พิมพ์หน้านี้
|
Newsline ประจำวันที่ 19-22 กุมภาพันธ์ 2551 สรุปข่าวที่เกี่ยวข้องกับประเทศพม่าประจำวันอังคารที่ 19 ถึงวันศุกร์ที่ 22 เดือนกุมภาพันธ์ 2551
1.1 เศรษฐกิจพม่ามีปัญหาอย่างมาก ส่งผลให้ผู้หญิงพม่าบางคนไม่มีทางเลือก ต้องเดินเข้าสู่วงจรค้าประเวณี 1.2 พม่าจับกุมนักข่าวหนังสือพิมพ์เมียนมาร์ เนชั่น 1.3 KNU เตรียมประชุมใหญ่เพื่อเลือกผู้นำคนใหม่
2.1 รัฐบาลทหารพม่ามีคำสั่งให้ปิดท่าเรือขนส่งสินค้าริมแม่น้ำเมย 20 แห่งทั้งหมด 2.2 บีโอไอนำนักธุรกิจและนักลงทุนไทยพบปะนักธุรกิจพม่า เพื่อขยายฐานการลงทุนในเขตการค้าตอนใต้ของพม่า
3.1 เกิดเหตุระเบิดที่บ่อทิ้งขยะของเทศบาลเมืองแม่สอด จ.ตาก ส่งผลประชาชนจากพม่าบาดเจ็บ 22 คน
4.1 อาเซียนเรียกร้องให้การลงประชามติในพม่ามีความน่าเชื่อถือ
5.1 นายอิบราฮิม กัมบารี คาดหวังว่าจะไปเยือนพม่าในต้นเดือนมีนาคม 5.2 เจ้าของโนเบลสันติภาพ 9 คน ร่วมลงชื่อเรียกร้องยูเอ็นให้คว่ำบาตรการทำธุรกรรมทางการเงินของผู้นำในรัฐบาลพม่า พร้อมเรียกร้องชาติต่างๆให้ยุติการส่งอาวุธให้แก่พม่า
1.1 เศรษฐกิจพม่ามีปัญหาอย่างมาก ส่งผลให้ผู้หญิงพม่าบางคนไม่มีทางเลือก ต้องเดินเข้าสู่วงจรค้าประเวณี เศรษฐกิจพม่าย่ำแย่ลงอย่างมาก เพราะการดำเนินนโยบายผิดพลาดของผู้บริหาร หลังถูกตะวันตกคว่ำบาตร ส่งผลให้ผู้หญิงพม่าไม่มีทางเลือก ทำให้บางคนต้องเดินเข้าสู่วงจรค้าประเวณี เพื่อหารายได้มาเลี้ยงปากท้อง ทำให้ธุรกิจค้าประเวณีในพม่าเติบโตขึ้นอย่างมากในเวลานี้ การค้าประเวณีถือเป็นสิ่งผิดกฎหมายในพม่า ดังนั้นการจะทำธุรกิจประเภทนี้ จึงต้องทำอย่างแอบแฝง โดยอาศัยเปิดเป็นร้านคาราโอเกะหรือร้านนวดบังหน้า ธุรกิจค้าประเวณีเริ่มขึ้นอย่างมากหลังรัฐบาลทหารพม่าหันไปอิงระบบเศรษฐกิจแบบกลไกตลาดเมื่อปี 2539 พม่าถือเป็นประเทศหนึ่งที่ยากจนที่สุดในโลก แม้กระทั่งคนที่ประกอบอาชีพในตัวเมืองยังมีรายได้ไม่ถึงวันละ 1 ดอลลาร์ หรือประมาณ 33 บาท เงินเดือนของข้าราชการจะเริ่มต้นที่ 16 ดอลลาร์ หรือประมาณ 530 บาท รัฐบาลทหารพม่าแก้ปัญหาเศรษฐกิจอย่างผิดพลาดมานานหลายสิบปี ผสมกับการถูกประเทศทางตะวันตกคว่ำบาตร ยิ่งส่งผลให้เศรษฐกิจพม่าย่ำแย่มากขึ้น ด้วยเหตุนี้ผู้หญิงพม่าบางคนจึงหันไปประกอบอาชีพค้าบริการ เพราะได้เงินดีกว่าทำงานในโรงงาน แม้กระทั่งผู้หญิงที่มีการศึกษามีหน้าที่การงานพร้อม ก็ยังหางานพิเศษด้วยการยึดอาชีพขายบริการด้วยเช่นกัน (สำนักข่าวไทย วันที่ 22/02/2551) 1.2 พม่าจับกุมนักข่าวหนังสือพิมพ์เมียนมาร์ เนชั่น ทางการพม่าจับกุมตัวนักข่าวของนิตยสารรายสัปดาห์สองคนโดยไม่แจ้งถึงเหตุผลในการจับกุม โดยบรรณาธิการผู้ไม่เปิดเผยนามของหนังสือพิมพ์เมียนมาร์ เนชั่น นิตยสารรายสัปดาห์ของพม่า เปิดเผยเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ ว่าตำรวจพม่าได้จับกุมตัวนายเทท ซิน บรรณาธิการ และนายเซน วิน หม่อง บรรณาธิการอำนวยการของนิตยสารเมียนมาร์ เนชั่น เมื่อคืนวันที่ 15 กุมภาพันธ์ หลังจากตำรวจได้บุกค้นสำนักงานของนิตยสารในนครย่างกุ้งก่อนจะจับกุมตัวคนทั้ง 2 ไป โดยไม่อธิบายถึงเหตุผลในการจับกุมตัว ด้านนายอ่อง ดิน บรรณาธิการบริหารของแคมเปญจ์ ฟอร์ เบอร์มา ในกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา อ้างพยานที่อยู่ในเหตุการณ์เปิดเผยว่า ตำรวจได้พบและยึดเอามือถือของคนทั้งคู่ไป รวมทั้งยึดรายงานเกี่ยวกับพม่าที่เขียนโดยเจ้าหน้าที่ด้านสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติและหนังสือของผู้นำชนกลุ่มน้อยและวีซีดีที่มีภาพการปราบปรามกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงของรัฐบาลพม่าเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา (มติชน วันที่ 20/02/2551) 1.3 KNU เตรียมประชุมใหญ่เพื่อเลือกผู้นำคนใหม่ เมื่อวันที่ 20 ก.พ.51 แหล่งข่าวจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยงอิสระ KNU กล่าว ณ ฐานที่มั่นแห่งหนึ่งชายแดนไทย-พม่า ตรงข้าม อ.ท่าสองยาง จ.ตาก ว่า ในช่วง 2-3 ปี ที่ผ่านมา มีผู้นำคนสำคัญของกะเหรี่ยงคริสต์ KNU หลายคนได้เสียชีวิตลง (นายพลโบเมียะ-นายปารโด้ มานชาร์-นายพลส่วยชัย-นายพลตอหละ-นายพลตารึ-นายพลตันหม่อง) หรือบางคนมีอายุมากขึ้น ไม่สามารถทำงานให้องค์กรได้เท่าที่ควร หรือบางรายไปร่วมเป็นพันธมิตรกับพม่าและบางราย (บางกลุ่ม) แยกตัวออกไปปกครองตนเองแบบอิสระ ทำให้ภายในองค์กรเกิดความไม่เป็นเอกภาพเท่าที่ควรและไม่มีการประชุมใหญ่ขององค์กรในรูปแบบสภาคองเกรสมานานแล้ว ปัจจุบันสภาพของชนเผ่าเหมือนต่างฝ่ายต่างอยู่ โดยเฉพาะนายซอบาติน ประธานาธิบดีก็ป่วย สุขภาพไม่ดี ปฎิบัติภารกิจไม่ได้เท่าที่ควร เช่นเดียวกับนายพลตามาราบอ รองประธานาธิบดี ที่มีวัยเกือบ 90 ปี ซึ่งในงานพิธีฌาปนกิจศพนายปาโด้ มานชา อดีต เลขาธิการคนที่ 1 ได้มีการหารือในกลุ่มผู้นำเพื่อเตรียมกำหนดประชุมสภาใหญ่และคณะกรรมการบริหารองค์กร ในรูปแบบประชุมสภาสหภาพ KNU หรือสภาคองเกรส มีกรรมการและผู้นำฝ่ายพลเรือนและทหาร ประมาณ 35-40 คน โดยให้สภาใหญ่ได้คัดเลือกตำแหน่งสำคัญที่ยังไม่ได้มีการเลือกหรือลงมติให้แทนตำแหน่งเดิมอย่างเป็นทางการภายหลังคนเดิมเสียชีวิต-แยกตัวออกไปหรือมีวัยสูงขึ้นทำงานไม่ได้ จึงต้องมีการจัดประชุมสภาใหญ่โดยเร็ว เพื่อกำหนดแนวการทำงาน-การแต่งตั้งบุคลากรที่ทำงานอย่างจริงจัง-และนโยบายที่จะประสานกับชนกลุ่มน้อยอื่นๆ ฯลฯเป็นต้น ตำแหน่งสำคัญที่ KNU จะให้กรรมการบริหารแต่งตั้ง แน่นอน มี 3- 4 ตำแหน่ง ประกอบด้วย 1.ตำแหน่งเลขาธิการ KNU (แทนนายปาโด้ มานชาร์) แกนนำหลายคนมองไปที่นายเดวิท ทรอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ มาควบตำแหน่งเลขาธิการคนที่ 1 อีก 1 ตำแหน่ง 2.ตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม(แทนนายพลโบเมียะ ที่เสียชีวิตเมื่อเดือนธันวาคม 2549 ) มีการมองไปที่นายพลมูตู ผู้บัญชาการทหารสูงสุดให้ควบตำแหน่ง รมว.กลาโหม ด้วย 3.ตำแหน่งผู้บัญชาการกองพล 7 (แทนนายพลทินหม่อง ที่ไปร่วมพัฒนากับรัฐบาลพม่า) จะแต่งตั้ง พล.ต.จ่อนี่ หรือ จอนนี่ รักษาการ ผบ.พล ขึ้นเป็น ผบ.พล 7 อย่างเต็วตัว และที่สำคัญอย่างยิ่ง ตำแหน่งประธานาธิบดี(นายซอบาติน)และรองประธานาธิบดี(นายพลตามาบอ นั้น เพื่อให้องค์กรชนชาวกะเหรี่ยงเป็นเอกภาพ และให้ทุกฝ่ายทำงานอย่างสมานฉันท์และเกิดความปรองดองและไม่ให้เกิดการแยกตัวออกไปอีก จึงให้ผู้นำคนสำคัญทั้งตัวประธานาธิบดีและรองฯคงอยู่ในตำแหน่งต่อไปถึงแม้จะสูงวัย เพราะถือว่าเป็นผู้อาวุโสและผู้หลักผู้ใหญ่และผู้ก่อตั้ง องค์กร KNU นับตั้งแต่ประกาศแยกตัวออกจากรัฐบาลพม่าเมื่อ 59 ปีก่อน และเป็นผู้สร้างและพัฒนาชนชาวกะเหรี่ยงมายาวนาน จึงให้นายซอบาตินและนายพลตามาราบอ ดำรงตำแหน่งต่อไป แต่จะต้องมีการแต่งตั้งผู้ช่วยและเลขานุการหรือผู้แทน (ประธานาธิบดี/รอง) มาปฎิบัติงานแทน โดยให้ลงนามในคำสั่งการทำงานทุกครั้ง ทุกขั้นตอน สำหรับกลุ่มของลูก-หลานของ นายพลโบเมียะ อดีตผู้นำคนสำคัญนั้นให้ดูแลด้านกองกำลังทหารและหน่วยรบ รวมถึงการประสานงานติดต่อกับต่างประเทศและประเทศที่ 3 ภายใต้การนำของ พล.ต.เนอดา เมียะ บุตรชายนายพลโบเมียะ ที่มีบทบาทสำคัญในกองทัพกะเหรี่ยงอย่างมาก ทั้งทางด้านการทหาร-การต่างประเทศ-และการเมือง (สยามรัฐ วันที่ 20/02/2551)
2.1 รัฐบาลทหารพม่ามีคำสั่งให้ปิดท่าเรือขนส่งสินค้าริมแม่น้ำเมย 20 แห่งทั้งหมด รัฐบาลทหารพม่าได้มีคำสั่งให้ปิดท่าเรือขนส่งสินค้าริมแม่น้ำเมย 20 แห่งทั้งหมด โดยห้ามพ่อค้าชาวไทยและชาวพม่า นำสินค้าไปข้ามบริเวณจุดดังกล่าว โดยมีข้อยกเว้นให้ไปข้ามบริเวณสะพานมิตรภาพไทย-พม่า จุดผ่านแดนถาวรแม่สอด-เมียวดี เพียงจุดเดียว ทั้งนี้ส่งผลทำให้การค้าชายแดนตามท่าเรือเงียบลงทันที และทหารพม่าประกาศมาตรการหากผู้ใดฝ่าฝืนคำสั่งจะดำเนินการขั้นเด็ดขาด โดยการปิดท่าเรือขนส่งสินค้าของฝ่ายพม่าในครั้งนี้ น่าจะมาจากข่าวการที่ชนกลุ่มน้อยฝ่ายต่อต้านรัฐบาลจะรวมตัวกันเพื่อก่อวินาศกรรมหัวเมืองชายแดนและเมืองหลักสำคัญในพม่า ซึ่งล่าสุดได้มีการลอบวางระเบิดใน จ.ท่าขี้เหล็ก ถึง 4 ครั้ง และมีข่าวชนกลุ่มน้อยเตรียมวางระเบิดก่อวินาศกรรมในจ.เมียวดี อย่างไรก็ตามทางด่านตรวจคนเข้ามเมือง จ.ตาก ยังคงเปิดให้ประชาชนมีการ ข้ามแดนแม่สอด-เมียวดี เป็นปกติ ทางช่องผ่านแดนถาวรสะพานมิตรภาพฯแม่สอด -เมียวดี (แนวหน้า วันที่ 22/02/2551) 2.2 บีโอไอนำนักธุรกิจและนักลงทุนไทยพบปะนักธุรกิจพม่า เพื่อขยายฐานการลงทุนในเขตการค้าตอนใต้ของพม่า นางวนิดา ใหม่กิจเหมา ผอ.ศูนย์เศรษฐกิจการลงทุนภาค 6 สุราษฎร์ธานี สนง.ส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่า หลังจากคณะบีโอไอนำนักธุรกิจไทยเดินทางจากย่างกุ้งสู่มะริด-ทวาย และออกสู่เกาะสอง เพื่อสำรวจเส้นทางการค้าการลงทุนเมื่อต้นปีที่ผ่านมา นับเป็นการสำรวจเส้นทางนี้ครั้งแรก ที่เจ้าหน้าที่ไทยและนักธุรกิจ สามารถเดินทางโดยใช้เส้นทางจากย่างกุ้งลงสู่เมืองทางตอนใต้และออกสู่ยังจังหวัดระนองได้ จากการพบกับนักธุรกิจชาวพม่าโดยตรง ทำให้ทราบว่าแท้จริงนักธุรกิจพม่า ย่านมะริดและทวาย ซึ่งเป็นเขตพื้นที่เศรษฐกิจอุตสาหกรรมที่สำคัญของพม่าในขณะนี้ ต้องการค้าขายหรือร่วมทำธุรกิจกับนักธุรกิจไทยมากกว่านักธุรกิจในประเทศอื่นโดยเฉพาะจีน ที่นักธุรกิจชาวพม่ามองว่าการค้าขายที่ไม่ได้สินค้าคุณภาพแล้วการขนส่งสินค้ายังเป็นไปด้วยความลำบากด้วย อย่างไรก็ตามยังติดปัญหาการหวาดระแวงต่อกัน หากแก้ปัญหาดังกล่าวได้เชื่อว่าการค้าการลงทุนในย่านทางตอนใต้ของประเทศพม่าจะสามารถขยายตัวได้อีกมาก โดยในเดือนเมษายนนี้บีโอไอจะนำนักธุรกิจไทยเดินทางจากระนองเข้าสู่มะริดและทวาย เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์กับนักธุรกิจชาวพม่าอีกครั้ง หากโครงการนี้สำเร็จจะสามารถขยายการค้าการลงทุนในย่านจังหวัดระนองให้เพิ่มขึ้น นางสุดาพร ยอดพินิจ ประธานหอการค้าจังหวัดระนอง กล่าวว่า พม่าถือเป็นประเทศบ้านที่กำลังพัฒนา และยังมีช่องว่างทางการตลาดอีกมาก ทั้งสินค้าอุปโภค-บริโภค, สินค้าเกษตร, การค้า, การลงทุน, อุตสาหกรรม แต่แทนที่พ่อค้าหรือผู้ประกอบการจากไทย จะได้เปรียบกลับเป็นเสียเปรียบ อันเป็นผลสืบเนื่องจากนโยบายของรัฐบาล ที่ทำให้พม่าเกิดความไม่ไว้วางใจ ส่งผลให้ไม่เอื้ออำนวยให้ผู้ประกอบการไทยเท่าที่ควร ผู้ประกอบการจากประเทศเพื่อนบ้านหลายๆ ประเทศ เช่น มาเลเซีย สิงคโปร์ จีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น สามารถขยายการค้า-การลงทุน เข้าไปในพม่าได้ เนื่องจากได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ ที่เข้าไปเจรจาให้โดยตรง นายดำรง ขจรมาศบุษย์ ผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์ยารายใหญ่ไปยังประเทศพม่า กล่าวว่า ปัจจุบันการเป็นคู่ค้ากับพม่าค่อนข้างลำบาก เนื่องจากมีคู่แข่งขันจากหลายประเทศ โดยเฉพาะคู่แข่งจากประเทศจีน ปัจจุบันมีสินค้าเข้าไปขายในพม่าจำนวนมากและด้วยความได้เปรียบด้านราคาและสายสัมพันธ์ที่ดีกว่า ทำให้ปัจจุบันนี้สินค้าจากจีนสามารถเบียดแย่งตลาดขึ้นเป็นผู้นำ โดยมีส่วนแบ่งในตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคในพม่าไม่ต่ำกว่า 65% ที่เหลือ 35% ผู้ค้าจากไทยจะต้องเบียดแย่งกับคู่ค้าจากประเทศอื่นๆ เช่น มาเลเซีย ที่มีสินค้าหลายชนิดเหมือนกับไทย และนับเป็นคู่แข่งที่น่ากลัว ผู้ประกอบการไทยที่สามารถค้าขายได้ในพม่าปัจจุบัน ส่วนใหญ่จะอาศัยสายสัมพันธ์กับคู่ค้าพม่าที่ทำการค้ากันมาเป็นระยะเวลานาน ส่วนผู้ค้าจากไทยรายใหม่ ที่ต้องการขยายฐานเข้าไปในพม่า ปัจจุบันทำได้ยากขึ้นเพราะต้องไปแข่งขันกับคู่ค้าจากชาติอื่นๆ (กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 22/02/2551)
3.1 เกิดเหตุระเบิดที่บ่อทิ้งขยะของเทศบาลเมืองแม่สอด จ.ตาก ส่งผลประชาชนจากพม่าบาดเจ็บ 22 คน เมื่อเวลา 08.45 น.วันที่ 22 ก.พ. 2551 เกิดเหตุระเบิดที่บ่อทิ้งขยะ ของเทศบาลเมืองแม่สอด จ.ตาก เบื้องต้นพบผู้บาดเจ็บจำนวน 22 คน ซึ่งในจำนวนดังกล่าวมีผู้บาดเจ็บสาหัสจำนวน 3 คน เป็นชาย 2 คน และหญิง 1 คน ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้เร่งนำผู้บาดเจ็บที่เป็นชาวพม่าทั้งหมด ส่งโรงพยาบาลแม่สอด เป็นการด่วน พร้อมกันนี้ได้กันไม่ให้บุคคลภายนอกและผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปที่ในบ่อขยะ และสั่งระงับการทิ้งขยะในบ่อขยะทันที นอกจากนี้ได้ประสานเจ้าหน้าที่วิทยาการ และหน่วยทหาร ฉก.ร.4 เข้าตรวจสอบ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่สามารถทราบว่าเป็นระเบิดชนิดใด จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุได้มีรถขยะวิ่งเข้ามาที่บ่อทิ้งขยะของเทศบาลเมืองแม่สอด จากนั้นได้มีชาวพม่าประมาณ 30 คน ได้รุมเข้ามาคุยขยะเพื่อหาสิ่งของไปขาย กระทั่งเกิดระเบิด และมีผู้บาดเจ็บดังกล่าว (สำนักข่าวเนชั้น วันที่ 22/02/2551)
4.1 อาเซียนเรียกร้องให้การลงประชามติในพม่ามีความน่าเชื่อถือ เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า รัฐมนตรีต่างประเทศพม่าได้ชี้แจงในที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการที่ประเทศสิงคโปร์ว่า การที่รัฐธรรมนูญพม่าห้ามหญิงพม่าที่แต่งงานกับชาวต่างชาติลงเลือกตั้งนั้นเป็นข้อห้ามที่กำหนดไว้มานานแล้ว แม้แต่ในการเลือกตั้งปี 2533 ที่พรรคสันนิบาตชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ชนะการเลือกตั้ง นางออง ซาน ซูจี ก็ไม่มีสิทธิลงสมัครเช่นกัน อย่างไรก็ดีสำหรับทางประเทศไทยนั้นอยากเห็นการลงประชามติที่น่าเชื่อถือในพม่า และพร้อมจะทำงานร่วมกับพม่าในฐานะประเทศเพื่อนบ้านที่มีพรมแดนติดกัน นายนพดลย้ำว่า เรื่องพม่าจะเป็นเรื่องเร่งด่วนในการดำเนินนโยบายต่างประเทศในช่วงที่ตนดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ โดยจะเน้นการมีปฏิสัมพันธ์ สร้างความเข้าใจและแก้ไขปัญหาชายแดน พร้อมกับแสดงความยินดีที่นายอิบราฮิม กัมบารี ผู้แทนพิเศษของเลขาธิการสหประชาชาติจะเดินทางเยือนพม่าอีกครั้งในช่วงต้นเดือนมีนาคมนี้ โดยไทยพร้อมให้การสนับสนุนนายกัมบารีและหากมีโอกาสก็คงจะหารือกันด้วย ขณะเดียวกันที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนกล่าวว่าการเลือกตั้งทั่วไปในพม่าที่กำหนดให้มีขึ้นในปี 2553 ต้องเป็นการเลือกตั้งที่น่าเชื่อถือได้ โดยนายจอร์จ เยียว รัฐมนตรีต่างประเทศสิงคโปร์ กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้น่าจะเป็นผลดีต่อสมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ แต่อย่างไรก็ตามแม้ทางอาเซียนจะยินดีกับการที่พม่าเตรียมนำเอาร่างรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวมาให้ประชาชนลงประชามติในเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้ ก่อนที่จะจัดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปขึ้นในปี 2553 แต่ก็ยังมีอะไรหลายๆอย่างให้เคลือบแคลงสงสัยเกี่ยวกับรายละเอียดในทางปฏิบัติ เช่น มีข้อกำหนดห้ามไม่ให้บุคคลที่สมรสกับชาวต่างชาติดำรงตำแหน่งทางการเมืองระดับชาติซึ่งเท่ากับเป็นการกีดกันไม่ให้นางออง ซาน ซู จี ลงสมัครรับเลือกตั้งและดำรงตำแหน่งทางการเมืองใดๆ ในอนาคตนั้น ถือเป็นเรื่องประหลาด และไม่ทันสมัย สอดคล้องกับกาลเวลาในยุคปัจจุบัน ส่วนสุนัย ผาสุข กลุ่มฮิวแมนไรท์ส วอทช์ กล่าวว่าการที่รัฐบาลทหารพม่าสั่งห้ามนางออง ซาน ซู จี ผู้นำฝ่ายค้าน ลงสมัครรับเลือกตั้ง ได้ทำลายความน่าเชื่อถือของโรดแมพประชาธิปไตยอย่างรุนแรง พวกเขามีเพียงความคิดเดียว คือ ป้องกันนางออง ซาน ซู จี เข้ามาเป็นรัฐบาล กฎทุกกฎถูกตั้งขึ้นด้วยหลายๆเหตุผล เพื่อป้องกันเธอจากการแข่งขัน และหากรัฐบาลผลักดันแผนการดังกล่าวโดยปราศจากการหารืออย่างจริงจังกับนางซู จี โรดแมพก็จะไม่นำไปสู่หนทางใดเลย ก่อนหน้านี้นาย อ่อง โท ประธานศาลฎีกาและประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญของพม่า แถลงว่า ร่างรัฐธรรมนูญใหม่นี้ร่างขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสร้างหลักประกันว่ากองทัพพม่าจะเข้ามามีบทบาทนำในทางการเมืองต่อไป โดยอ้างเหตุผลว่ามีเพียงแต่กองทัพเท่านั้นที่สามารถจะรักษาความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในชาติไว้ได้ อย่างไรก็ตามกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าวได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากว่าเป็นเพียงแค่การจัดฉาก เพราะคณะกรรมการส่วนใหญ่ได้รับการคัดเลือกโดยตรงจากกองทัพและนางออง ซาน ซูจี ที่อยู่ระหว่างการถูกกักบริเวณอยู่แต่ในบ้านพักไม่ได้เข้าร่วมด้วยเช่นกัน (มติชน, กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 21-22/02/2551)
5.1 นายอิบราฮิม กัมบารี คาดหวังว่าจะไปเยือนพม่าในต้นเดือนมีนาคม นายอิบราฮิม กัมบารี ผู้แทนระดับสูงของสหประชาชาติ คาดหวังว่าจะไปเยือนพม่าในต้นเดือนมีนาคมเพื่อหารือในเรื่องต่างๆ ซึ่งรวมถึงการที่รัฐบาลทหารพม่าห้ามนางออง ซาน ซูจี แกนนำเคลื่อนไหวประชาธิปไตยลงเลือกตั้ง ทั้งนี้นายกัมบารีมีถ้อยแถลงดังกล่าวระหว่างเยือนกรุงจาการ์ตาของอินโดนีเซีย ซึ่งนับเป็นสถานที่สุดท้ายของการเยือนเอเชีย เพื่อขอความร่วมมือในการช่วยกดดันการปฏิรูปประชาธิปไตยในพม่า ที่ประกาศว่าจะจัดการลงประชามติรับรองร่างรัฐธรรมนูญใหม่ และจัดการเลือกตั้งภายในปี 2553 แต่ร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าวถูกวิจารณ์ที่ไม่อนุญาตให้นางซูจี แกนนำฝ่ายค้านลงสมัครรับเลือกตั้ง เนื่องจากสมรสกับชาวต่างชาติ (เดลินิวส์ วันที่ 22/02/2551) 5.2 เจ้าของโนเบลสันติภาพ 9 คน ร่วมลงชื่อเรียกร้องยูเอ็นให้คว่ำบาตรการทำธุรกรรมทางการเงินของผู้นำในรัฐบาลพม่า พร้อมเรียกร้องชาติต่างๆให้ยุติการส่งอาวุธให้แก่พม่า เจ้าของรางวัลโนเบลสันติภาพ 9 คน รวมทั้งทะไล ลามะ ผู้นำจิตวิญญาณทิเบต และอาร์คบิชอปเดสมอน ตูตู แห่งแอฟริกา ได้รวมตัวเรียกร้ององค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เมื่อวันพุธที่ 20 ก.พ. ให้คว่ำบาตรการทำธุรกรรมการเงินผู้นำในรัฐบาล รวมถึงหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่สนับสนุนการค้าอาวุธแก่พม่า พร้อมกระตุ้นชาติต่างๆ ให้ยุติการส่งอาวุธให้แก่พม่า เพื่อป้องกันรัฐบาลนำไปใช้ปราบปรามประชาชนในประเทศ รวมทั้งให้นานาประเทศไม่ยอมรับผลการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในปี 2553 ที่มีความด่างพร้อย เนื่องจากไม่ยอมให้นางออง ซาน ซู จี ผู้นำพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ลงสมัครรับเลือกตั้งด้วย (คมชัดลึก วันที่ 21/02/2551) |
| << | กุมภาพันธ์ 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | |||||
| 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
| 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 |
| 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 |
| 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | |