พิมพ์หน้านี้
|
สรุปสถานการณ์ความเคลื่อนไหวเรียกร้องในประเทศพม่า ระหว่างวันที่ 1 กันยายน 2550 4 กันยายน 2550 1 กันยายน 2550 มีการปรับขึ้นค่าโดยสารเครื่องบินภายในประเทศ 30% สำหรับผู้โดยสารชาวพม่า โดยมีผลกับสายการบินภายในประเทศทุกสายการบิน ทั้งแอร์ มัณฑะเลย์, แอร์พุกาม และย่างกุ้ง แอร์เวย์ส และจะมีผลบังคับใช้กับผู้โดยสารต่างชาติ ซึ่งจ่ายค่าโดยสารเป็นสกุลเงินต่างประเทศในเดือนตุลาคมนี้ รัฐบาลพม่ามีคำสั่งให้ตำรวจท้องถิ่นประจำจังหวัดเมียวดี และทหารในพื้นที่รัฐกะเหรี่ยงที่ประจำจุดสกัดกว่า 30 แห่ง เข้มงวดกวดขันผู้โดยสารชาวพม่าที่เดินทางไป-มา ระหว่างเส้นทางจากจังหวัดเมียวดีตรงข้ามอำเภอแม่สอด จ.ตาก ไปยังจังหวัดผาอ่าง และเมืองมะละแหม่ง และเมืองย่างกุ้ง เพื่อเป็นการป้องกันกลุ่มผู้ชุมนุมเคลื่อนไหว และป้องกันการก่อวินาศกรรมจากฝ่ายต่อต้านรัฐบาล โดยเฉพาะฝ่ายกองกำลังสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง(เคเอ็นยู.) ที่อาจจะฉวยโอกาส การตรวจค้นดังกล่าวเจ้าหน้าที่ได้เน้นการตรวจค้นทั้งขาไปและขากลับ โดยมีการสอบถามผู้โดยสารเป็นรายบุคคล และตรวจค้นสัมภาระอย่างละเอียด โดยมาตรการเข้มงวดของพม่า เกิดขึ้นหลังจากมีเหตุการณ์ชุมนุมประท้วงในเมืองต่างๆ ของประเทศพม่า และมีการจับกุมผู้ชุมนุมจำนวนมาก นายกอร์ดอน บราวน์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษได้กล่าววิพากษ์วิจารณ์ถึงการขัดขวางการเดินขบวนของประชาชนในพม่าและเรียกร้องให้พม่าปล่อยตัวผู้ที่ถูกจับคุมตัวทั้งหมดทันที นายบราวน์แถลงว่า เขาขอประณามต่อการกดขี่อย่างรุนแรงของรัฐบาลพม่าต่อประชาชนที่เดินขบวนอย่างสันติ และขอเรียกร้องให้พม่าปล่อยตัวนักโทษการเมืองทั้งหมดที่รวมถึงนางออง ซาน ซูจี ผู้นำพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตยฝ่ายค้านของพม่าหรือเอ็นแอลดี.ด้วย 2 กันยายน 2550 เจ้าหน้าที่พม่าได้เข้าหยุดขบวนประท้วงในเมืองลาบุตตา พร้อมจับกุมผู้จัดการประท้วง 3 คน ทั้งนี้ผู้ประท้วงมีแผนที่จะเดินขบวนระยะทางไกล 270 กิโลเมตร จากเมืองลาบุตตาในเขตสามเหลี่ยมปากแม่น้ำอิระวดีไปยังกรุงย่างกุ้งเพื่อแสดงการต่อต้านรัฐบาลพม่าที่ทำให้มาตรฐานชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนตกต่ำลง นายอ่อง โม วิน ผู้จัดการประท้วงครั้งนี้ แถลงแผนการประท้วงผ่านทางสถานีวิทยุเอเชียเสรี โดยเขาเชื่อว่าตำรวจและกลุ่มอันธพาลที่สนับสนุนรัฐบาลพยายามสร้างความปั่นป่วน โดยขบวนประท้วงถูกเจ้าหน้าที่สั่งหยุดที่ด้านนอกเมืองเมื่อเช้านี้ โดยมีแกนนำการประท้วงอย่างน้อย 3 คน รวมถึงนายอ่อง โม วิน ถูกจับกุมด้วย เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. นักกิจกรรมชาวพม่าและชาวไทยหลายสิบคน รวมตัวกันหน้าสถานทูตพม่าประจำประเทศไทย ถ.สาทร กรุงเทพฯ ประณามรัฐบาลทหารพม่าที่ทำการปราบปราม จับกุม และกวาดล้างประชาชนที่ออกมาประท้วงการขึ้นราคาน้ำมันเชื้อเพลิงของรัฐบาลทหารพม่า ทั้งนี้เมื่อกลางเดือนสิงหาคม พม่าได้ประกาศขึ้นราคาน้ำมัน ทำให้เชื้อเพลิงขึ้นราคาหลายเท่าตัว โดยก๊าซหุงต้มมีราคาเพิ่มขึ้นถึง 5 เท่า ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากไม่มีเงินเดินทางไปทำงานนำไปสู่การประท้วงทั้งในย่างกุ้ง และหัวเมืองใหญ่ในประเทศ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อยนักในประเทศพม่า โดยการประท้วงครั้งนี้นับเป็นการประท้วงครั้งใหญ่สุดของพม่าในรอบ โดยการประท้วงวานนี้ ได้มีการอ่านแถลงการณ์โดยนายซอ อ่อง อดีตนักศึกษาพม่าสมัยที่ต่อสู้กับเผด็จการทหารพม่าในเดือนสิงหาคม ปี 1988 หรือยุค 8888 ประกาศเจตนารมณ์ของคนยุค 8888 ว่าจะยืนหยัดเคียงข้างประชาชนชาวพม่าต่อสู้กับเผด็จการทหารตลอดไป ต่อมานางสาวเด็บบี้ ชาน นักศึกษาปริญญาโท หลักสูตรนานาชาติ โครงการสิทธิมนุษยชนศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล ได้กล่าวสดุดีการต่อสู้ของประชาชนในประเทศพม่าและเรียกร้องให้รัฐบาลจีนเลิกสนับสนุนรัฐบาลทหารพม่า ขณะที่นายปกป้อง เลาวัณย์ศิริ เจ้าหน้าที่ประสานงานภูมิภาค สภาเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนาแห่งเอเชีย หรือ ฟอรั่มเอเชีย กล่าวว่าในรอบสัปดาห์นี้รัฐบาลทหารพม่าจับกุมผู้ประท้วงในประเทศไปแล้วกว่า 100 ราย ทำให้รวมแล้วมีนักโทษการเมืองที่ถูกคุมขังอยู่ในประเทศพม่าหลายพันคน นับเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรง โดยผู้ชุมนุมชาวพม่าได้ตะโกนคำขวัญต่อต้านรัฐบาลทหาร ต่อต้านสภาร่างรัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นไปตามกระบวนการประชาธิปไตย เรียกร้องให้รัฐบาลพม่าปล่อยตัวนางอองซาน ซูจี รวมถึงผู้นำนักศึกษาที่ถูกจับกุมทั้งหมด เรียกร้องให้ลดราคาเชื้อเพลิงทันที และเรียกร้องให้รัฐบาลเจรจากับฝ่ายนิยมประชาธิปไตยด้วย โดยผู้ชุมนุมใช้เวลาทำกิจกรรมหน้าสถานทูตพม่าประมาณ 45 นาที จึงสลายตัวไปอย่างสงบ นอกจากนี้ การชุมนุมในวันนี้ได้มีการออกแถลงการณ์ฉบับที่ 2 ลงวันที่ 2 กันยายน 2550 โดยองค์กรประชาธิปไตยพม่าและไทยรวม 15 องค์กร แสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์ในประเทศพม่า ที่รัฐบาลทหารพม่าหรือ SPDC ใช้ความรุนแรงในการปราบปรามและจับกุมผู้ประท้วงการขึ้นราคาเชื้อเพลิงซึ่งดำเนินกิจกรรมอย่างสงบ และกล่าวว่าหากนายพลตานฉ่วยยิ่งจะนำประเทศไปสู่ภาวะวิกฤต หากยังคงดำเนินการปราบปรามผู้ประท้วงซึ่งกำลังขยายจำนวนขึ้นเรื่อยๆ นอกจากนี้แถลงการณ์ยังสนับสนุนการชุมนุมของประชาชนในพม่า โดยระบุว่าประชาชนมีความชอบธรรมที่จะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการที่รัฐบาลบริหารผิดพลาดทางเศรษฐกิจ 4 กันยายน 2550 ทางการพม่าทิ้งใบปลิวไว้หน้าสถานทูตสหรัฐและอังกฤษประจำพม่า เพื่อเรียกร้องให้นักการทูตของประเทศทั้ง 2 หยุดการสนับสนุนการประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยอย่างเปิดเผย ใบปลิวฉบับหนึ่งในหลายๆฉบับระบุข้อความว่า ประชาชนชาวพม่าจะลงโทษผู้ทรยศซึ่งพึ่งพิงต่างชาติ และว่าการสนับสนุนและส่งเสริมคนชั่วเท่ากับเป็นการดูหมิ่นประชาชนชาวพม่า และเรียกร้องให้ยุติการกระทำดังกล่าวในทันที รัฐบาลทหารพม่าและสื่อมวลชนของทางการพม่ามักกล่าวหา สหรัฐและอังกฤษสมรู้ร่วมคิดกับนักเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยเพื่อพยายามขับรัฐบาลออกจากอำนาจ ทั้ง 2 ประเทศประกาศมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจและการเมืองต่อพม่า เนื่องจากพม่ายังคงละเมิดสิทธิมนุษยชนและยังไม่ส่งมอบอำนาจการบริหารประเทศให้แก่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย นักเคลื่อนไหวสตรีชาวพม่า 1 ในจำนวนประมาณ 15 คน ถูกทางการพม่าจับตัวไป หลังจากที่เธอเป็นผู้นำสวดมนต์ บริเวณเจดีย์ชเวดากอง เพื่อขอให้รัฐบาลพม่าปล่อยตัวนางออง ซาน ซู จี ผู้นำฝ่ายค้าน ซึ่งในครั้งนี้ นับเป็นการจับกุมกลุ่มนักเคลื่อนไหวล่าสุด หลังเริ่มมีการประท้วงต่อต้านการปรับขึ้นราคาน้ำมัน ตั้งแต่วันที่ 19 สิงหาคม ที่ผ่านมา |
| << | กันยายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | ||||||