พิมพ์หน้านี้
|
สรุปสถานการณ์ความเคลื่อนไหวเรียกร้องในประเทศพม่าระหว่างวันที่ 15 สิงหาคม 2550 20 สิงหาคม 2550 โดย Thai Research Project Peaceway Foundation ( 15 สิงหาคม 2550
รัฐบาลเผด็จการพม่าตัดสินใจกะทันหันขึ้นราคาน้ำมันรวดเดียว 100 เปอร์เซ็นต์ตามปั๊มน้ำมันทุกแห่งที่เป็นของรัฐบาล เพื่อปรับราคาให้เป็นไปตามราคาน้ำมันโลก โดยขึ้นราคาน้ำมันดีเซลเต็มที่จากเดิม 1,500 จ๊าด (ราว 38 บาท) ต่อแกลลอน เป็น 3,000 จ๊าด (ราว 76 บาท) ส่วนก๊าซธรรมชาติปรับราคาขึ้นถึง 5 เท่าตัวจากราคาถังละ 2,800 จ๊าด พุ่งขึ้นมาถึง 15,000 จ๊าด ขณะที่ก๊าซชนิดบรรจุถังขนาด 65 ลิตร ขึ้นราคาจาก 500 จ๊าด เป็น 2,500 จ๊าด ถึงแม้ว่าราคาเชื้อเพลิงในประเทศจะยังต่ำกว่าอีกหลายประเทศ แต่ก็ถือว่าแพงมากที่สุดอยู่แล้วสำหรับประเทศนี้ที่ประชาชนโดยเฉลี่ยมีรายได้เพียงประมาณเดือนละ 4 หมื่นจ๊าด (ราวพันกว่าบาท) เท่านั้น ทั้งนี้รัฐบาลพม่าขึ้นราคาเชื้อเพลิงครั้งสุดท้ายเมื่อปี 2548 โดยขึ้นราคาเชื้อเพลิงถึง 5 เท่าตัวในชั่วข้ามคืนเดียวเท่านั้น 16 สิงหาคม 2550 หลังจากราคาก๊าซและน้ำมันพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วได้ส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจของพม่ารวมถึงผู้ใช้รถ และส่งผลทำให้ราคาเครื่องอุปโภคบริโภคขึ้นราคาเป็นเงาตามตัว ทั้งนี้ ค่าโดยสารทั้งในกรุงย่างกุ้งและจังหวัดมัณฑะเลย์ได้ขึ้นราคาเป็นสองเท่าหลังจากราคาก๊าซพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว จากราคาปกติ 50 จั๊ต ขึ้นเป็น 100 จั๊ต (3 บาท) ในกรุงย่างกุ้ง และราคาค่าโดยสารในจังหวัดมัณฑะเลย์ จาก 200(6 บาท) จั๊ตขึ้นเป็น 400 จั๊ต(12 บาท) ประชาชนในจังหวัดมัณฑะเลย์กล่าวว่า โดยปกติแล้วช่างฝีมือจะได้รับค่าจ้างวันละ 1, 000จั๊ตต่อวัน (30 บาท) ซึ่งนอกจากจะต้องจ่ายค่าอาหารแล้ว ในแต่ละวันต้องจ่ายค่ารถประจำทางถึง 800 จั๊ต (24 บาท) จั๊ตต่อวัน ซึ่งไม่รู้ว่าคนเหล่านั้นจะอยู่ได้อย่างไร ส่วนค่าโดยสารจากจังหวัดมัณฑะเลย์ถึงกรุงเนปีดอว์ จากราคาปกติ 3, 100 -3,500จั๊ต (92- 94 บาท) ได้ขึ้นราคาเป็น 4,600 5,500 จั๊ต (126-150 บาท) แล้ว อย่างไรก็ตามพบว่า ผู้ที่ทำงานให้กับรัฐบาลได้รับเงินเดือนต่ำสุด 26,000(701 บาท) จั๊ต ขณะที่แรงงานทั่วไปได้รับค่าแรง 15,000 จั๊ตต่อวัน (405 บาท) แต่ต้องจ่ายค่ารถโดยสารต่อเดือนเป็นเงินกว่า 8,800 -13,200 จั๊ต (238 356 บาท) นอกจากนี้ รัฐบาลพม่ายังอนุมัติให้ขึ้นราคาก๊าซและน้ำมันดีเซลป็นสามเท่าตัวอีกด้วย ทำให้ประชาชนจำนวนมากได้หันมาซื้อน้ำมันดีเซลใต้ดินกันมากขึ้น แต่ก็ได้รับผลกระทบราคาแพงขึ้นเช่นเดียวกัน ทางด้านกลุ่มผู้ขับรถโดยสารได้ออกมาเรียกร้องต่อทางการว่า ถ้าหากราคาน้ำมันยังพุ่งสูงขึ้นเช่นนี้ คงไม่สามารถให้บริการได้อีกต่อไป ขณะที่รัฐบาลออกมาสั่งการให้บริษัทเดินรถดำเนินการวิ่งรถต่อไป มิเช่นนั้นจะถูกยึดรถ นอกจากนี้ ราคาข้าวและอาหารก็ได้ขึ้นราคาแล้วเช่นกัน ซึ่งการขึ้นราคาสินค้าต่าง ๆ ได้ส่งผลกระทบต่ออัตราแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศในตลาดมืดด้วย โดยพบอัตราว่าอัตราแลกเปลี่ยนได้เพิ่มขึ้นจาก 1,280 จั๊ตเป็น 1, 325 จั๊ต ต่อ 1 ดอลลาร์ 19 สิงหาคม 2550 นายมินโก เนียง อดีตนักโทษการเมืองและเป็นบุคคลสำคัญในการสนับสนุนประชาธิปไตยในพม่า นำประชาชนมากกว่า 400 คน เดินขบวนประท้วงที่เมืองย่างกุ้ง เพราะการขึ้นราคาน้ำมันดังกล่าวสะท้อนให้เห็นความยากลำบากที่ประชาชนกำลังเผชิญหน้าอยู่ ทำให้ชาวบ้านไม่สามารถจ่ายค่าโดยสารรถเมล์และแท็กซี่ได้ ซึ่งขบวนประท้วงได้รับเสียงสนับสนุนจากชาวบ้านจากสองข้างทางและคนเดินถนนทั่วไป บางคนก็ถึงกับลงจากรถเมล์มาร่วมเดินขบวนด้วย การเดินขบวนของกลุ่มผู้ประท้วงเริ่มต้นด้วยประชาชนเข้าร่วมประมาณ 100 คน ซึ่งนำโดยนักเคลื่อนไหวที่เป็นอดีตนักศึกษาของกลุ่มนักศึกษารุ่น 88 เคลื่อนไปตามถนนสายสำคัญทางตอนเหนือของกรุงย่างกุ้ง ฝูงชนทยอยเข้าร่วมมากกว่า 400 คน และทั้งหมดก็สลายตัวไปเองหลังจากเดินได้ไกลประมาณ 9 กิโลเมตร กลุ่มผู้ประท้วงไม่ได้ตะโกนคำขวัญหรือแจกใบปลิวต่อต้านรัฐบาล อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ของรัฐก็เฝ้าจับตาดูและมีการบันทึกวิดีโอเหตุการณ์ดังกล่าวไว้ด้วย แต่ไม่มีการแทรกแซงการประท้วงดังกล่าว 20 สิงหาคม 2550 เจ้าหน้าที่รัฐบาลพม่าได้จับกุมตัวแกนนำกลุ่มต่อต้าน 13 คน เนื่องจากพยายามบ่อนทำลายเสถียรภาพและความมั่นคงของชาติ ต่อมามีกลุ่มสนับสนุนประชาธิปไตยราว 150 คน ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงได้เดินขบวนบริเวณชานกรุงย่างกุ้ง เพื่อเรียกร้องให้รัฐปล่อยตัวผู้ถูกจับทั้ง 13 คน ต่อมามีกลุ่มสนับสนุนรัฐบาลราว 200 คน เข้าขัดขวางการเดินขบวนประท้วง และมีการจับผู้ชุมนุมฝ่ายต่อต้านรัฐราว 10 คน "เราถูกจับอย่างไม่เป็นธรรมและไม่ยุติธรรม" ผู้ประท้วงที่ถูกบังคับให้ขึ้นรถตะโกนบอก เหตุดังกล่าวเกิดต่อหน้าสายตาประชาชนที่ยืนดูริมถนน โดยประชาชนจำนวนหนึ่งตบมือให้กำลังใจผู้ประท้วง ซึ่งกำลังมุ่งหน้าไปเมืองอินเส่ง สถานที่คุมตัวนักโทษการเมือง นายจ่อ จ่อ กล่าวว่า เหตุชุมนุมประท้วงเกิดขึ้นเนื่องจากทหารพม่าจับกุมนายมิน โก่ หน่าย อดีตผู้นำการชุมนุมประท้วงเพื่อประชาธิปไตยในพม่าเมื่อปี 2531 ซึ่งเคยถูกจับและได้รับการปล่อยตัวมาแล้ว 2 ครั้ง ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 นายจี่มิ นายมินเช ยา รวมทั้งเพื่อนรวม 13 คน โดยรัฐบาลพม่าได้สั่งให้ทหารใช้รถยนต์ไปจับถึงบ้านทุกคนในเขตเมืองย่างกุ้งตลอดคืนที่ผ่านมา ข้อหาผิดกฎหมายความมั่นคง นางโอนห์ ฮลา ผู้ที่มีบทบาทในการประท้วงต่อต้านรัฐบาลพม่าผู้หนึ่ง กล่าวว่ารัฐบาลทหารพม่าได้ปล่อยตัวที่ผู้ที่ถูกจับกุมตัว 8 คนซึ่งเป็นหญิง 6 คนและชาย 2 คนหลังควบคุมตัวไว้นาน 5 ชั่วโมงในข้อหาก่อการประท้วงต่อต้านการขึ้นราคาน้ำมันเชื้อเพลิงของทางการทางตอนเหนือของกรุงย่างกุ้งที่ทำให้ราคาค่าขนส่งเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าในเวลาต่อมา ขณะเดียวกันนางฮลาได้ขอคำอธิบายว่าเหตุใดพวกของนางจึงถูกจับ แต่ได้รับคำตอบเพียงว่าเจ้าหน้าที่ได้ทำตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่ระดับสูงและ ผู้ถูกควบคุมตัวทั้ง 8 คน ถูกบังคับให้ลงนามในเอกสารที่สัญญาว่าจะไม่เข้าร่วมการประท้วงใด ๆ อีกต่อไป ด้าน Christian Solidarity Worldwides (CSW) กล่าวว่าขอแสดงคำนับต่อความกล้าหาญของประชาชนในพม่า ที่ยอมเสี่ยงต่อการถูกจับ ถูกทำร้ายร่างกาย หรือแม้แต่เสี่ยงชีวิตเพื่อประท้วงรัฐบาลพม่าในครั้งนี้ เราขอยืนเคียงข้างประชาชนชาวพม่าด้วยความมั่นคงและเป็นปึกแผ่น สรุปสถานการณ์ความเคลื่อนไหวเรียกร้องในประเทศพม่า(1-15) สรุปจาก Newsline มูลนิธิส่งเสริมสันติวิถี สำนักข่าว สำนักข่าวเชื่อม สำนักข่าวประชาไท สำนักข่าว Christian Solidarity Worldwide Kachin News Group Narinjara News Kachinpost Independent Mon News Agency Democratic Voice of S.H.A.N |
| << | กันยายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | ||||||