พิมพ์หน้านี้
|
Newsline ประจำวันที่ 23-26 กุมภาพันธ์ 2551 สรุปข่าวที่เกี่ยวข้องกับประเทศพม่าประจำวันเสาร์ที่ 23 ถึงวันอังคารที่ 26 เดือนกุมภาพันธ์ 2551
1.1 ไฟไหม้ตลาดใหญ่สุดในเมืองมัณฑะเลย์และย่านอุตสาหกรรมในย่างกุ้ง เกิดเหตุเพลิงไหม้อย่างรุนแรงในใหญ่ที่สุด และยังเป็นที่ตั้งของศูนย์การค้าที่ใหญ่ที่สุดในเมืองมัณฑะเลย์ เพลิงไหม้อย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 6 ชั่วโมง ซึ่งเปลวไฟได้แพร่ลามไปทั่วตลาดยาดานาร์บอน และศูนย์การค้าสกายวอล์ค ขนาด 3 ชั้น ส่วนในย่างกุ้งซึ่งเป็นเมืองด้านพาณิชย์ได้เกิดเพลิงไหม้เช่นกันที่ร้านน้ำชาในย่านอุตสาหกรรมเลงตะยาร์ในเช้าวันที่ 25 และลุกลามไปยังพื้นที่ใกล้เคียง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง จึงจะควบคุมเพลิงไว้ได้ แต่บ้านเรือนราษฎรถูกไฟเผาผลาญไป 200 หลังคาเรือน ส่วนใหญ่เป็นกระท่อม (สำนักข่าวเนชั่น วันที่ 25/02/2551) 1.2 กลุ่มนักศึกษารุ่น 88 เรียกร้องให้ประชาคมโลกบอยคอตโอลิมปิคที่จีน เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ อดีตแกนนำนักศึกษาเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยในพม่าเมื่อปี ค.ศ.1988 ที่เรียกตนเองว่า "กลุ่มนักศึกษารุ่น 88" เรียกร้องให้ประชาคมโลกบอยคอตการถ่ายทอดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิคที่จีนจะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน และไม่ซื้อสินค้าใดๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการแข่งขันกีฬาโอลิมปิคครั้งนี้ เนื่องจากจีนให้การสนับสนุนรัฐบาลทหารพม่า โดยในวันพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิคครั้งนี้คือวันที่ 8 สิงหาคม ยังเป็นวันตรงกับวาระครบรอบ 20 ปีเหตุการณ์ที่รัฐบาลทหารใช้กำลังเข้าปราบปรามกลุ่มนักศึกษาเรียกร้องประชาธิปไตยในพม่าด้วย ส่วนนายเดวิด มิลิแบนด์ รัฐมนตรีต่างประเทศอังกฤษ แสดงความไม่เห็นด้วยกับการคว่ำบาตรเข้าร่วมแข่งขันกีฬาโอลิมปิกกรุงปักกิ่งของจีนในเดือนสิงหาคมปีนี้ หลังนักการเมืองและนักเคลื่อนไหวหลายคนต้องการให้อังกฤษคว่ำบาตรเพื่อประท้วงการละเมิดสิทธิมนุษยชนและท่าทีของจีนที่มีต่อสถานการณ์ในพม่าและเขตดาร์ฟัวร์ของซูดาน ที่ยังมีปัญหาขัดแย้งและการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ อย่างไรก็ตามนายมิลิแบนด์เตรียมนำเรื่องสิทธิมนุษยชนและการเมืองขึ้นหารือกับเจ้าหน้าที่จีน ระหว่างที่เยือนฮ่องกง เซี่ยงไฮ้ ฉงชิ่ง และกรุงปักกิ่งในวันที่ 24 รวมทั้งประเด็นเกี่ยวกับบทบาทของจีนในประชาคมโลก ตลอดจนวิสัยทัศน์เพื่อการพัฒนาในทวีปแอฟริกา หลังจากที่กลุ่มพิทักษ์สิทธิมนุษยชนพยายามกดดันให้นายมิลิแบนด์จัดการเจรจากับเจ้าหน้าที่จีน โดยเน้นประเด็นสิทธิมนุษยชน เสรีภาพในการนับถือศาสนา และความขัดแย้งในเขตดาร์ฟัวร์ของซูดาน ซึ่งเป็นประเทศที่จีนเข้าไปลงทุนในอุตสาหกรรมน้ำมันและขายอาวุธรายใหญ่ ซึ่งก่อนหน้านี้นายสตีเฟน สปีลเบิร์ก ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดังของสหรัฐฯ ได้ถอนตัวออกจากการเป็นที่ปรึกษาฝ่ายศิลป์ของการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกในกรุงปักกิ่งแล้ว เพราะไม่พอใจนโยบายของจีนที่ใช้กับดาร์ฟัวร์ (แนวหน้า , มติชน วันที่ 24-26/02/2551) 1.3 ประชาชนพม่ากำลังเผชิญกับความยากลำบากในการต่อสู้กับโรคระบาด ชาวพม่ากำลังเผชิญกับความยากลำบากในการต่อสู้กับโรคระบาดร้ายแรง เนื่องด้วยปัจจุบันพม่าเป็นประเทศที่มีอัตราประชากรป่วยด้วยโรควัณโรคมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก นอกจากนั้นยังพบกับการระบาดอย่างหนักของโรคมาลาเรีย ซึ่งสาเหตุหลักของโรคเหล่านี้ล้วนมาจากการต้องต่อสู้ดิ้นรนเรื่องปัจจัยหลักในการดำเนินชีวิตขั้นพื้นฐาน รวมถึงการมีแหล่งน้ำสะอาดในการอุปโภคบริโภค เพราะชาวพม่าในหมู่บ้านต่างๆ ยังคงอาศัยใช้น้ำที่หาบมาจากทะเลสาบใกล้เคียงแหล่งที่อยู่อาศัย (เดลินิวส์ วันที่ 25/02/2551)
2.1 ปิดท่าเรือข้ามฟากบ้านวังผา หอการค้าจังหวัดตากสูญรายได้ 40 ล้านต่อวัน นายหาญศักดิ์ วัลลศิริ นายด่านศุลกากรแม่สอด อ.แม่สอด จ.ตาก กล่าวว่า หลังจากที่มีการสู้รบระหว่างกะเหรี่ยงพุทธ (ดีเคบีเอ) และกะเหรี่ยงคริสต์ (เคเอ็นยู) ในพม่าเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ฝ่ายความมั่นคงขอให้ปิดท่าเรือที่บ้านวังผา อ.แม่ระมาด ชั่วคราว ทำให้มีสินค้าตกค้างอยู่บางส่วน แต่เชื่อว่าไม่ส่งผลกระทบมาก เพราะด่านศุลกากรแม่สอดบริเวณสะพานมิตรภาพไทย-พม่า ยังเปิดตามปกติ แต่อาจมีสินค้าบางประเภท เช่น ไม้ประดิษฐ์ ที่มีการส่งออกที่ท่าข้ามในบ้านวังผาหยุดชะงักไป รวมทั้งสินค้าอุปโภค - บริโภค ส่วนสินค้านำเข้าจากพม่าที่ตกค้าง คือ พืชไร่ และผลผลิตทางการเกษตรทั่วไป นายอำพล ฉัตรไชยาฤกษ์ ประธานหอการค้า จ.ตาก กล่าวว่า เบื้องต้นทราบว่าคำสั่งปิดท่าข้ามของฝ่ายความมั่นคงไทยประมาณ 3 - 5 วัน ทำให้การนำเข้าส่งออกในระยะนี้มีเฉพาะด่านศุลกากรแม่สอด ที่สะพานมิตรภาพไทย - พม่า โดยการค้าชายแดนแม่สอดทั้งระบบมีมูลค่ารวมเฉลี่ย 1,200 ล้านบาท/เดือน ทั้งนี้การปิดท่าข้ามส่งผลให้สินค้านำเข้าและส่งออกตกค้างจนมูลค่าการค้าชายแดนหายไปวันละ 40 ล้านบาท ทั้งนี้หากยังไม่มีการยกเลิกคำสั่งการปิดท่าข้าม หอการค้าฯจะประสานกับฝ่ายความมั่นคงไทยและหอการค้า จ.เมียวดี ขอความร่วมมือให้เจรจากับหน่วยงานเกี่ยวข้องของพม่า ให้มีการเปิดท่าข้ามในฝั่งพม่า เพื่อสามารถส่งออกและนำเข้าสินค้าได้ตามปกติ (กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 26/02/2551) 2.2 แม่ฮ่องสอนขอเปิดด่านการค้าชายแดนบ้านเสาหินแบบถาวร นายสุพจน์ กลิ่นปราณีต นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่าในช่วงที่ผ่านมาภาคเอกชนในแม่ฮ่องสอนได้หารือกับภาครัฐของไทยและเอกชนในพม่า โดยขอให้มีการเปิดจุดผ่อนปรนชั่วคราวบ้านเสาหิน อ.แม่สะเรียง ซึ่งเป็นพื้นที่ชายแดนติดต่อกับประเทศพม่า ให้เป็นด่านการค้าชายแดนแบบถาวร โดยขณะนี้กำลังรวบรวมข้อมูลเตรียมเสนอต่อรัฐบาลชุดใหม่พิจารณาถึงความเป็นไปได้ พร้อมกันนี้ ได้เสนอให้มีการเปิดเส้นทางการท่องเที่ยวทางอากาศยาน ระหว่างแม่ฮ่องสอน-ปินมานา ซึ่งเป็นเมืองหลวงแห่งใหม่ของพม่า-มัณฑะเลย์อีกด้วย หากโครงการดังกล่าวสามารถเกิดขึ้นจริง จะทำให้เกิดผลดีต่อการค้าและการท่องเที่ยวของทั้งสองประเทศ จะมีมูลค่าการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาไม่ต่ำกว่า 30% จากมูลค่ารวมการท่องเที่ยวตลอดทั้งปี 2550 ที่มีมากถึง 1.7 พันล้านบาท นอกจากนี้ยังจะส่งผลทำให้เกิดการค้าและการลงทุนในจังหวัดแม่ฮ่องสอนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจการให้บริการ เช่น ธุรกิจโรงแรมที่พักและรถเช่า (กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 25/02/2551)
3.1 กระทรวงแรงงานมอบอำนาจผู้ว่าราชการจังหวัด พิจารณาแรงงานข้ามชาติให้ทำงานไปเช้าเย็นกลับ ให้ดูตามความเหมาะสม จากกรณีที่สมาคมประมงจังหวัดตราด พร้อมด้วยผู้ประกอบการเรือประมงและประมงต่อเนื่องในพื้นที่อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด เข้าร้องทุกข์กับผู้ว่าราชการจังหวัดตราด ขอให้ทางจังหวัดเร่งแก้ปัญหาแรงงานต่างด้าวในลักษณะไป-กลับบริเวณชายแดนประกาศให้พื้นที่บ้านคลองสน อำเภอคลองใหญ่ เป็นพื้นที่พิเศษที่แรงงานต่างด้าวสามารถเข้าทำงานแบบเช้าไปเย็นกลับได้นั้น ด้านนายจุฑาธวัช อินทรสุขศรี ปลัดกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า เรื่องนี้คณะกรรมการบริหารแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง (กบร.) ในรัฐบาลชุดที่แล้วประชุมพิจารณาแนวทางการจัดระบบแรงงานต่างด้าวปี 2551 และมีมติให้กระทรวงแรงงานเสนอ ครม.พิจารณาให้ความเห็นชอบในเรื่องอนุญาตให้แรงงานต่างด้าวที่ใบอนุญาตทำงานหมดอายุวันที่ 28 ก.พ., 14 มี.ค.และวันที่ 30 มิ.ย. (รวมทั้งบุตรของแรงงานต่างด้าวที่ใบอนุญาตทำงานหมดอายุวันที่ 30 มิ.ย.) อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวเพื่อรอการส่งกลับและทำงานได้เป็นเวลาไม่เกิน 2 ปี สิ้นสุดไม่เกินวันที่ 28 ก.พ.53 และอนุญาตให้แรงงานต่างด้าวที่เคยรายงานตัวแล้วและจดทะเบียนไว้กับกรมการปกครอง (มี ท.ร.38/1) อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวเพื่อรอการส่งกลับและทำงานได้เป็นเวลาไม่เกิน 2 ปี สิ้นสุดไม่เกินวันที่ 28 ก.พ.53 นอกจากนี้ยังมีแนวทางการจัดระบบการจ้างแรงงานต่างด้าวในลักษณะไป-กลับ บริเวณชายแดนมีกฎระเบียบคือ กระทรวงมหาดไทยโดยความเห็นชอบของ ครม.ออกประกาศกระทรวง เพื่อกำหนดรูปแบบของหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทาง สำหรับการทำงานของแรงงานต่างด้าวในลักษณะไป-กลับ และอื่นๆ กระทรวงแรงงานจัดทำคำสั่งมอบอำนาจการพิจารณาอนุญาตการทำงานของแรงงานต่างด้าวให้ผู้ว่าฯ โดยให้ผู้ว่าฯ เป็นผู้พิจารณาตามความเหมาะสมของพื้นที่ ทั้งในเรื่องประเภทกิจการ จำนวน และระยะเวลาการจ้าง การประชุมของ กบร.มีผลสำรวจจากทุกจังหวัดพบว่าในปี 2551 นายจ้างมีความต้องการจ้างแรงงานต่างด้าวไร้ฝีมือประมาณ 1.2 ล้านคน มีแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองสัญชาติพม่า ลาว และกัมพูชา เพื่อให้เศรษฐกิจของกิจการที่จ้างคนต่างด้าวได้ดำเนินการไปอย่างต่อเนื่อง ผ่อนผันให้คนต่างด้าวที่ไม่ได้รับการผ่อนผันให้อยู่ในระบบการจ้างงานต่อไป โดยนายจ้างยังมีความขาดแคลนแรงงานอีกกว่า 600,000 คน แม้จะมีการนำเข้าแรงงานใหม่จากลาวและกัมพูชา ก็ยังมีจำนวนไม่พอเพียง เปิดโอกาสให้แรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองที่เคยรายงานตัวทำทะเบียนประวัติไว้กับกรมการปกครอง แต่ปัจจุบันมีสถานภาพเป็นคนต่างด้าวที่ไม่ได้รับการผ่อนผันเพราะไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขของประกาศกระทรวงได้กลับเข้าสู่ระบบการผ่อนผันและได้รับอนุญาตให้ทำงานต่อไป (ข่าวสด วันที่ 26/02/2551)
4.1 คณะทำงานด้านสิทธิมนุษยชน สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจฯ ลงพื้นที่แม่ฮ่องสอนตรวจสอลข้อเท็จจริง กรณีที่ผู้ลี้ภัยกลุ่มกะเหรี่ยงคอยาวไม่สามารถไปประเทศที่ 3 ได้ ร้อยตรีวิจิตร อยู่สุภาพ ประธานคณะทำงานการยุติธรรม ธรรมาภิบาล และสิทธิมนุษยชน สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เปิดเผยว่า เมื่อวันศุกร์ที่ 22 ที่ผ่านมาได้นำคณะเดินทางไปตรวจสอบและค้นหาข้อมูลกะเหรี่ยงคอยาวในเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชน ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยได้พบนายวันชัย สุทธิวรชัย รอง ผวจ.แม่ฮ่องสอน ก่อนจะไปตรวจเยี่ยมหมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาวที่บ้านใหม่ในสอย ต.ปางหมู อ.เมืองแม่ฮ่องสอน การเดินทางไปตรวจสอบข้อมูลกะเหรี่ยงคอยาว สืบเนื่องจากมีการร้องเรียนต่อองค์การข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ว่าทางจังหวัดแม่ฮ่องสอนไม่ยอมอนุญาตให้เดินทางไปยังประเทศที่ 3 จนยูเอ็นเอชซีอาร์ได้ออกมาประณามไทย จากการลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบเรื่องนี้ก่อนนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาแก้ไข ทางคณะทำงานได้รับฟังข้อมูลทั้งจากฝ่ายเจ้าหน้าที่ปกครองจังหวัดแม่ฮ่องสอน ยูเอ็นเอชซีอาร์ประจำจังหวัดแม่ฮ่องสอนและองค์กรเอกชนในพื้นที่ พบว่าปัญหาดังกล่าวจำเป็นต้องใช้ความระมัดระวัง เพราะเป็นเรื่องกระทบต่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ ทั้งนี้จากข้อมูลหลายด้านไม่ว่าเรื่องการนำกะเหรี่ยงคอยาวออกจากแม่ฮ่องสอนไปยังจังหวัดอื่น การขอเดินทางไปยังประเทศที่ 3 สิทธิในการดำรงชีวิตทั้งในศูนย์อพยพและนอกศูนย์อพยพ สิทธิในการรักษาพยาบาล และสิทธิในการเดินทาง คณะทำงานได้ข้อมูลเป็นที่น่าพอใจ ซึ่งก่อนที่จะรวบรวมข้อมูลและแนวทางการแก้ไขเสนอคณะรัฐมนตรี คณะทำงานจะเดินทางไปตรวจสอบหมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาวที่ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ เพื่อนำข้อมูลมาเปรียบเทียบกัน คณะทำงานได้ลงพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนล่วงหน้า 1 วัน แต่เมื่อแจ้งความประสงค์ต่อรองผวจ.แม่ฮ่องสอน เพื่อขอลงพื้นที่ตรวจสอบความเป็นอยู่จากกะเหรี่ยงคอยาวที่บ้านในสอย ก็ได้รับการปฏิเสธ อ้างว่าต้องปฏิบัติตามระเบียบของกระทรวงมหาดไทย คือต้องทำเรื่องขออนุญาตจากกระทรวงมหาดไทยและได้รับอนุมัติเป็นทางการ จึงจะเข้าไปได้ สำหรับการเข้าไปในพื้นที่พักพิงชาวกะเหรี่ยงคะยา ที่บ้านในสอย ต.ปางหมู หลังเกิดปัญหาการก่อเหตุจลาจลของผู้อพยพจนปะทะกับเจ้าหน้าที่อาสารักษาดินแดน ทำให้ผู้อพยพถูกยิงเสียชีวิต 1 คน ยานพาหนะและที่ทำการของอาสารักษาดินแดนถูกทำลายเสียหาย หลังจากนั้นจังหวัดแม่ฮ่องสอนโดยนายวันชัย สุทธิวรชัย รอง ผวจ.แม่ฮ่องสอน มีคำสั่งห้ามสื่อมวลชนรวมทั้งเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆเข้าไปในพื้นที่พักพิงอย่างเด็ดขาด เว้นแต่จะยื่นขออนุญาตและได้รับอนุญาตจากกระทรวงมหาดไทย อย่างไรก็ตาม ปรากฏว่าขณะนี้กลับมีรถบรรทุกสินค้านานาชนิดสามารถเดินทางเข้า-ออกศูนย์อพยพแห่งนี้ได้อย่างสะดวก ทั้งที่ไม่เคยทำเรื่องขออนุมัติจากกระทรวงมหาดไทยแต่อย่างใด (ไทยโพสต์ วันที่ 25/02/2551)
5.1 จอร์จ ดับเบิลยู บุช เรียกร้องนานาประเทศ กดดันพม่าให้เร่งปฏิรูปประชาธิปไตยและปล่อยตัวนักโทษทางการเมือง ประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช ของสหรัฐ แถลงว่าสถานการณ์ในพม่ายังไม่ดีขึ้น ซึ่งนานาประเทศจะต้องร่วมกันกดดันให้พม่าเร่งปฏิรูปประชาธิปไตย และปล่อยตัวนักโทษทางการเมือง โดยการเพิ่มแรงกดดันของนานาประเทศ โดยเฉพาะจากประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรือ อาเซียนถือว่าเป็นสิ่งจำเป็น หากต้องการให้การเมืองในพม่าเกิดการเปลี่ยนแปลง ซึ่งในส่วนของสหรัฐก็ได้ประกาศมาตรการคว่ำบาตรรอบใหม่ต่อพม่าไปแล้ว โดยกระทรวงการคลังสหรัฐฯ แถลงว่าทางกระทรวงสั่งห้ามชาวอเมริกันทำธุรกิจกับบริษัท เอเชีย เวิลด์ โค ลิมิเต็ด บริษัทแห่งหนึ่งของพม่าที่ควบคุมโดยนายสตีเฟน ลอว์ และนายโล ซิง ฮัน บิดาของเขา ซึ่งสหรัฐฯ ระบุว่า เป็นราชาค้าเฮโรอีนระหว่างประเทศ โดยบุคคลทั้งสองเป็นฝ่ายปฏิบัติการด้านการเงินของรัฐบาลทหารพม่า การคว่ำบาตรครั้งนี้ ถือเป็นครั้งที่ 4 ตั้งแต่ปีที่แล้ว เพื่อตอบโต้พม่าที่ปราบปรามผู้ประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยอย่างรุนแรง ประธานาธิบดีบุชกล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลพม่าปฏิเสธที่จะเปิดการเจรจากับนักการเมืองฝ่ายค้านทั้งยังจับกุมและสอบปากคำนักเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างลับๆ รวมถึงยังละเมิดสิทธิมนุษยชน, สังหารประชาชน และเผาบ้านเรือนราษฎรด้วยฝีมือของทหารพม่าเอง (สำนักข่าว 5.2 พม่ายังไม่ยอมระบุวันที่จะให้นายอิบราฮิม กัมบารี กลับเข้าไปในพม่าอีกครั้งหนึ่ง โฆษกประจำตัวนายอิบราฮิม กัมบารี ทูตพิเศษสหประชาชาติ กล่าวว่า จนถึงบัดนี้พม่าก็ยังไม่ยอมระบุวันที่จะให้นายกัมบารีกลับเข้าไปตรวจสอบสถานการณ์ในพม่าอีกครั้ง ทั้งที่นายญาน วิน รัฐมนตรีต่างประเทศพม่า เพิ่งกล่าวกับบรรดารัฐมนตรีกลุ่มประเทศสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรืออาเซียนเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า จะอนุญาตให้นายกัมบารีเดินทางกลับไปพม่าอีกครั้งช่วงต้นเดือนมีนาคม ส่วนภารกิจการเยือนสิงคโปร์รอบล่าสุดนี้ นายกัมบารีก็ได้หยิบยกเรื่องพม่าขึ้นหารือกับนายกรัฐมนตรีลี เซียน ลุง พร้อมด้วยนายจอร์จ เยียว รัฐมนตรีต่างประเทศสิงคโปร์ หลังทางการพม่าตัดสิทธินางออง ซาน ซู จี แกนนำเรียกร้องประชาธิปไตย ไม่ให้ลงสมัครรับเลือกตั้ง ในอีก 2 ปีข้างหน้า (สำนักข่าวไทย วันที่ 25/02/2551) 5.3 โอกาสแห่งการเปลี่ยนแปลงในพม่าผ่านยุทธศาสตร์ 3 ชั้น สี่เดือนภายหลังการปราบปรามการประท้วงครั้งใหญ่ของประชาชนชาวพม่า รัฐบาลทหารยังคงท่าทีและยึดมั่นในความคิดของตนเองเหมือนดังที่เป็นมาในอดีตไม่เปลี่ยนแปลง ดูเหมือนว่าจะมีทางเลือกไม่มากนักที่จะทำให้ประชาธิปไตยในพม่าก้าวหน้าไปได้ การคว่ำบาตรพม่า ซึ่งประเทศตะวันตกได้ใช้มากว่า 20 ปีหรือความพยายามของประเทศเพื่อนบ้านในการสร้างความสัมพันธ์อย่างสร้างสรรค์ (constructive engagement) กว่า 20 ปีต่างก็ไม่สัมฤทธิผลเช่นเดียวกัน ถึงเวลาแล้วที่จะต้องทดลองทางเลือกใหม่ๆ ยุทธศาสตร์ 3 ชั้นในการทำงานร่วมกันระหว่างสหประชาชาติ ประเทศเพื่อนบ้านของพม่าและประชาคมโลก น่าจะเป็นทางเลือกหนึ่งที่มีโอกาสสูงที่จะสามารถผลักดันกระบวนการปรองดองแห่งชาติและการปฏิรูปในสังคมพม่า ยุทธศาสตร์แรก คือ การต่อยอดจากงานของนายอิบราฮิม กัมบารี ผู้แทนพิเศษของเลขาธิการสหประชาชาติ นายกัมบารีได้ดำเนินการสร้างความสัมพันธ์อันดีกับบุคคลสำคัญในพม่าและนานาชาติได้ดีพอสมควรและเขาควรที่จะดำเนินการทางการทูตนี้ต่อไป บทบาทของเขาในพม่าคือการผลักดันให้เกิดการปฏิรูปทางการเมืองและการปรองดองแห่งชาติระหว่างรัฐบาล ฝ่ายค้านซึ่งเป็นแกนนำการผลักดันประชาธิปไตยภายใต้การนำของนางอองซาน ซูจี และชนกลุ่มน้อย การดำเนินการในเรื่องนี้เป็นสิ่งที่จะต้องทำอย่างเงียบๆ อย่างต่อเนื่อง สหประชาชาติอาจจะต้องแบ่งหน้าที่ให้กลุ่มอื่นๆ ทำหน้าที่ในการประณามการละเมิดสิทธิมนุษยชนของรัฐบาลทหารพม่าแทนเพื่อจะทำให้รัฐบาลพม่ามีความมั่นใจ ยุทธศาสตร์ที่สอง คือ การพูดคุยอย่างไม่เป็นทางการในระดับภูมิภาค ประเทศเพื่อนบ้านมักจะเป็นผู้รับเผือกร้อนในการปกป้องพม่าในสายตาของประชาคมโลกในช่วงหลายปีที่ผ่านมาซึ่งได้ส่งผลกระทบความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มประเทศอาเซียนและประเทศตะวันตกอย่างมาก ถึงเวลาแล้วที่ประเทศเหล่านี้จะต้องบอกรัฐบาลพม่าให้ทำตามสิ่งที่พวกเขาร้องขอบ้าง อินโดนีเซียอยู่ในสถานะที่จะเป็นหัวขบวนได้ดี เพราะอินโดนีเซียมีความแข็งขันที่จะเป็นผู้นำในประเด็นพม่าและการขับเคลื่อนของประเทศนี้จะมีน้ำหนักต่อประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคซึ่งรวมถึงพม่าด้วย อินโดนีเซียมีบทเรียนที่จะแลกเปลี่ยนได้มากเพราะประเทศของเขาก็เพิ่งจะเปลี่ยนผ่านจากเผด็จการไปสู่ประชาธิปไตย บทบาททางการเมืองของทหารได้ลดลงและพวกเขามีประสบการณ์ในการจัดการกับความขัดแย้งกับกลุ่มแบ่งแยกดินแดนต่างๆ การพูดคุยในระดับภูมิภาคซึ่งวางอยู่บนความมุ่งหมายที่จะผนึกพม่าเข้าเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมเพื่อนบ้าน ควรที่จะพิจารณาประเด็นเรื่องความมั่นคงในระยะยาว การปฏิรูปประชาธิปไตย และนโยบายเศรษฐกิจที่โปร่งใส สมาชิกที่เข้าร่วมพูดคุยควรจะต้องให้ความมั่นใจกับรัฐบาลพม่าว่าความมั่นคงและบูรณภาพแห่งดินแดนของพม่าจะไม่ถูกกระทบกระเทือน ประเทศตะวันตกนั้นมักจะไม่ค่อยยอมรับว่าประเทศอื่นๆ นั้นมีความเหมาะสมกว่าในการเป็นผู้นำการเจรจามากกว่าตน แต่ว่ากรณีพม่านี้ก็เป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจน อาจจะเป็นไปได้ว่ารัฐบาลทหารพม่าจะยอมร่วมดำเนินการที่สร้างสรรค์กับกลุ่มประเทศอย่างอินโดนีเซีย เวียดนาม ไทย สิงคโปร์และจีน แต่คงเป็นการยากที่พม่าจะยอมร่วมดำเนินการอะไรถ้าหากสหรัฐอเมริกาหรือสหภาพยุโรปเข้าร่วมด้วย แต่กระนั้นก็ตาม ประชาคมโลกก็สามารถมีบทบาทที่สำคัญในการสร้างบริบทเพื่อสนับสนุนการพูดคุยในระดับภูมิภาค และการดำเนินการของสหประชาชาติในการทำหน้าที่เป็นตัวประสาน ประชาคมโลกควรจะต้องให้ความสำคัญกับเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนเป็นเรื่องอันดับต้นๆ ควรจะเตรียมมาตรการการคว่ำบาตรที่เพิ่มระดับขึ้นเรื่อยๆ ตั้งเงื่อนไขเพื่อจูงใจให้รัฐบาลพม่าดำเนินการให้เกิดความก้าวหน้า และลงโทษในกรณีที่พม่าปฏิเสธที่จะให้ความร่วมมือ รวมทั้งการติดตามผลของการพูดคุยในระดับภูมิภาคเพื่อมิให้พม่าใช้เวทีนี้เป็นข้ออ้างเพื่อที่จะเพิกเฉยและไม่ยอมดำเนินการใดๆ การจัดตั้งกลุ่มสนับสนุนทางการเงิน ก็เป็นวิธีหนึ่งที่ประชาคมโลกจะพูดถึงปัญหาที่เร่งด่วน เช่น ความหิวโหย ความยากจนและโรคภัยไข้เจ็บ นอกจากนี้ ยังสามารถที่จะใช้เป็นจุดเริ่มต้นในการวางแผนการเฉพาะหน้าสำหรับการเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบอบประชาธิปไตยของพม่าอีกด้วย ปัญหาในพม่านั้นเป็นมากกว่าวิกฤตการณ์ทางการเมือง ผลจากความขัดแย้งที่ต่อเนื่องยาวนานหลายทศวรรษ ความล้มเหลวของสถาบันในสังคมและความยากจนทำให้พม่าต้องเผชิญกับปัญหามากมายทั้งความแตกแยกทางสังคมอย่างรุนแรง การฉ้อราษฎร์บังหลวงและไร้ประสิทธิภาพของรัฐบาล การล่มสลายของระบบการศึกษา ความยากจนที่หยั่งรากในโครงสร้างของสังคมและวิกฤตสุขภาพของประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ การจัดตั้งกลุ่มผู้สนับสนุนทางการเงินก็เป็นวิธีหนึ่งที่ประชาคมโลกจะส่งสารไปยังพม่าว่ายังมีทางเลือกนอกจากการเป็นศัตรูกับโลกภายนอก มีทัศนคติผิดๆ 3 ประการที่เป็นอุปสรรคต่อการแสวงหาทางออกให้กับวิกฤตการณ์ในพม่า ประการแรก คือ ความคิดว่าการคว่ำบาตรอย่างรุนแรงจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง นายทหารระดับสูงของพม่านั้นคุ้นเคยกับการถูกรังเกียจเดียดฉันท์จากโลกภายนอกและการกระทำเช่นนั้นก็ไม่สามารถจะกดดันให้พวกเขายอมสละอำนาจได้ ประการที่สอง คือ ความคิดที่ว่าจีนเป็นหัวใจสำคัญและเป็นประเทศเดียวที่สามารถจะสร้างอิทธิพลกดดันพม่าได้ แม้ว่าอิทธิพลของจีนจะมีความสำคัญแต่ว่าก็อาจจะถูกประเมินอย่างเกินจริง จีนนั้นก็รู้สึกผิดหวังกับพม่าเท่าๆ กับประเทศอื่นที่พม่าต่อต้านการร้องขอจากภายนอก ประการที่สาม คือ ความคิดที่ว่าสิ่งเดียวที่พม่าต้องการคือการล่มสลายของรัฐบาลทหารเท่านั้น ที่จริงแล้ว พม่ายังเผชิญกับปัญหาที่แท้จริงในเรื่องความขัดแย้งภายในและความไม่มั่นคง ซึ่งรวมไปถึงความขัดแย้งกับชนกลุ่มน้อยที่ต้องการแบ่งแยกดินแดนซึ่งได้ต่อสู้มายาวนานนับ แต่พม่าประกาศอิสรภาพจากอังกฤษ ระบอบการปกครองเผด็จการยังทำให้สถาบันทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการอ่อนแอ แม้กระทั่ง ผู้นำฝ่ายค้านหลายคนเองก็ยอมรับว่าจำเป็นจะต้องร่วมมือกับทหารเพื่อที่จะสร้างให้เกิดความก้าวหน้าในประเทศ ทุกฝ่ายควรที่จะนำเอา แผนการไปสู่ระบอบประชาธิปไตย (road map to democracy) ที่รัฐบาลทหารพม่าได้ร่างขึ้นมาเป็นจุดเริ่มต้นในการพูดคุยเจรจา การเปลี่ยนแปลงจำเป็นที่จะต้องมีการประนีประนอมและเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างช้าๆ ขณะนี้หน้าต่างแห่งโอกาสได้ถูกแง้มขึ้นเล็กน้อยและเป็นช่วงเวลาที่จะได้ลองปฏิบัติข้อเสนอใหม่ๆ ประเทศเพื่อนบ้านควรจะฉวยจังหวะโอกาสนี้ในการลงมือดำเนินการโดยมีประชาคมโลกเป็นผู้สนับสนุน (ผู้เขียน จอห์น เวอร์โก้ เผยแพร่ในกรุงเทพธุรกิจ วันที่ 26/02/2551) |
| << | กุมภาพันธ์ 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | |||||
| 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
| 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 |
| 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 |
| 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | |