พิมพ์หน้านี้
|
Newsline ประจำวันที่ 9-28 เมษายน 2551 สรุปข่าวที่เกี่ยวข้องกับประเทศพม่าประจำวันพุธที่ 9 ถึงวันจันทร์ที่ 28 เดือนเมษายน 2551
1.1 พม่าพร้อมรับมือกลุ่มคัดค้านลงประชามติ
ทางการพม่าส่งตำรวจปราบจลาจลไปตามทางแยกถนนสายหลักในนครย่างกุ้ง และศาสนสถานสำคัญ อาทิ เจดีย์ชเวดากอง หลังมีข่าวลือว่ากลุ่มผู้มีความเห็นไม่ตรงกับรัฐบาลทหารพม่าที่อยู่ในประเทศ และชาวพม่าพลัดถิ่น เตรียมชุมนุมประท้วงเรียกร้องไม่ให้ประชาชนยอมรับร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะมีการลงประชามติกันในวันที่ 10 พฤษภาคมนี้ เนื่องจากเห็นว่าร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าวเป็นการรักษาอำนาจของรัฐบาลทหารพม่าที่ปกครองประเทศมานานกว่า 40 ปี เพราะรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มีกำหนดจัดการเลือกตั้งทั่วไป ในปี 2553 แต่จะสำรองที่นั่งร้อยละ 25 ในสภาให้กับกองทัพ และอนุญาตให้ประธานสภาสามารถมอบอำนาจทั้งหมดให้แก่กองทัพในสถานการณ์ฉุกเฉิน (ผู้จัดการ วันที่ 28/04/2551) 1.2 พรรค NLD ออกแถลงการณ์กล่าวว่า รัฐบาลทหารพม่ากำลังทำทุกวิธีให้ประชาชนลงประชามติยอมรับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย หรือ NLD ของนางอองซานซูจี ผู้นำพรรคฝ่ายค้าน ออกแถลงการณ์ถึงรัฐบาลทหารพม่า ว่ากำลังดำเนินทุกวิถีทางเพื่อบังคับให้ชาวพม่าลงประชามติยอมรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งมีเนื้อหาริดรอนเสรีภาพและเพิ่มบทบาทอำนาจหน้าที่ให้แก่ทหารในรัฐสภา แถลงการณ์ระบุว่า การลงประชามติในวันที่ 10 พ.ค.นี้คงเป็นไปอย่างไม่โปร่งใสและยุติธรรม และต่ำกว่ามาตรฐานสากล จึงเรียกร้องประชาชนให้ออกไปใช้สิทธิและกากบาทเลือกช่องไม่ยอมรับร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าวโดยปราศจากความกลัว ทั้งนี้ประชาชนชาวพม่าไม่ค่อยได้ศึกษาร่างรัฐธรรมนูญจำนวน 194 หน้ามากนัก เนื่องจากรัฐบาลทหารพม่าไม่ค่อยได้ประชาสัมพันธ์หรือแจกจ่ายเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้แก่ประชาชนและสื่อมวลชนอย่างทั่วถึง และเพิ่งแจกจ่ายให้ประชาชนส่วนหนึ่งรับทราบเมื่อวันที่ 9 เม.ย.ซึ่งทำให้ประชาชนมีเวลาน้อยมากในการศึกษา นอกจากนี้ทางการพม่ายังจับกุมสมาชิกพรรค NLD ที่ออกมารณรงค์ต่อต้านรัฐธรรมนูญ (ศูนย์ข่าวแปซิฟิค วันที่ 26/04/2551) 1.3 สื่อในพม่าไม่มีเสรีภาพในการรายงานข่าวการคัดค้านประชามติรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ในเดือนหน้า ผู้สื่อข่าวไร้พรมแดน (อาร์เอสเอฟ) ซึ่งเป็นกลุ่มพิทักษ์สิทธิสื่อมวลชน เปิดเผยเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 25 เมษายนว่า รัฐบาลเผด็จการทหารพม่า ห้ามสื่อมวลชนภายในประเทศรายงานข่าวความเคลื่อนไหวของพรรคฝ่ายค้านเกี่ยวกับการแสดงความคิดเห็นเรื่องการแสดงประชามติรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ในเดือนหน้านี้ โดยอาร์เอสเอฟและสมาชิกสื่อมวลชนพม่า แถลงว่าพวกเขาถูกทำลายด้วยวิธีการที่รัฐบาลเผด็จการทหารใช้เพื่อห้ามการรายงานข่าวเกี่ยวกับการคัดค้านรัฐธรรมนูญดังกล่าว ซึ่งนักเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตย กล่าวว่าเป็นรัฐธรรมนูญขยายอำนาจให้แก่บรรดานายพลในรัฐบาลพม่า ทั้ง 2 องค์กรสื่อระบุในแถลงการณ์ร่วมฉบับหนึ่งว่า รัฐบาลทหารกำลังหยุดทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อโกงการแสดงประชามติ พร้อมย้ำว่าผู้สนับสนุนการลงคะแนนในช่อง No โหวต ต้องสามารถแสดงออกได้อย่างเสรีผ่านสื่อ และสื่อมวลชนต้องได้รับอนุญาตให้รายงานเกี่ยวกับความคิดเห็นของประชาชนในทุกแง่มุม แต่ไม่มีสื่อพม่ารายงานความคิดเห็นของผู้สนับสนุน No โหวตในการแสดงประชามติในวันที่ 10 พ.ค.นี้ มีแต่การรายงานบทความสนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทั้งนั้น (เดลินิวส์ วันที่ 25/04/2551) 1.4 นักโทษการเมืองพม่าไม่ได้รับการรักษาทางการแพทย์ โฆษกพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) พรรคฝ่ายค้านพม่า กล่าวว่า รัฐบาลทหารพม่าจงใจปฏิเสธการรักษาทางการแพทย์แก่นักโทษการเมือง พรรคเอ็นแอลดีออกมาเปิดเผยเรื่องนี้ หลังจากนายทอม เคซีย์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐแถลงว่าสหรัฐได้รับรายงานว่านายมิน โก นาย นักเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตย ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ารับการรักษาอาการติดเชื้อที่ตา ซึ่งอาจทำให้ถึงขั้นตาบอดได้ นอกจากนี้สหรัฐยังวิตกว่านางออง ซาน ซูจี ผู้นำฝ่ายค้านเรียกร้องประชาธิปไตยที่ยังคงถูกกักบริเวณจะไม่ได้รับการรักษาพยาบาลตามที่รัฐบาลให้สัญญาไว้ มีรายงานว่านางซูจีไม่ได้พบแพทย์ประจำตัวนับแต่เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา นายมิน โก นาย ถูกจับกุมเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว หลังการชุมนุมต่อต้านรัฐบาลทหารพม่า และปัจจุบันถูกควบคุมตัวไว้ที่เรือนจำอินเส่ง ในนครย่างกุ้ง (สำนักข่าวไทย วันที่ 23/04/2551) 1.5 เกิดเหตุระเบิด 2 ครั้งซ้อนในพม่า แต่ไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต
ที่ประเทศพม่าได้เกิดเหตุระเบิดขึ้นสองครั้งในนครย่างกุ้งของพม่าเมื่อวันที่ 20 เมษายน เพียงสามสัปดาห์ก่อนมีการลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญ แต่ไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต ระเบิดลูกแรกเกิดขึ้นกับรถยนต์ที่จอดอยู่มุมถนนใจกลางเมืองเมื่อเวลา 20.20 น.ตามเวลาท้องถิ่น หลังจากนั้นอีกเพียงไม่กี่นาทีมีเสียงระเบิดดังขึ้นบนถนนอีกเส้นหนึ่ง ใกล้กับโรงแรมเทรเดอร์ส ซึ่งเป็นที่พักยอดนิยมของนักธุรกิจชาวต่างชาติ โดยระเบิดถูกซ่อนอยู่ใต้รถยนต์คันหนึ่งเหมือนกัน ในช่วงเกิดเหตุมีผู้คนน้อยมาก และตำรวจได้เข้าปิดกั้นสถานที่เกิดเหตุทั้งสองอย่างรวดเร็ว จนถึงขณะนี้ยังไม่ทราบว่าเป็นการกระทำของกลุ่มใด และตำรวจยังไม่ได้ระบุตัวผู้ต้องสงสัย ที่ผ่านมาเกิดเหตุระเบิดไม่รุนแรงนักหลายครั้งในช่วงหลายปีนี้ และรัฐบาลมักกล่าวโทษว่าเป็นฝีมือของกบฏชนกลุ่มน้อยที่เรียกร้องขออำนาจปกครองตนเอง นอกจากนี้เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมารัฐบาลทหารได้เตือนว่าอาจเกิดเหตุการณ์ก่อการร้ายในช่วงเทศกาลสงกรานต์ระหว่างวันที่ 11-18 เมษายนที่ผ่านมา และช่วงก่อนมีการลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญในวันที่ 10 พฤษภาคมนี้ (ผู้จัดการ วันที่ 21/04/2551) 1.6 เสียงคัดค้านร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าวยังคงถูกปิดเงียบ ขณะที่การรณรงค์ให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์ในการลงประชามติยังคงดำเนินต่อไป การลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของพม่าที่จะมีขึ้นในวันที่ 10 พฤษภาคมที่จะถึงนี้ รัฐบาลทหารพม่ายังคงรณรงค์ให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์อย่างต่อเนื่อง ขณะที่เสียงคัดค้านร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าวยังคงถูกปิดเงียบ ร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าวได้วางจำหน่ายตามร้านหนังสือทั่วไปในกรุงย่างกุ้ง โดยมีราคาราว 1 ดอลลาร์ แม่บ้านวัย 45 ปีผู้หนึ่งกล่าวว่า เธอจะไม่ออกไปใช้สิทธิลงประชามติและไม่มีความจำเป็นที่จะต้องอ่านร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ นางเห็นว่ารัฐบาลทหารพม่าร่างมันขึ้นมาเพื่อผลประโยชน์ของพวกเขาแต่เพียงฝ่ายเดียว อีกทั้งจะทำให้พวกเขาอยู่ในอำนาจได้ยาวนานต่อไป ขณะที่กลุ่มนักกิจกรรมระบุว่า รัฐธรรมนูญดังกล่าวถูกร่างขึ้นมาโดยปราศจากความคิดเห็นและการยอมรับจากสาธารณชน รัฐธรรมนูญนี้จะสนับสนุนบทบาทของทหารในประเทศให้ยังคงปกครองประเทศได้ต่อไป (สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ วันที่ 20/04/2551) 1.7 สหพันธ์นักศึกษาพม่าออกแถลงการณ์เรียกร้องประชาชน ออกเสียงไม่เห็นชอบรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2551 ที่จังหวัดเมียวดี ตรงข้าม อ.แม่สอด จ.ตาก นักศึกษาพม่ากลุ่มสหพันธ์นักศึกษาพม่าหรือ (The All Burma Federation of Student Unions หรือ ABFSU) ได้ร่วมกับกลุ่มองค์กรที่เคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตย ได้ออกแถลงการณ์แจกจ่ายไปทั่วเมืองเมียวดี เพื่อเรียกร้องให้ประชาชนใน จ.เมียวดี รัฐกะเหรี่ยง และชาวพม่าทั่วประเทศออกเสียงไม่เห็นชอบรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของรัฐบาลพม่าในการลงประชามติในเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้ และรัฐธรรมนูญที่เปิดโอกาสให้ทุกพรรคการเมืองและชนกลุ่มน้อยเข้ามามีส่วนร่วมเท่านั้นถึงจะเป็นที่ยอมรับ แกนนำนักศึกษาพม่า กลุ่ม ABFSU กล่าวว่า สภาเพื่อการพัฒนาและสันติภาพแห่งรัฐ (SPDC) หรือรัฐบาลเผด็จการชุดปัจจุบันถือเป็นรัฐบาลที่ไม่ชอบด้วยผิดกฎหมายไม่มีอำนาจในการผู้ร่างรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด ทั้งนี้ขอเรียกร้องให้ประชาชนชาวพม่าออกเสียงไม่เห็นชอบกับรัฐธรรมนูญที่รัฐบาลร่างขึ้น พวกเขาเป็นรัฐบาลที่ขโมยอำนาจไปจากประชาชน ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ถูกกฎหมาย ประชาชนได้เลือกตัวแทนเพื่อที่จะไปร่างรัฐธรรมนูญ แต่รัฐบาลกลับเปลี่ยนแปลงและขัดขวางข้อเสนอของผู้แทนเหล่านั้น ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายเช่นเดียวกัน ABSFU และกลุ่มอื่นๆ จะร่วมกันสังเกตการณ์และรายงานความเคลื่อนไหวของการลงคะแนนเสียงที่รัฐบาลพม่าจัดขึ้นต่อนานาชาติ รวมถึงท่าทีของรัฐบาลพม่าหากไม่ชอบมาพากล ขณะที่ในกรุงร่างกุ้ง พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย กลุ่มพันธมิตรพระสงฆ์ และกลุ่มนักศึกษาปี 88 (2531) ก็ได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ประชาชนคัดค้านรัฐธรรมนูญและเรียกร้องให้ ประชาชนและนักศึกษาพม่ารวมทั้งพระสงฆ์และนักการเมืองค่ายประชาธิปไตยมีสิทธิในการร่างรัฐธรรมนูญให้มากกว่านี้ นักเคลื่อนไหวบางส่วนได้เรียกร้องให้คว่ำบาตรการจัดการลงประชามติที่จะถึงนี้ ส่วนรัฐบาลพม่าได้หว่านล้อมและใช้กำลังบังคับประชาชนให้สนับสนุนรัฐธรรมนูญใหม่ เช่น ในรัฐอาระกันซึ่งเจ้าหน้าที่บังคับให้เด็กสาวชาวมุสลิมโรงฮิงยาอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไปเห็นชอบกับรัฐธรรมนูญของรัฐบาล โดยมีข้อเสนอว่า หากสนับสนุนรัฐธรรมนูญ จะทำบัตรประจำตัวให้และยกเลิกกฎหมายที่เข้มงวดเกี่ยวกับการแต่งงานของชาวมุสลิมโรฮิงยา และขู่ว่า หากใครออกเสียงไม่สนับสนุนรัฐธรรมนูญจะถูกจำคุก (ผู้จัดการ วันที่ 09/04/2551)
2.1 หอการค้าจังหวัดกาญจนบุรีเรียกร้องให้เปิดด่านการค้าชายแดนถาวร นายธีระชัย ชุติมันต์ ประธานหอการค้าจังหวัดกาญจนบุรี เปิดเผยว่าจากกรณีประเทศพม่าปิดชายแดนที่ด่านเจดีย์สามองค์ จ.กาญจนบุรี ด้วยเหตุผลทางความมั่นคงทำให้การค้าบริเวณนี้ซบเซา ทำให้ผู้ประกอบการ ประชาชนที่ค้าขายบริเวณนี้เดือดร้อน และขณะนี้สถานการณ์คลี่คลายไปแล้ว หอการค้าจังหวัดกาญจนบุรีทำหนังสือไปทางจ.กาญจนบุรี เพื่อประสานงานกับกองกำลังสุรสีห์ กองพลทหารราบที่ 9 ที่ดูแลเรื่องความมั่นคงบริเวณชายแดนไทย-พม่า รวมถึงจุดผ่อนปรนการค้าบริเวณชายแดน เพื่อขอเปิดการค้าไทย-พม่า ช่องทางการค้าชายแดนแห่งนี้ทำรายได้ไม่น้อยกว่า 50 ล้านบาทต่อเดือน ถ้าเป็นด่านถาวรจะสามารถนำเข้ามาเสียภาษีได้เลย อยากให้รัฐบาลเจรจาเปิดเป็นด่านการค้าถาวร เพื่อการช่วยเหลือผู้ประกอบการ ประชาชนมีรายได้เพิ่มมากขึ้น (ข่าวสด วันที่ 21/04/2551)
3.1 กระทรวงแรงงานเตรียมนำปัญหาแรงงานข้ามชาติ 54 ศพ เข้าหารือในที่ประชุม รมต.อาเซียนที่ไทยเป็นเจ้าภาพ นายสุภัท กุขุน ผู้อำนวยการสำนักประสานความร่วมมือระหว่างประเทศ (สปร.) กระทรวงแรงงาน กล่าวภายในการสัมมนาเรื่อง "ข้อคิดเห็นต่อการประชุมรัฐมนตรีแรงงานอาเซียน : การส่งเสริมการมีงานทำที่มีคุณค่าสำหรับกลุ่มแรงงานที่เสียเปรียบ" ที่โรงแรมสยามซิตี เมื่อวันที่ 20 เมษายน ว่าการประชุมรัฐมนตรีแรงงานอาเซียน 10 ประเทศ ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ระหว่างวันที่ 6-9 พฤษภาคมนี้ จะมีการหารือถึงปัญหาแรงงานข้ามชาติที่เคลื่อนย้ายทำงานในกลุ่มอาเซียนกว่า 14 ล้านคน เนื่องจากแรงงานข้ามชาติถือเป็นฟันเฟืองในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจ แต่กลับไม่ได้รับการดูแลคุณภาพชีวิตแรงงานเท่าที่ควร โดยเฉพาะกรณีปัญหาแรงงานพม่าที่เสียชีวิต 54 ศพ ที่ จ.ระนอง ก็จะหยิบยกมาหารือด้วย เนื่องจากเป็นข่าวไปทั่วโลกและมีผลกระทบต่อภาพลักษณ์ประเทศ ทั้งนี้ เชื่อว่าปัญหาดังกล่าวจะไม่ทำให้ประเทศไทยต้องถูกโจมตีในเวทีรัฐมนตรีอาเซียน เพราะเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายต้องช่วยกัน น.ส.วิไลวรรณ แซ่เตีย ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย กล่าวว่า เครือข่ายผู้ใช้แรงงานต้องการเข้าไปมีส่วนร่วมแสดงความเห็นกรณีแรงงานพม่าที่เสียชีวิต 54 ศพ ในการประชุมรัฐมนตรีแรงงานอาเซียนด้วย เพราะเป็นเรื่องใหญ่ที่รัฐบาลต้องรับฟังความคิดเห็นอย่างรอบด้าน นางสุกันตา สุขไผ่ตา ประธานกลุ่มสหภาพแรงงานย่านรังสิตและใกล้เคียง กล่าวว่า ผู้ใช้แรงงานจะไปชุมนุมและยื่นหนังสือให้มีการแก้ปัญหาแรงงานข้ามชาติอย่างเป็นรูปธรรมด้วย และว่าหากเป็นไปได้ การประชุมรัฐมนตรีแรงงานอาเซียนควรย้ายไปจัดที่ จ.ระนอง เพราะจะได้รับทราบปัญหาอย่างแท้จริง (มติชน วันที่ 21/04/2551) 3.2 เครือข่ายแรงงาน ฯชุมนุมหน้าทำเนียบ เผาดอกไม้จันน์ วอนรัฐดูแลแรงงานข้ามชาติ หยุดทำเหมือนอาชญากร เคารพสิทธิมนุษยชน ป้องกันคอรัปชั่นค้ามนุษย์
ที่บริเวณประตู 4 เครือข่ายคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์(สรส.) และเครือข่ายต่างๆจำนวน 25 องค์กร นำโดย นางสาววิไลวรรณ แซ่เตีย พร้อมด้วยกลุ่มผู้ชุมนุมราว 50 คน เข้ายื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อให้การคุ้มครองช่วยเหลือแรงงานข้ามชาติ กรณีแรงงานข้ามชาติจากประเทศพม่าจำนวน 54 ราย เสียชีวิตในตู้คอนเทนเนอร์ห้องเย็นของรถบรรทุกสิบล้อ ที่จังหวัดระนองอย่างเร่งด่วน พร้อมกับทำสำเนาถึงรมว.มหาดไทย , รมว.แรงงาน, รมว.ยุติธรรม, รมว.ต่างประเทศ, รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, รมว.สาธารณสุข, อธิบดีอัยการสูงสุด, รักษการผบ.ตร. ผู้อำนวยการสำนักงานกิจการต่างประเทศและอาชญากรรมระหว่างประเทศ , สถานเอกอัครราชทูตพม่า ประจำประเทศไทย, ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง, อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ, ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติอีกด้วย ทางเครือข่ายองค์กรแรงงาน องค์กรพัฒนาเอกชนและองค์เอกชนด้านแรงงานข้ามชาติ ทั้งที่เป็นองค์กรในไทยและต่างประเทศรู้สึกเสียใจและมีข้อกังวลอย่างยิ่งต่อสถานการณ์ดังกล่าว พร้อมกับมีความเห็นต่อการดำเนินงานของรัฐบาล ได้แก่ 1. ขอให้รัฐบาลสอบสวนและดำเนินคดีผู้กระทำผิดอันมีลักษณะค้ามนุษย์ อีกทั้งตรวจสอบการมีส่วนรู้เห็นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น สร้างความโปร่งใสในการตรวจสอบหาข้อเท็จจริง 2. ระงับการดำเนินการส่งกลับแรงงานข้ามชาติที่รอดชีวิต เพื่อให้บุคคลเหล่านั้นได้รับการบำบัดฟื้นฟูทางร่างกายและจิตใจในระหว่างที่มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงจนกว่าจะกระบวนการตรวจสอบชัดเจนตามกระบวนการยุติธรรม พร้อมจัดหาทนายความในการดำเนินการ 3. รัฐบาลต้องให้การดูแลและปฏิบัติต่อแรงงานข้ามชาติรวมถึงครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว พร้อมให้ความช่วยเหลือทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และโอกาสในการเข้าถึงการคุ้มครองตามกระบวนการยุติธรรมอย่างเต็มที่ 4. รัฐบาลควรหยุดการทำให้แรงงานเป็นเสมือนหนึ่งอาชญากรและยุติการอ้างถึงความมั่นคงของชาติและละเลยการแก้ปัญหาของการย้ายถิ่น รวมถึงเคารพต่อสิทธิมนุษยชนพื้นฐานของแรงงานข้ามชาติ 5. รัฐบาลจะต้องปรับเปลี่ยนแนวนโยบายให้สอดคล้องต่อการย้ายถิ่นข้ามชาติที่เกิดขึ้นตามข้อเท็จจริงที่ดำรงอยู่ ปรับปรุงระบบการจดทะเบียนแรงงาน พร้อมทั้งอำนวยความสะดวกด้านสถานที่จดทะเบียนโดยเฉพาะพื้นที่แถบชายแดน อีกทั้งป้องกันการคอรัปชั่นและการลักลอบการค้ามนุษย์ นอกจากนี้แรงงานควรได้รับอนุญาตทำงานทันทีที่จดทะเบียน และควรมีการออกเอกสารการเดินทางชั่วคราวสามารถเดินทางเองได้ โดยไม่ต้องพึ่งนายหน้าหรือผู้นำพา และควรมีกลไกในการคุ้มครองแรงงานให้เข้าถึงกระบวนการยุติธรรมอย่างจริงจังต่อการดำเนินการ ด้านนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นผู้รับเรื่องแทนนายกรัฐมนตรี โดยรับปากว่าจะนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีต่อไป ซึ่งหลังจากการปราศรัยของนางสาววิไลวรรณแล้วนั้น ทางกลุ่มได้เผาดอกไม้จันน์จำนวน 54 ดอกเพื่อรำลึกถึงแรงงานพม่าที่เสียชีวิตในตู้คอนเทนเนอร์อีกด้วย (แนวหน้า วันที่ 22/04/2551)
4.1 ชาวพม่าในสิงคโปร์แสดงท่าทีโนโหวต ก่อนลงประชามติผ่านร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 27 เม.ย. ชาวพม่าราว 500 คนในสิงคโปร์ใส่เสื้อเขียนคำว่า No (ไม่) ขณะรอการจัดการลงประชามติผ่านร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของประเทศ ที่บริเวณหน้าสถานเอกอัครราชทูตพม่า ท่ามกลางกองกำลังรักษาความปลอดภัยของสิงคโปร์ ส่วนชาวพม่าในญี่ปุ่นกว่า 200 คน ร่วมการประท้วงต่อต้านการลงประชามติที่บริเวณหน้าสถานเอกอัครราชทูตพม่าในกรุงโตเกียว ญี่ปุ่น โดยวิจารณ์ว่าการลงประชามติดังกล่าวเป็นการจัดฉากเพื่อช่วยให้รัฐบาลทหารกุมอำนาจบริหารประเทศต่อไป ในประเทศไทย วันที่ 27 เมษายน 2551 แรงงานอพยพและนักศึกษาพม่าหลายสิบคนได้ชุมนุมประท้วงกันนอกสถานทูตพม่าประจำประเทศไทย โดยคาดผ้าสีแดงไว้ที่ศีรษะมีข้อความว่า "ไม่" เพื่อคัดค้านการลงประชามติรับรองร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของพม่า ที่จะมีขึ้นในวันที่ 10 พฤษภาคม พร้อมบอกว่าร่างรัฐธรรมนูญไม่มีความน่าเชื่อถือ เพราะจัดทำโดยกลุ่มคนที่สนับสนุนรัฐบาลทหารพม่า (โพสต์ทูเดย์ วันที่ 28/04/2551, สำนักข่าวเนชั่น วันที่ 27/04/2551) 4.2 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเปิดเผยว่า ไทยจะใช้โอกาสที่นายกรัฐมนตรีพม่าเยือนไทย ย้ำเรื่องการลงประชามติของพม่า เพื่อให้เกิดความมีส่วนร่วมจากทุกฝ่ายอย่างแท้จริง นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่าวันที่ 10 พฤษภาคมนี้ ประเทศพม่าจะมีการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งจากการหารือกับนายญาณ วิน รัฐมนตรีต่างประเทศพม่า เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา พม่ายืนยันว่าการลงประชามติจะมีความน่าเชื่อถืออย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้พม่ายังไม่เปลี่ยนท่าทีที่จะให้ผู้สังเกตการณ์ต่างชาติเข้าไปสังเกตการณ์ในพม่า ทั้งนี้ในช่วงวันที่ 29-30 เมษายนนี้ พลโทเต็ง เส่ง นายกรัฐมนตรี และนายญาน วิน รัฐมนตรีต่างประเทศพม่า จะมาเยือนไทยอย่างเป็นทางการ ซึ่งรัฐบาลไทยจะใช้โอกาสนี้ เพื่อย้ำเรื่องการลงประชามติในพม่าให้เกิดความมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน รวมทั้งไทยและอังกฤษตกลงร่วมกันว่าจะประเมินสถานการณ์อีกครั้ง หลังวันที่ 10 พฤษภาคมนี้ (สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ วันที่ 19/04/2551) 4.3 องค์กรแรงงานร่วมกันยื่นข้อเสนอต่อเลขาธิการอาเซียน เพื่อให้นำเข้าหารือในการประชุมรัฐมนตรีแรงงานอาเซียน ซึ่งจะจัดขึ้นในประเทศไทยต้นเดือนหน้า
นางวิไลวรรณ แซ่เตีย ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย ยื่นข้อเรียกร้องด้านแรงงานต่อนายสุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการอาเซียน เพื่อให้นำเข้าหารือในที่ประชุมรัฐมนตรีแรงงานอาเซียน ที่จะจัดขึ้นในกรุงเทพมหานคร วันที่ 8 พฤษภาคมนี้ ทั้งนี้ได้เสนอให้รัฐบาลไทยออกนโยบายเรื่องการจัดการแรงงานข้ามชาติ และแรงงานนอกระบบที่เข้ามาทำงานในประเทศไทย โดยขอให้รับจดทะเบียนแรงงานข้ามชาติทั้งหมดให้ถูกกฏหมาย เพื่อให้แรงงานทั้งหมดไม่ว่าจะชนชาติใดได้รับสิทธิเท่าเทียม ไม่เลือกปฏิบัติ หรือถูกกีดกันจนคนงานต้องกลายเป็นเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์ อย่างกรณีแรงงานพม่าที่เสียชีวิต 54 ราย จากการลับลอบเข้ามาขายแรงงานในประเทศไทยอย่างผิดกฏหมาย พร้อมขอให้รัฐบาลเร่งจัดการระบบแรงงานในประเทศให้มีระบบมากขึ้น และดูแลเรื่องความปลอดภัยแก่แรงงานมากขึ้นด้วย ด้านนางสิริวัน ร่มฉัตรทอง สภาองค์การนายจ้างแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ต้องการให้อาเซียนผลักดันให้ประเทศสมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ ทบทวนกฏหมายแรงงานของแต่ละประเทศให้สอดคล้องกัน โดยให้นำกฏหมายของทุกประเทศมาเปรียบเทียบกัน เพื่อให้เกิดมาตรฐานของกฏหมายแรงงานอาเซียน (สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ วันที่ 20/04/2551) |
| << | เมษายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | |||