• คฑาประชาชน
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : prachachon_thai@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-09-23
  • จำนวนเรื่อง : 77
  • จำนวนผู้ชม : 22576
  • จำนวนผู้โหวต : 42
  • ส่ง msg :
more
การนำเสนอบทความภาษาไทยที่น่าสนใจเกี่ยวกับประเทศพม่าและผลกระทบที่มีต่อประเทศไทย
ด้วยความหวังว่าเมื่อผู้คนในสังคมไทยได้รับรู้เรื่องราวดังกล่าว จะตระหนักถึงความเป็นจริงที่เกิดขึ้นกับประชาชนในพม่า และกระตุ้นให้เกิดการมีส่วนร่วมในการรณรงค์ สนับสนุนต่อไป
Permalink : http://www.oknation.net/blog/burmaissues
วันเสาร์ ที่ 5 กรกฎาคม 2551
60 วันหลังเหตุการณ์นาร์กิส
Posted by คฑาประชาชน , ผู้อ่าน : 197 , 00:20:07 น.  
พิมพ์หน้านี้


60 วันหลังเหตุการณ์นาร์กิส

บุษยรัตน์ กาญจนดิษฐ์

          3 กรกฎาคม 2551 ครบ 2 เดือนพอดีที่เหตุการณ์พายุไซโคลนนาร์กิสได้เข้าพัดถล่มประเทศพม่าและสร้างความเสียหายไปทุกหย่อมหญ้าโดยเฉพาะในเขตลุ่มน้ำอิระวดี ล่าสุดเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2551 รัฐบาลพม่าได้ประกาศตัวเลขผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการจำนวน 84,537 คน และสูญหายอีก 53,836 คน แม้ว่าจะมีความช่วยเหลือจากองค์กรนานาชาติและองค์กรชาวบ้านในท้องถิ่นจำนวนมาก แต่ก็พบว่ายังมีประชาชนอย่างน้อยอีกกว่า 1 ล้านคนต้องเผชิญกับผลกระทบและรอคอยความช่วยเหลืออยู่ในพื้นที่

สาเหตุสำคัญที่ความช่วยเหลือเป็นไปอย่างล่าช้า ไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่ประสบภัยได้อย่างสะดวก เนื่องมาจากความเข้มงวดในการตรวจสอบผู้ที่จะเข้าไปในพื้นที่ รวมถึงการจับจ้องเฝ้ามองจากรัฐบาลอยู่ตลอดเวลา คงมีเพียงองค์กรที่มีสายสัมพันธ์ที่ดีกับรัฐบาลเพียงเท่านั้นที่ดูจะได้รับความสะดวกในการทำงาน

          สถานการณ์สำคัญที่ชาวบ้านเผชิญอยู่ในปัจจุบัน ประกอบด้วย

(1)           การขาดแคลนอาหาร

องค์การสหประชาชาติ(UN)ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2551 ว่าผู้รอดชีวิตประมาณสามในสี่กำลังจะขาดแคลนอาหารทำให้จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ตัวชี้วัดที่แสดงถึงภาวะการขาดแคลนอาหารดูได้จากการที่มีเด็กที่รอดชีวิตจากพื้นที่ประสบภัยเข้ามาขโมยอาหารในเมืองย่างกุ้งเพิ่มมากขึ้น เนื่องมาจากความอดอยากหิวโหย นอกจากนั้นยังมีเด็กที่มาเป็นขอทานตามเมืองต่างๆจำนวนมากกว่าเดิม เด็กชายวัย 9 ปีคนหนึ่งที่สูญเสียพ่อแม่จากพายุและได้เข้ามาเป็นขอทานใกล้กับสถานีรถไฟในกรุงย่างกุ้งบอกว่า “เพื่อนอายุ 14 ปีที่สูญเสียพ่อแม่เหมือนกันได้ชักชวนให้เขามาขอทานที่นี่ เพราะจะมีข้าวกินทุกวัน” 

เจ้าหน้าที่สนามจากองค์กรมนุษยธรรมแห่งหนึ่งตั้งข้อสังเกตว่า “รัฐบาลพม่าให้ความช่วยเหลือแก่เด็กไร้บ้านตามมีตามเกิด ไม่ให้ความสำคัญกับเด็กเหล่านี้มากนัก ถึงแม้ว่ายูเอ็นจะได้อนุมัติเงินเพื่อสร้างศูนย์ช่วยเหลือเด็กกว่า 30 แห่งและบ้านพักเด็กกำพร้าอีก 60 แห่งให้กับเด็กที่ประสบภัย แต่ก็ไม่เพียงพอกับจำนวนของเด็กที่ต้องการความช่วยเหลือ” 

นอกจากนั้นยังมีผู้ประสบภัยจำนวนมากที่เดินทางออกจากพื้นที่ประสบภัยมาหางานทำในย่างกุ้ง พวกเขาต้องอาศัยวัดเป็นที่พักพิงและขออาหารจากพระสงฆ์ในวัดดำรงชีวิตในแต่ละวัน

(2)           ผู้ประสบภัยถูกบังคับให้กลับไปในพื้นที่

ผู้ประสบภัยอย่างน้อย 7,000 คนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่พักพิงชั่วคราว 3 แห่งในเมืองลาบุตตา กำลังเผชิญกับความกดดันจากเจ้าหน้าที่ทางการในท้องถิ่นที่บังคับให้พวกเขาต้องกลับไปบ้านเดิมในพื้นที่ ปัจจุบันที่นี่มีผู้ประสบภัยอยู่ประมาณ 10,000 คน ในพื้นที่พักพิงชั่วคราวทั้งหมด 5 แห่ง เจ้าหน้าที่อ้างว่าถ้าพวกเขาไม่ยอมกลับไป ในเดือนหน้าพวกเขาจะไม่ได้รับความช่วยเหลือใดๆอีกต่อไปแล้ว สำหรับคนที่ยินยอมกลับไปในตอนนี้ พวกเขาจะได้รับแจกข้าวสาร น้ำมัน ถั่ว ที่สามารถดำรงชีวิตได้อย่างน้อย 10 วัน รวมทั้งรัฐบาลจะไปสร้างบ้านใหม่ให้กับพวกเขาด้วย ชาวบ้านจำนวนมากต่างไม่เชื่อคำพูดดังกล่าวแต่ก็ไม่มีใครกล้าขัดขืน

เดือนที่แล้วมีผู้กลับไปในพื้นที่ประมาณ 400 คนแต่พวกเขาต้องไปอาศัยวัดอยู่แทน เพราะบ้านเรือนถูกทำลายจนหมดสิ้นและจนบัดนี้ก็ยังไม่มีองค์กรใดมาสร้างบ้านใหม่ให้กับพวกเขา

สำหรับครอบครัวที่เป็นชาวนา ปัจจุบันพวกเขาก็ยังทำนาไม่ได้เต็มที่แม้จะได้รับบริจาคเมล็ดพันธุ์และอุปกรณ์เครื่องจักรที่จำเป็นต่างๆแล้วก็ตาม สาเหตุสำคัญมาจากวัวควายที่ได้รับบริจาคมา สัตว์เหล่านี้กว่าจะเดินทางมาถึงในพื้นที่ต้องใช้เวลานานมากอย่างน้อยกว่า 7 วัน พวกมันจึงอ่อนเพลียและไม่มีแรงพอที่จะช่วยทำนาได้ในทันที

(3)           การหลบหนีมายังประเทศไทย

เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2551 ทหารและเจ้าหน้าที่ตำรวจพม่าได้ตั้งด่านสกัดไม่ให้ผู้ประสบภัยเดินทางมาที่ประเทศไทย ทั้งตรงบริเวณเมืองเมียวดีและบริเวณแม่น้ำสาละวิน หากเจ้าหน้าที่ตรวจพบว่าชาวบ้านคนใดเดินทางมาจากพื้นที่ประสบภัย เขาจะถูกส่งกลับโดยทันที ดังเช่นผู้ประสบภัยจากเมืองโบกาเลย์หลายคนที่ถูกทหารพม่าจับได้ นอกจากนี้ทางการพม่ายังสั่งห้ามวัดในตัวเมืองเมียวดีให้ที่พักแก่ผู้ประสบภัย หากวัดใดฝ่าฝืนจะถูกลงโทษอย่างหนัก แต่อย่างไรก็ตามไม่สามารถสกัดกั้นผู้ประสบภัยได้ หลายคนใช้วิธีเดินทางทางเรือจากปากแม่น้ำอิระวดีมุ่งหน้าสู่อ่าวเมาะตะมะและมาขึ้นฝั่งที่ประเทศไทยแทน

มีรายงานจากองค์กรพม่าในตัวเมืองแม่สอดว่า อย่างน้อยมีชาวบ้าน 1 พันคนที่หลบหนีมาที่ประเทศไทยแล้ว บางคนอาศัยปะปนอยู่กับแรงงานข้ามชาติในเมือง อีกหลายคนเลือกเข้าไปอยู่ในค่ายผู้ลี้ภัย มะ จี สาวกะเหรี่ยงอายุ 28 ปี จากเมืองโบกาเลย์เล่าให้เจ้าหน้าที่ขององค์กรฟังว่า “สิ่งของช่วยเหลือต่างๆเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเอาไปเก็บไว้ที่สำนักงานของตนเองจำนวนมาก ชาวบ้านได้รับแจกของเพียงเล็กน้อย ไม่พอกิน อยู่ไม่ได้ ทำให้เธอและเพื่อนอีกกว่า 100 คน ต้องหนีออกจากพื้นที่และเดินทางมาที่แม่สอดแทน ระหว่างเดินทางเธอต้องจ่ายเงินให้กับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเพื่อแลกกับการไม่ถูกส่งกลับเหมือนกับชาวบ้านคนอื่นๆก่อนหน้านั้น

 เธอตั้งใจมาหางานทำให้ได้ในแม่สอด เก็บเงินและจะกลับไปปลูกบ้านหลังใหม่ แต่ก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ ทำให้เธอต้องพาน้องชาย 2 คนเดินทางมาพร้อมกันด้วย  เธอบอกต่อว่าจะให้น้องชายมาเรียนหนังสือที่นี่ ในพื้นที่ไม่มีโรงเรียนแล้ว ที่แม่สอดมีโรงเรียนสอนเด็กพม่า เธอเชื่อว่าอย่างน้อยก็ดีกว่าอยู่ในพื้นที่และไม่รู้ว่าจะได้รับความช่วยเหลือเมื่อไหร่ พ่อแม่ของเธอเสียชีวิตจากพายุทันที เธอไม่มีญาติพี่น้องอีกต่อไป ที่แม่สอดเหมือนกับเป็น "Little Burma" ที่นี่มีแรงงานจากพม่าและผู้ลี้ภัยอาศัยอยู่จำนวนมาก มันดีกว่าอยู่ที่โบกาเลย์แน่นอน”

(4)           ชาวบ้านถูกทหารพม่าบังคับให้บริจาคข้าวสารและเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัย

          เดือนมิถุนายนที่ผ่านมาในรัฐคะฉิ่นและรัฐอาระกัน พบว่าชาวบ้านได้ถูกทหารพม่าบังคับให้บริจาคข้าวสารและเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัย 

ในรัฐคะฉิ่น ทหารพม่าได้ยึดวัวควายของชาวบ้านส่งไปให้ผู้ประสบภัย โดยในภาคกลางเป็นพื้นที่ที่ถูกทหารพม่ายึดวัวควายไปมากที่สุด นอกจากนี้มีรายงานว่าหน่วยกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 372 ได้ยึดข้าวและผลไม้ของชาวบ้านในพื้นที่ไปด้วย นอกจากนั้นทหารพม่ายังเรียกเก็บเงินบริจาคจากข้าราชการ กองกำลังคะฉิ่นที่ทำสัญญาหยุดยิงกับทหารพม่า ผู้ประกอบการธุรกิจและชาวบ้านเพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย

ในรัฐอาระกัน ทหารพม่าได้บังคับให้ชาวนาในเมืองมงดอว์และเมืองบุดิตอง บริจาคข้าวสาร 3 กิโลกรัมต่อพื้นที่เพาะปลูก 1 เอเคอร์ และยังบังคับให้บริจาคเงินอีกครอบครัวละ 5,000–10,000 จั๊ต เพื่อนำไปมอบให้กับชาวนาในเขตอิระวดี ส่วนหมู่บ้านในเมืองมงดอว์และเมืองบุดิตองจะต้องรวบรวมวัวควายให้ได้ 6–10 ตัวเพื่อให้ทหารพม่านำไปให้ผู้ประสบภัย

(5)           นักเคลื่อนไหวที่เข้าไปช่วยเหลือชาวบ้านในพื้นที่ถูกจับกุม

เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2551 นักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งเป็นสมาชิกกลุ่มนักศึกษาปี 1988 จำนวน 3 คนได้ถูกจับในร้านน้ำชาแห่งหนึ่งในกรุงย่างกุ้ง หลังกลับจากไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเขตปากแม่น้ำอิระวดี ทางการพม่ากล่าวหาพวกเขาว่าได้รับเงินช่วยเหลือจากต่างประเทศให้ไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย  ไม่ต่างจากในวันที่ 13 มิถุนายน 2551 ที่รัฐบาลทหารพม่าก็ได้สั่งจับกุมนายซอ เต็ด ต่วย นักเขียนและบรรณาธิการข่าวกีฬาชื่อดังของพม่า เพราะว่าเขาเป็นผู้จัดการเดินทางเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยบริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำอิระวดี 5 ครั้ง เป็นแกนนำส่งอาหารและเครื่องนุ่งห่มให้ผู้เดือดร้อน ขณะที่ซากานา นักแสดงตลกชื่อดังพม่าและบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งได้ถูกจับไปก่อนหน้านี้ตอนต้นเดือนมิถุนายน

องค์กรเซฟ เดอะ ชิลเดรน ให้ความเห็นว่า “แม้ผู้ประสบภัยจากพายุไซโคลนนาร์กิสส่วนใหญ่จะได้รับความช่วยเหลือพื้นฐานต่างๆเกือบจะครบถ้วนแล้ว แต่การฟื้นวิถีการดำเนินชีวิตของชาวบ้านยังต้องพึ่งพาความช่วยเหลือด้านเงินบริจาคจากประชาคมโลกอีกจำนวนมาก ประชาคมโลกจึงไม่ควรนำเงินบริจาคมาเกี่ยวข้องกับความพยายามดำเนินการทางการเมืองต่อพม่า เพราะอาจส่งผลให้เงินบริจาคไปไม่ถึงมือผู้ประสบภัย” 

อย่างไรก็ตามจนบัดนี้ผ่านมา 2 เดือนก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า รัฐบาลทหารพม่าก็ไม่ได้แสดงความจริงใจต่อการช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างจริงจัง มิหนำซ้ำยังมีรูปธรรมของเหตุการณ์ที่ชี้ชัดว่ารัฐบาลพม่าดูจะใส่ใจต่อประชาชนของตนเอง น้อยกว่าการสร้างภาพที่ดูดีให้องค์กรระหว่างประเทศที่เป็นแหล่งบริจาครายใหญ่ได้เห็นถึงความช่วยเหลือที่ตนเองมีต่อประชาชน ซึ่งขัดแย้งจากข้อมูลภาคสนามขององค์กรในพื้นที่อย่างสิ้นเชิงว่าความช่วยเหลือมีเพียงน้อยนิดเมื่อเทียบกับความทุกข์ยากที่ประชาชนต้องเผชิญ  

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3
Supawan วันที่ : 05/07/2008 เวลา : 06.09 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

อรุณสวัสดิ์ค่ะ ...

ขอบคุณ สำหรับเรื่องราวที่นำมาแบ่งปัน
ความคิดเห็นที่ 2
ซันญ่า วันที่ : 05/07/2008 เวลา : 02.33 น.
http://www.oknation.net/blog/SonyaUAS


...ชาติใดผู้นำไร้คุณธรรม ประชาชนร่วมชาติก็ตกอยู่ในชะตากรรมที่ลำบากเสมอ...ไม่ว่าที่ใดใด
ความคิดเห็นที่ 1
ปลิวลม วันที่ : 05/07/2008 เวลา : 00.47 น.
http://www.oknation.net/blog/pliewlom

ไร้มนุษยธรรม
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กรกฎาคม 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31