พิมพ์หน้านี้
|
Newsline ประจำวันที่ 27 กุมภาพันธ์ -3 มีนาคม 2551
1.1 พรรค NLD เชื่อประชาชนชาวพม่าจะปฏิเสธร่างรัฐธรรมนูญของรัฐบาลทหารพม่า ในการลงประชามติที่จะมีขึ้นในเดือนพฤษภาคม พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ของนางออง ซาน ซูจี ได้ออกแถลงการณ์แสดงความเห็นต่อการลงประชามติรับรองร่างรัฐธรรมนูญของรัฐบาลทหารพม่า ที่จะมีขึ้นในเดือนพฤษภาคมนี้ โดยชี้ว่าร่างรัฐธรรมนูญที่จัดทำขึ้นเพียงฝ่ายเดียว โดยไม่ได้มีกลุ่มการเมืองทั้งหมดเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง นอกจากจะไม่ได้รับการสนับสนุนจากประชาชนแล้ว ยังจะเป็นการทำลายกระบวนการสร้างความสนามฉันท์ในประเทศด้วย นับเป็นแถลงการณ์แสดงความคิดเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญของรัฐบาลทหารพม่าที่รุนแรงที่สุดของพรรคเอ็นแอลดี หลังจากที่รัฐบาลประกาศให้มีการลงประชามติรับรองร่างรัฐธรรมนูญในเดือนพฤษภาคมนี้ ก่อนหน้าจะมีการเลือกตั้งทั่วไประบบหลายพรรค ในปี 2553 (สำนักข่าวไทย วันที่ 29/02/2551) 1.2 รัฐบาลเผด็จการทหารพม่าประกาศ จะจัดการกับผู้ที่กล่าวปราศรัยในที่สาธารณะ หรือแจกใบปลิวเกี่ยวกับการจัดแสดงประชามติรัฐธรรมนูญ รัฐบาลเผด็จการทหารพม่าแถลงถึงการจำคุกผู้ที่กล่าวปราศรัยในที่สาธารณะ หรือแจกใบปลิวเกี่ยวกับการจัดแสดงประชามติรัฐธรรมนูญที่กำหนดขึ้นในเดือน พ.ค.นี้ โดยรัฐบาลประกาศในต้นเดือนนี้ว่า จะจัดการแสดงประชามติในเดือน พ.ค.เพื่อกำหนดการเลือกตั้งทั่วไปตามระบอบประชาธิปไตยในปี 2553 ซึ่งเป็นกระบวนการที่มีผู้วิพากษ์วิจารณ์อย่างมากว่า จะเป็นเพียงการต่ออำนาจการปกครองของทหารเท่านั้น ทั้งนี้หนังสือพิมพ์มิร์เรอร์ของทางการพม่า รายงานว่า กฎหมายฉบับใหม่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง อนุญาตให้สามารถจำคุกผู้ที่พยายามทำลายกระบวนการแสดงประชามติด้วยการกล่าวปราศรัยในที่สาธารณะและแจกใบปลิว เป็นเวลา 3 ปี หรือปรับเป็นเงิน 100,000 จ๊าด (ราว 2,800 บาท) และผู้ที่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับกล่องและบัตรลงคะแนนก็มีความผิดทางอาญาเช่นกัน โดยรัฐบาลทหารได้ประกาศเมื่อวันอังคารที่ 26 ที่ผ่านมาว่า ได้ออกกฎหมายฉบับดังกล่าวแล้ว และตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่ง ซึ่งมีสมาชิก 45 คน เป็นฝ่ายดำเนินการจัดการแสดงประชามติ สำหรับคณะกรรมการดูแลการทำประชามติ จะมีนายอ่อง โต ประธานศาลสูงนั่งเป็นประธาน และจะเป็นผู้ดูแลการร่างรัฐธรรมนูญในขั้นสุดท้าย (เดลินิวส์ วันที่ 28/02/2551) 1.3 พม่าเป็นประเทศที่มีการปลูกฝิ่นมากเป็นอันดับ 2 ของโลก กระทรวงต่างประเทศสหรัฐระบุ พม่ายังคงเป็นประเทศที่มีการปลูกฝิ่นมากเป็นอันดับ 2 ของโลก แม้ว่าส่วนแบ่งของปริมาณการปลูกฝิ่นในพม่าจะลดลงจากร้อยละ 55 ในปี 2541 เหลือเพียงร้อยละ 5 ในปัจจุบัน แต่รัฐบาลพม่ายังคงล้มเหลวในการปฏิบัติตามพันธกรณีนานาชาติเพื่อต่อต้านยาเสพติดอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งนี้ประเทศที่มีการปลูกฝิ่นมากที่สุดคืออัฟกานิสถานที่ปลูกฝิ่นมากถึงร้อยละ 93 ของโลก โดยเฉพาะในปีที่ผ่านมาเป็นผลจากที่ชาวไร่ชาวนาต่างหันไปปลูกพืชเสพติดชนิดนี้แม้รู้ว่าเป็นสิ่งผิดกฎหมายเพราะทำเงินได้มาก สำหรับพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไม่ใช่พื้นที่ปลูกฝิ่นที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอีกต่อไป แต่ยังคงเป็นแหล่งสำคัญในการผลิตยาบ้าและยาอีส่งออกขายไปยังพื้นที่ข้างเคียง หลังจากกลุ่มว้าประกาศว่าจะลดการปลูกฝิ่นลงในปี 2548 การปลูกฝิ่นในพื้นที่ก็ลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่พื้นที่ซึ่งเคยใช้สำหรับปลูกฝิ่นได้กลายสภาพไปเป็นโรงงานผลิตยาบ้าและยาอีแทน โดยปริมาณการผลิตยาเสพติดเหล่านี้ในพื้นที่ดังกล่าวในปีที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 29 เป็นกระท่อม (มติชน วันที่ 02/03/2551)
2.1 ไฟไหม้มัณฑะเลย์ส่งผลกระทบต่อการค้าชายแดนไทย-พม่า เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2551 นายจ่อปุ้นยี่ อายุ 48 ปี พ่อค้าชาวพม่า จากเมืองมัณฑะเลย์ ที่เดินทางมาซื้อสินค้าที่ตลาด อ.แม่สอด จ.ตาก กล่าวว่าเมืองมัณฑะเลย์ ได้ถูกไฟไหม้อย่างรุนแรงเมื่อ 3-4 วันก่อน ศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและย่านการค้าถูกไฟเผาไหม้เกือบทั้งหมด อาคารร้านค้าที่เป็นห้องแถว กว่า 1,400 คูหาและบ้านเรือนราษฎรอีกประมาณ 250 หลังคาเรือน ถูกเพลิงเผาผลาญ ประชาชนหลายพันคนไร้ที่อยู่อาศัย คาดว่ามีการสูญเสียทั้งทรัพย์สินและการค้าจำนวนนับหมื่นล้านบาท สำหรับเพลิงไหม้ครั้งนี้ ยังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการค้าชายแดนไทย-พม่า ด่านแม่สอด-เมียวดี เนื่องจากพ่อค้าชาวพม่าที่เมืองมัณฑะเลย์ ได้ระงับการสั่งซื้อสินค้าชั่วคราวเพราะร้านค้าและสถานที่ติดต่อทางการค้าถูกไฟไหม้ ต้องรอให้หาสถานที่ชั่วคราวเพื่อทำการค้าก่อน ถึงจะสั่งซื้อสินค้าเหมือนเดิมได้ ส่วนสาเหตุของไฟไหม้ครั้งนี้ทางการพม่า ตั้งไว้ 3 ประเด็นคือ 1.ไฟฟ้าลัดวงจร 2.เกิดจากความประมาท และ 3.ชนกลุ่มน้อยฝ่ายต่อต้านรัฐบาลลักลอบเข้ามาลอบวางเพลิง และทางการพม่าก็ไม่ได้ตัดประเด็นเผาไล่ที่เพื่อสร้างอาคารใหม่ในรูปแบบที่ทันสมัยกว่าเดิม สำหรับจุดที่เกิดเหตุเพลิงไหม้นั้นอยู่กลางเมืองย่านธุรกิจและเศรษฐกิจสำคัญ เยื้องสถานีรถไฟและสถานีรถโดยสาร เชื่อมระหว่างจังหวัดและเมืองต่างๆในพม่า จุดที่เสียหายมากที่สุดคือตลาดกลางตะหย่าหน่ายโป่งที่บริเวณรอบๆมีร้านค้าห้องแถว ตั้งแต่ซอย 10- ซอย 80 พ่อค้าชายแดน อ.แม่สอด จ.ตาก คนหนึ่งกล่าวว่า ไม่ทราบความสูญเสียที่แท้จริงของสาเหตุเพลิงไหม้ในเมืองมัณฑะเลย์ รัฐบาลพม่าปิดข่าวเงียบสนิท แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนคือยอดการสั่งซื้อสินค้าจากพ่อค้าพม่าที่เมืองมัณฑะเลย์ลดลง 50 % สาเหตุเพราะพ่อค้าพม่าต้องหาทำเลใหม่ชั่วคราวในการตั้งร้านค้าและสถานที่ติดต่อทางธุรกิจ ปกติพ่อค้าพม่าจากเมืองมัณฑะเลย์จะมีการสั่งซื้อสินค้าประมาณวันละ 5-7 ล้านบาท หลังเกิดเพลิงไหม้ตัวเลขลดลงเหลือเพียง 1-2 ล้านบาทเท่านั้น (สยามรัฐ วันที่ 28/02/2551) 2.2 มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ มีแนวคิดที่จะยกเลิกการเก็บ VAT 7 % จากธุรกิจอัญมณี นายอำพล ฉัตรไชยาฤกษ์ ประธานกรรมการหอการค้าจังหวัดตาก กล่าวว่า ตามที่นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ มีแนวคิดที่จะยกเลิกการเก็บ VAT 7 % จากธุรกิจอัญมณี ตนเองในฐานะประธานกรรมการหอการค้าจังหวัดตาก ขอสนับสนุนแนวคิดนี้อย่างยิ่ง เพราะผู้ประกอบการอัญมณีในจังหวัดตาก จะได้ผลกำไรเพิ่มขึ้น เนื่องจากไม่ต้องเสีย VAT 7 % ตามนโยบายกระทรวงพาณิชย์ เพื่อส่งเสริมการค้าและกระตุ้นเศรษฐกิจการค้าอัญมณีและพลอยประดับของจังหวัดตาก ศูนย์อัญมณีตลาดพลอยแม่สอด อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เป็นศูนย์การค้าอัญมณีอันดับ 2 ของประเทศ มีการนำเข้าอัญมณีที่เป็นวัตถุดิบจากต่างประเทศ เช่น แอฟริกา ดามัสกัส ศรีลังกา และพม่า ฯลฯ คิดเป็นมูลค่าปีละหลายหมื่นล้านบาทและเสียภาษี VAT จำนวน 7 % เช่น นำเข้า 10,000 ล้านบาท ต้องเสีย VAT ถึง 7 % ภาษีที่เสียจึงมีตัวเลขสูงมาก สำหรับรูปแบบการค้าอัญมณีนั้น เมื่อพ่อค้าได้ซื้ออัญมณีจากต่างประเทศและภายหลังนำเข้าอัญมณีแล้ว พ่อค้าไทยในพื้นที่ก็นำมาปรับปรุงคุณภาพ เช่น เผา-เจียระไน ทำเครื่องประดับ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้สูงขึ้น ตลาดพลอยแม่สอดจึงมีการค้าปีละมหาศาล สร้างรายได้ให้พ่อค้าในพื้นที่จำนวนมาก ปัจจุบันการค้าอัญมณีของประเทศไทย มีการส่งออกภายหลังจากปรับปรุงคุณภาพแล้วปีละประมาณ 180,000 ล้านบาท และขณะนี้ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้เห็นถึงความสำคัญของการค้าอัญมณี จึงต้องการส่งเสริมและสนับสนุน และยังประกาศที่จะเดินหน้าเพิ่มมูลค่าการค้าอัญมณี เพราะเห็นว่าการค้าอัญมณีเป็นสินค้าที่สำคัญ ที่จะนำรายได้เข้าประเทศ ติดอันดับ 1 ใน 5 สินค้าสร้างรายได้ โดยตั้งเป้าส่งออกในปี 2551 จำนวน 220,000 ล้านบาท เพิ่มจากเดิมประมาณ 15 % และที่สำคัญยังประกาศที่จะเพิ่มตัวเลขส่งออกให้ถึงปีละ 500,000 ล้านบาท ในอีก 3 ปีข้างหน้า โดยเบื้องต้นจะลดภาษีหรือ VAT 7 % นับเป็นการส่งเสริมการค้าอัญมณีในตลาดแม่สอดและเมืองจันทบุรีให้ตื่นตัวและกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างมาก นักธุรกิจ พ่อค้าอัญมณีจึงต้องเร่งสร้างและเพิ่มคุณภาพมาตรฐาน รวมทั้งการปรับปรุงเครื่องประดับอัญมณีให้สวยงามยิ่งขึ้น เพราะพ่อค้าแม่สอดมีฝีมือดีและได้รับการยอมรับจากพ่อค้าต่างชาติในระดับที่ดีอยู่แล้ว (ฐานเศรษฐกิจ วันที่ 02-05/03/2551) และรับชม clip รายงานพิเศษเรื่อง คุณภาพชีวิตพม่าน้อยข้ามชาติ โดยสำนักข่าวไทย http://news.mcot.net/report/inside.php?value=bmlkPTcxNjgmbnR5cGU9Y2xpcA== |
| << | มีนาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | |||||