พิมพ์หน้านี้
|
แถลงการณ์ถึงรัฐบาลไทย รัฐบาลพม่า และอาเซียน ต่อเรื่องการช่วยเหลือประชาชนในพม่า ซึ่งได้รับผลกระทบจากพายุไซโคลนนาร์กีส
9 พฤษภาคม 2551 มีรายงานข่าวจากหน้าหนังสือพิมพ์ทางการของพม่าว่า พม่ายังไม่พร้อมที่จะรับทีมกู้ภัยและทีมค้นหาจากนานาชาติในการที่จะเข้าไปช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยที่ได้รับจากพายุไซโคลนนาร์กีส นอกจากนั้นยังมีข่าวว่าทีมหน่วยกู้ภัยและสื่อมวลชนจากต่างประเทศที่เดินทางถึงประเทศพม่าโดยเที่ยวบินจากกาตาร์ เมื่อวันพุธที่ 7 พฤษภาคม 2551 ได้ถูกส่งตัวกลับออกไปในวันเดียวกัน เนื่องจากรัฐบาลพม่าเข้าใจในตอนต้นว่าเที่ยวบินดังกล่าวเป็นเที่ยวบินบรรทุกสิ่งของจึงยอมอนุญาตให้เข้ามาในประเทศได้ ข้อมูลล่าสุดรายงานว่ารัฐบาลพม่าจะดำเนินการเร่งจัดส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์ไปยังพื้นที่ประสบภัยด้วยกำลังคนของพม่าเอง พม่ายังไม่พร้อมที่จะรับทีมกู้ภัยรวมทั้งสื่อมวลชนจากต่างประเทศ มีเพียงการยอมรับความช่วยเหลือด้านสิ่งของบรรเทาทุกข์เท่านั้น
ตัวเลขจากทางการพม่ายืนยันว่ามีผู้เสียชีวิตจากพายุไซโคลนกว่า 60,000 คน ส่วนตัวเลขอย่างไม่เป็นทางการจากองค์กรพัฒนาเอกชนคาดการณ์ว่าจะมีมากถึง 100,000 คน สิ่งที่ควรต้องตั้งคำถามและใคร่ครวญพิจารณามากขึ้น คือ ตัวเลขของประชาชนที่สูญหายไปและไม่ถูกพิจารณาจากรัฐบาลทหารพม่า โดยเฉพาะตัวเลขจากประชาชนกลุ่มชาติพันธุ์ เช่น ประชาชนกะเหรี่ยง ประชาชนมอญ ตัวเลขความสูญหายเหล่านี้จนปัจจุบันก็ยังไม่ทราบแน่ชัดว่ามีจำนวนเท่าใด
พายุไซโคลนนาร์กีสไม่ได้เลือกทำลายเพียงเฉพาะประชาชนในย่างกุ้ง ซึ่งเป็นประชาชนที่อยู่ในการดูแลของรัฐบาลทหารพม่าเท่านั้น ประชาชนที่อาศัยอยู่ในแถบปากน้ำอิระวดี ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองย่างกุ้งประมาณ 160 กิโลเมตร ส่วนมาก 80 % เป็นชาวกะเหรี่ยงก็ได้รับผลกระทบไม่แตกต่างกัน นอกเหนือจากความตายที่ประชาชนเหล่านั้นต้องเผชิญ ผลกระทบจากการไม่มีที่อยู่อาศัย การขาดแคลนอาหาร สิ่งของจำเป็นต่อการดำรงชีวิต ยารักษาโรค ก็ติดตามมาอย่างมากมาย
ในขณะที่เสียงของประชาคมโลกและผู้คนจำนวนมหาศาลเห็นว่าประเด็นเร่งด่วนที่ควรจะทำคือการเร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทุกพื้นที่อย่างทันท่วงที เพราะหากปล่อยให้เวลาล่วงเลยไปจะก่อให้เกิดผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อชีวิตของพวกเขาเหล่านั้น และจะกลายเป็นวิกฤติครั้งใหญ่ที่สุดที่เกิดขึ้นในภูมิภาคนี้ แต่กระนั้นแล้วรัฐบาลทหารพม่าก็ยังมิได้นำพา ยังห้ามไม่ให้ทีมช่วยเหลือไม่ว่ากลุ่มใดก็ตามเข้าไปในพื้นที่ ทั้งนี้ด้วยเหตุผลที่รัฐบาลทหารพม่ายังหวาดระแวงในทางการเมืองมากกว่าใส่ใจในชีวิตประชาชน
ในทางตรงกันข้ามก็ยังจะยืนยันให้มีการลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญในพื้นที่อื่นๆที่ไม่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติครั้งนี้ต่อไป เพียงคาดหวังว่าการรับร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้จะทำให้ตนเองรักษาฐานอำนาจทางการเมืองอย่างชอบธรรมได้ต่อไป แม้จะมีเสียงคัดค้านถึงความเหมาะสมและความสำคัญของการช่วยเหลือประชาชนในเบื้องต้น แต่รัฐบาลกลับไม่นำพาต่อเสียงความห่วงใยเหล่านี้แม้แต่น้อย ความตายและความทุกข์ของประชาชนในพม่าเหล่านี้ดูไร้ค่าและเบาหวิวเกินไปสำหรับรัฐบาลทหารพม่า แต่นั่นก็เป็นภาพสะท้อนให้เห็นถึงความคิดของผู้นำในรัฐบาลทหารพม่าที่มองการรักษาอำนาจทางการเมืองของตนเองมากกว่าคิดถึงประชาชนที่ต้องตกอยู่ในความยากลำบาก ซึ่งความมุ่งหมายทางการเมืองดังกล่าวปรากฎอย่างชัดเจนจนไม่สามารถจะปิดกั้นได้ท่ามกลางซากศพและความทุกข์ยากของประชาชน
หากมองจากจุดยืนแห่งความเป็นมนุษย์แล้ว รัฐบาลไทยและอาเซียนจะคงยังเพียงนั่งมองโศกนาฏกรรมในพม่าที่ประชาชนล้มตายลงต่อหน้าต่อตา คนแล้วคนเล่า ศพแล้วศพเล่า ทั้งๆที่พวกเขาเหล่านั้นสามารถมีชีวิตรอดต่อไปได้หากได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที ยังเชื่อมั่นในคำกล่าวอ้างของรัฐบาลทหารพม่าว่ามีความปราถนาดีต่อประเทศชาติ ต่อประชาชน ดังเช่นคำยืนยันของนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยได้กล่าวในทำนองดังกล่าวเมื่อต้อนรับการมาเยือนของนายกรัฐมนตรีจากพม่าเมื่อไม่นานมานี้อีกหรือ เราจะยังเพิกเฉยต่อความตายของผู้คนเพราะเคารพต่อหลักการไม่แทรกแซงกิจการภายในประเทศสมาชิกอาเซียนเท่านั้นหรือ
มูลนิธิส่งเสริมสันติวิถี เป็นองค์กรพัฒนาเอกชนไทยที่มุ่งทำงานส่งเสริมสันติภาพให้เกิดขึ้นในประชาชนกลุ่มต่างๆในประเทศไทย เราขอแสดงท่าทีคัดค้านอย่างถึงที่สุดต่อการเพิกเฉยของรัฐบาลทหารพม่าในการขัดขวางการช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ รวมทั้งมีข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลไทย และอาเซียน ดังนี้
1. รัฐบาลพม่าจะต้องเปิดให้ความช่วยเหลือต่อผู้ประสบภัยจากนานาชาติเข้าช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยพิบัติในพื้นที่ต่างๆอย่างเร่งด่วน เพราะเป็นหนทางเดียวที่จะช่วยเหลือและรักษาชีวิตประชาชนในพม่าได้มากที่สุด
2. รัฐบาลไทยจะต้องแสดงบทบาทอย่างเร่งด่วนต่อการกดดันรัฐบาลทหารพม่าในทุกรูปแบบ เช่น การยุติการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ การเข้าไปผลักดันในอาเซียน เพื่อทำให้ความช่วยเหลือจากนานาชาติเข้าไปถึงประชาชนในพม่าอย่างแท้จริง และจะต้องพิจารณาอย่างเร่งด่วนในการเปิดรับผู้หนีภัยความตายที่อาจจะอพยพเข้ามายังชายแดนในเร็ววันนี้
3. อาเซียนจะต้องดำเนินการกดดันอย่างจริงจังต่อรัฐบาลทหารพม่าให้เปิดรับความช่วยเหลือของนานาชาติ รวมทั้งการมีมาตรการที่เด็ดขาดหากยังมีการเพิกเฉยของรัฐบาลทหารพม่า เช่น การยุติความสัมพันธ์ทางการฑูต การถอดถอนพม่าจากสมาชิกอาเซียน
4. เราขอวิงวอนให้ประชาชนไทย และประชาชนทั่วโลกร่วมกันดำเนินกิจกรรมเพื่อกดดันให้รัฐบาลทหารพม่าเปิดให้นานาชาติเข้าไปช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยพิบัติอย่างเร่งด่วน
10 พฤษภาคม 2551
มูลนิธิส่งเสริมสันติวิถี (Peaceway Foundation)
รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ : อดิศร เกิดมงคล 089-7887138
|
| << | พฤษภาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |