแพร่ต่อ เผื่อว่ายังมีผู้สงสัยในเรื่องนี้เหมือนอย่างผู้เขียน เจ้าของบทความคือคุณอมรรัตน์ เทพกำปนาท ได้อธิบายให้เราฟังอย่างนี้ว่า... สมมุติว่า เลขบัตรประชาชนของเราเขียนไว้ว่า ๑ ๑๐๐๑ ๐๑๒๔๕ ๒๙ ๙ (เขียนเว้นวรรค ตามแบบ) แต่ละหลักก็จะมีความหมายดังนี้ หลักที่ ๑ (คือหมายเลข ๑ ในตัวอย่าง) จะหมายถึง ประเภทบุคคล ซึ่งมีอยู่ ๘ ประเภทได้แก่ ประเภทที่ ๑ คือ คนที่เกิดและมีสัญชาติไทย และได้แจ้งเกิดภายในกำหนดเวลา หมายความว่า เด็กคนใดก็ตามที่เกิดตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม พ.ศ.๒๕๒๗เป็นต้นไป อันเป็นวันเริ่มแรกที่เขาประกาศให้ประชาชนทุกคนต้องมีเลขประจำตัว ๑๓ หลัก เมื่อพ่อแม่ผู้ปกครองไปแจ้งเกิดที่อำเภอหรือสำนักทะเบียนในเขตที่อยู่ภายใน ๑๕ วันนับแต่เกิดมา ตามที่กฎหมายกำหนด เด็กคนนั้นก็ถือเป็นบุคคลประเภท ๑ และจะมีเลขประจำตัวขึ้นด้วยเลข ๑ เช่น เด็กหญิงส้มจี๊ด เกิดเมื่อวันที่ ๒มกราคม ๒๕๒๗ และพ่อไปแจ้งเกิดที่เขตดุสิตภายในวันที่ ๑๗ มกราคม ๒๕๒๗ เด็กหญิงส้มจี๊ด ก็จะมีหมายเลขประจำตัวขึ้นต้นด้วยเลข ๑ และก็ต่อด้วยเลขหลักอื่นๆอีก ๑๒ ตัว เป็น ๑ ๑๐๐๑ ๐๑๒๔๕ ๒๙ ๙ เป็นต้น ซึ่งเลขนี้จะปรากฏในทะเบียนบ้าน และจะเป็นเลขประจำตัว เมื่อส้มจี๊ดไปทำบัตรประชาชนตอนอายุ ๑๕ ปี ประเภทที่ ๒ คือ คนที่เกิดและมีสัญชาติไทย ได้แจ้งเกิดเกินกำหนดเวลา หมายความว่า เด็กคนใดก็ตามที่เกิดตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๒๗ เป็นต้นไป แล้วบังเอิญว่าพ่อแม่ผู้ปกครองลืมหรือติดธุระ ทำให้ไม่สามารถไปแจ้งเกิดที่อำเภอหรือเขตภายใน ๑๕ วันตามกฎหมายกำหนด เมื่อไปแจ้งภายหลัง เด็กคนนั้นก็จะกลายเป็นบุคคลประเภท ๒ และจะมีเลขตัวแรกในทะเบียนบ้านขึ้นด้วยเลข ๒ ทันที เช่น ในกรณีส้มจี๊ด หากพ่อไปแจ้งเกิดให้ ในวันที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๒๗ หรือเกินกว่านั้น ส้มจี๊ดก็จะมีเลขประจำตัวเป็น ๒ ๑๐๐๑ ๐๑๒๔๕ ๒๙ ๙ ในทะเบียนบ้านและเมื่อไปทำบัตรประชาชนในภายหน้า ประเภทที่ ๓ คือ คนไทยและคนต่างด้าวที่มีใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว และมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน ในสมัยเริ่มแรก (คือตั้งแต่ก่อนวันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๒๗)หมายความว่า บุคคลใดก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นคนไทย หรือคนต่างด้าวที่มีใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว และมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน ณ ที่ใดที่หนึ่งในประเทศไทยมาตั้งแต่ก่อนวันที่ ๓๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๒๗ คนนั้นถือว่าเป็นบุคคลประเภท ๓ และก็จะมีเลขประจำตัวขึ้นต้นด้วยเลข ๓ เช่น ส้มจี๊ด เกิดเมื่อวันที่ ๒๕ มกราคมพ.ศ.๒๕๐๑ และมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านแล้ว ส้มจี๊ดก็จะมีเลขประจำตัวในทะเบียนบ้านและบัตรประชาชนเป็น๓ ๑๐๐๑ ๐๑๒๔๕ ๒๙ ๙ ประเภทที่ ๔ คือ คนไทยและคนต่างด้าวที่มีใบสำคัญคนต่างด้าว แต่แจ้งย้ายเข้า โดยยังไม่มีเลขประจำตัวประชาชนในสมัยเริ่มแรก หมายความว่า คนไทยหรือคนต่างด้าวที่มีใบสำคัญคนต่างด้าว ที่อาจจะเป็นบุคคลประเภท ๓ คือมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเดิมอยู่แล้ว แต่ยังไม่ทันได้เลขประจำตัว ก็ขอย้ายบ้านไปเขตหรืออำเภออื่น ก่อนช่วงวันที่ ๓๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๒๗ ก็จะเป็นบุคคลประเภท ๔ ทันที เช่น ส้มจี๊ดมีชื่ออยู่ในสำนักทะเบียนเขตคลองสานมาตั้งแต่ปีพ.ศ. ๒๕๐๑ ต่อมาในเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๒๗ ส้มจี๊ดก็ขอย้ายบ้านไปเขตดุสิต โดยที่ส้มจี๊ดยังไม่ทันได้เลขประจำตัวจากเขตคลองสาน พอแจ้งย้ายเข้าเขตดุสิต ส้มจี๊ดก็จะกลายเป็นบุคคลประเภท ๔ มีเลขประจำตัวขึ้นต้นด้วย ๔ กลายเป็น ๔ ๑๐๐๑ ๐๑๒๔๕ ๒๙ ๙ ทันที แต่ถ้าส้มจี๊ดย้ายจากเขตคลองสานเดิมไปเขตดุสิตหลังวันที่๓๑พฤษภาคม๒๕๒๗ ส้มจี๊ดก็ยังเป็นบุคคลประเภท ๓ อยู่ เพราะถือว่าจะได้เลขประจำตัวจากเขตคลองสานแล้ว จะย้ายอย่างไรก็ไม่เปลี่ยนแปลง การกำหนดให้บุคคลเริ่มมีเลขประจำตัว ๑๓ หลักในทะเบียนบ้านหรือบัตรประชาชน โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๒๗ เป็นต้นไป จนถึงวันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๒๗ อันเป็นวันสุดท้ายของการดำเนินการให้ประชาชนที่ไม่มีเลขประจำตัวในบัตรหรือทะเบียนบ้านได้มีเลขประจำตัวจนครบแล้วนั้น ก็เพราะก่อนหน้านี้ ประเทศไทยยังไม่เคยมีการกำหนดเลขประจำตัวดังกล่าวมาก่อนเลย ดังนั้น ช่วงที่ว่าจึงเป็นระยะเวลาจัดระบบให้เข้าที่เข้าทาง เพราะหลังจากวันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๒๗ แล้ว ทุกคนจะต้องมีเลขประจำตัวเพื่อสำแดงตนว่าเป็นบุคคลประเภทใดโดยดูตามเงื่อนไขในแต่ละกรณี ซึ่งมีอีก ๔ ประเภท คือ ประเภทที่ ๕ คือ คนไทยที่ได้รับอนุมัติให้เพิ่มชื่อเข้าไปในทะเบียนบ้านในกรณีตกสำรวจ หรือกรณีอื่นๆ เช่น ส้มจี๊ดมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเขตดุสิตอยู่แล้ว แต่บังเอิญว่าตอนที่มีการสำรวจรายชื่อผู้อยู่ในบ้าน เกิดความผิดพลาดทางเทคนิค ทำให้ชื่อของส้มจี๊ดหายไปจากทะเบียนบ้าน เมื่อไปแจ้งเจ้าหน้าที่และตรวจสอบแล้วว่าตกสำรวจจริง หรือจะเป็นเพราะกรณีอื่นใดก็ตาม เจ้าหน้าที่ก็จะเพิ่มชื่อให้ แต่ส้มจี๊ดก็จะมีหมายเลขในทะเบียนบ้านเป็นบุคคลประเภท ๕ และบัตรประชาชนจะขึ้นต้นด้วยเลข ๕ ทันที คือ กลายเป็น ๕ ๑๐๐๑ ๐๑๒๔๕ ๒๙ ๙ ประเภทที่ ๖ คือ ผู้ที่เข้าเมืองโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และผู้ที่เข้าเมืองโดยชอบด้วยกฎหมาย แต่อยู่ในลักษณะชั่วคราว กล่าวคือ คนที่มาอาศัยอยู่ในประเทศไทยแต่ยังไม่ได้สัญชาติไทยเพราะทางการยังไม่รับรองทางกฎหมาย เช่น ชนกลุ่มน้อยตามชายแดน หรือชาวเขา กลุ่มนี้ถือว่าเป็นผู้เข้าเมืองโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ส่วนบุคคลที่เข้าเมืองโดยชอบด้วยกฎหมาย แต่อยู่ชั่วคราว เช่น นักท่องเที่ยวหรือชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทย แม้บางคนจะถือพาสปอร์ตประเทศของตน แต่อาจจะมีสามีหรือภริยาคนไทย จึงไปขอทำทะเบียนประวัติเพื่อให้มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านสามีหรือภริยา คนทั้งสองแบบที่ว่า ถือว่าเป็นบุคคลประเภท ๖ เลขประจำตัวในบัตรจะขึ้นต้นด้วยเลข ๖ เช่น ๖ ๑๐๑๒ ๒๓๔๕๘ ๑๒ ประเภทที่ ๗ คือ บุตรของบุคคลประเภทที่ ๖ ซึ่งเกิดในประเทศไทย คนกลุ่มนี้ในทะเบียนประวัติจะมีเลขประจำตัวขึ้นต้นด้วยเลข ๗ เช่น ๗ ๑๐๑๒ ๒๓๔๕ ๑๓ ๓ ประเภทที่ ๘ คือ คนต่างด้าวที่เข้าเมืองโดยถูกต้องตามกฎหมาย คือ ผู้ที่ได้รับใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว หรือคนที่ได้รับการแปลงสัญชาติเป็นสัญชาติไทย และคนที่ได้รับการให้สัญชาติไทย ตั้งแต่หลังวันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๒๗ เป็นต้นไปจนปัจจุบัน คนกลุ่มนี้เลขในทะเบียนประวัติจะขึ้นด้วยเลข ๘ เช่น ๘ ๑๐๑๘ ๐๑๒๓๔ ๒๔ ๗ คนทั้ง ๘ ประเภทนี้ จะมีเพียงประเภทที่ ๓ ,๔ และ ๕ เท่านั้นที่จะมีบัตรประชาชนได้เลย ส่วนประเภทที่ ๑ และ ๒ จะมีบัตรประชาชนได้ ก็ต่อเมื่อมีอายุถึงเกณฑ์ทำบัตรประจำตัวประชาชน คืออายุ ๑๕ ปี แต่สำหรับบุคคลประเภทที่ ๖,๗ และ ๘ จะมีเพียงทะเบียนประวัติเล่มสีเหลืองเท่านั้น จะไม่มีการออกบัตรประชาชนให้ ต่อไปคือ หลักที่ ๒ ถึงหลักที่ ๕ (เลข ๑๐๐๑ ในตัวอย่างหรือสี่ตัวถัดไปจากตัวแรก) จะหมายถึง รหัสของสำนักทะเบียนหรืออำเภอที่เรามีชื่ออยู่ในทะเบียนขณะที่ให้เลข ซึ่งก็หมายถึงถิ่นที่อยู่ของเรานั่นเอง กล่าวคือ เลขหลักที่ ๒ และ ๓ จะหมายถึงจังหวัดที่อยู่ ส่วนหลักที่ ๔ และ ๕ หมายถึงเขตหรืออำเภอในจังหวัดนั้นๆ เช่น ถ้าเขียนว่า ๑๐๐๑ ก็หมายถึงว่า คุณอาศัยอยู่ที่กรุงเทพฯ ในเขตดุสิต เพราะ ๑ ๐ ในหลักที่ ๒และ ๓ หมายถึงกรุงเทพมหานคร ส่วนเลข ๐๑ ในหลักที่ ๔ และ ๕ คือรหัสของสำนักทะเบียนเขตดุสิต หรือถ้าเขียนว่า ๑๑๐๑ ก็จะหมายถึง อยู่ที่จังหวัดสมุทรปราการ อำเภอเมือง เพราะ ๑๑ แรกคือ รหัสจังหวัดสมุทรปราการ และ ๐๑ หลัง คือ อำเภอเมืองสมุทรปราการ เป็นต้น สำหรับ หลักที่ ๖ ถึงหลักที่ ๑๐ (เลข ๐๑๒๔๕ ในตัวอย่าง) จะหมายถึง กลุ่มที่ของบุคคลแต่ละประเภทตามหลักแรก (หลักที่ ๑) ซึ่งทางสำนักทะเบียนในแต่ละแห่งก็จะจัดกลุ่มเรียงไปตามลำดับ หรือหากเป็นเด็กเกิดใหม่ในปัจจุบัน เลขดังกล่าวก็จะหมายถึง เล่มที่ของสูติบัตร (ใบแจ้งเกิดที่อำเภอหรือเขตออกให้) ซึ่งก็คือเลขประจำตัวในทะเบียนบ้านของเด็กที่แต่ละอำเภอหรือเขตออกให้ และจะไปปรากฎในบัตรประชาชนเมื่อถึงอายุต้องทำบัตรนั่นเอง แต่ถ้ายังไม่ถึงเกณฑ์เลขนี้ก็จะปรากฏอยู่แค่ในทะเบียนบ้านของเด็กเท่านั้น หลักที่ ๑๑ และ ๑๒ (หมายเลข ๒๙ ในตัวอย่างสมมุติ) จะหมายถึง ลำดับที่ของบุคคลในแต่ละกลุ่มประเภท เป็นการจัดลำดับว่าเราเป็นคนที่เท่าไรในกลุ่มของบุคคลประเภทนั้นๆ หลักที่ ๑๓ (เลข ๙ ตัวสุดท้ายในตัวอย่าง) จะหมายถึง ตัวเลขสำหรับตรวจสอบความถูกต้องของเลขทั้ง ๑๒ หลักแรกอีกที สำหรับเลขตั้งแต่หลักที่ ๖ ถึง ๑๓ นี้เป็นการจัดหมวดหมู่ และเรียงลำดับบุคคลในแต่ละประเภทของสำนักทะเบียนในแต่ละท้องที่ ซึ่งเราก็คงไม่ต้องรู้รายละเอียดอะไรลึกไปกว่านี้ เพราะรู้แล้วอาจจะงงเปล่าๆ เป็นเรื่องน่าแปลกว่า ตัวเลข ๑๓ หลักที่เป็นหมายเลขในบัตรประชาชน หรือเลขประจำตัวประชาชนของเราแต่ละคนนี้ จะไม่มีการซ้ำกันเลย ผิดกับชื่อหรือนามสกุลยังมีซ้ำกันได้ และจะเป็นเลขประจำตัวเราจนตาย ไม่มีการเปลี่ยน หรือยกให้คนอื่น และจากการสอบถามเจ้าหน้าที่ว่า ในอนาคตจะต้องมีการเติมเลข อย่างเลข ๘ เข้าไปอีก เพราะเลขไม่พอใช้เหมือนโทรศัพท์มือถือหรือไม่ เขาก็บอกว่าคงอีกนาน อาจจะถึง ๑๐๐ ปีโน่น เพราะการที่เขาแยกแยะบุคคลเป็นประเภทต่างๆ และยังแยกย่อยเป็นจังหวัดอำเภอ แล้วลงรายละเอียดไปเป็นกลุ่มๆในแต่ละประเภทอีกนั้น ทำให้เพดานหรือช่วงตัวเลขมีความห่างมาก จนสามารถรองรับจำนวนคนได้อีกมาก และหากใครสงสัย หรือมีปัญหาในเรื่องทะเบียนบ้าน ทะเบียนสมรส บัตรประชาชน ก็สามารถสอบถามไปได้ที่ สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง โทร. ๑๕๔๘ ตัวเลข ๑๓ หลักที่กล่าวข้างต้น อันเป็นเลขประจำตัวประชาชนของแต่ละคนนี้ แม้จะมิใช่ตัวเลขที่เราต้องใช้เป็นประจำในชีวิตประจำวัน ยกเว้นใช้ในการกรอกเอกสารบางอย่าง เช่น การเปิดบัญชีธนาคาร ฯลฯ แต่เลขนี้ก็มีความสำคัญยิ่ง เพราะเป็นการสำแดงตัวตน ความเป็นคนไทยหรือคนในประเทศไทย ที่ทำให้เราสามารถอาศัยอยู่ในประเทศไทยและใช้สิทธิอย่างถูกต้องตามกฎหมายได้
กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม ที่มา : http://www.culture.go.th/study.php?&YY=2549&MM=10&DD=3 ภาพประกอบ : www.oknation.net/ |
| น้อมส่งดวงพระวิญญาณ | ||
พสกนิกรชาวอำเภอบ้านด่านร่วมพิธีที่วัดบ้านด่าน |
||
|
View All |
||
| << | กันยายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | |
| 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 |
| 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 |
| 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 |
| 28 | 29 | 30 | ||||