พิมพ์หน้านี้
|
Newsline ประจำวันที่ 29 เมษายน 7 พฤษภาคม 2551 สรุปข่าวที่เกี่ยวข้องกับประเทศพม่าประจำวันอังคารที่ 29 เมษายน ถึงวันพุธที่ 7 เดือนพฤษภาคม2551
1.1 WorldVision ชี้ยอดผู้เสียชีวิตในพม่าอาจพุ่งสูงถึง 63,000 ศพ
นายคยี มินน์ ตัวแทนจากองค์กรความช่วยเหลือระหว่างประเทศ World Vision กล่าวว่า ตัวเลขที่แท้จริงของผู้เสียชีวิตจากเหตุพายุไซโคลนถล่มในพม่า อาจจะพุ่งสูงถึง 63,000 คน หลังจากที่ได้ลงพื้นที่ที่ประสบภัย และได้เห็นสภาพความเสียหายด้วยตาตนเองทำให้ทาง World Vision ต้องมีการประเมินสถานการณ์ใหม่ทั้งหมด แม้ว่าล่าสุดทางวิทยุของรัฐบาลทหารพม่าจะรายงานสรุปยอดรวมผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการเอาไว้ที่ 22,464 คน แต่จากการประเมินของ World Vision ทำให้ทราบว่าจนถึงขณะนี้ ยังคงมีผู้ที่สูญหายจากเหตุภัยพิบัติครั้งนี้อีกกว่า 41,000 คน ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงมาก ที่คนเหล่านี้น่าจะเสียชีวิตทั้งหมดแล้ว ซึ่งหมายความว่าจริงๆ แล้วในขณะนี้อาจมีผู้เสียชีวิตในพม่ารวมแล้วมากกว่า 63,000 คน ทั้งนี้นายมินน์ได้เรียกร้องให้นานาชาติเร่งระดมให้ความช่วยเหลือแก่พม่าเป็นการเร่งด่วน โดยสิ่งที่ต้องการมากที่สุดในขณะนี้ คือ น้ำดื่มสะอาด อาหาร ยา และที่พักที่มีความมั่นคงแข็งแรง (สำนักข่าว INN วันที่ 07/05/2551) 1.2 พม่ายอมเลื่อนวันลงประชามติ
หลังจากที่รัฐบาลพม่าที่กำลังได้รับแรงกดดันอย่างหนักจากทั่วโลก ภายหลังจากที่มีการเปิดเผยยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์พายุไซโคลนนาร์กีสซัดถล่ม ไม่นับรวมผู้สูญหายอีกหลายพันคน ทำให้รัฐบาลพม่าได้ยอมเลื่อนการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ในพื้นที่ประสบภัยออกไปอีก 10 วัน โดยสถานีโทรทัศน์ของทางการรายงานว่า การลงประชามติใน 40 เขตของนครย่างกุ้ง และอีก 7 เขตในแถบอิรวดี จะเลื่อนออกไปเป็นวันที่ 24 พฤษภาคมนี้ ขณะที่เขตอื่นๆ นั้นจะลงประชามติในวันที่ 10 พฤษภาคมนี้ตามปกติ ขณะเดียวกันพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) พรรคฝ่ายค้านได้กล่าวหารัฐบาลว่า เป็นเรื่องยอมรับไม่ได้อย่างที่สุดที่รัฐบาลยังคงเดินหน้าจัดการลงประชามติ ทั้งๆที่ประชาชนกำลังประสบความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสจากพายุ ขณะที่นางลอรา บุช สุภาพสตรีหมายเลข 1 ของสหรัฐ กล่าวหารัฐบาลพม่าว่า ออกคำเตือนประชาชนให้ระวังภัยอันตรายจากพายุลูกนี้น้อยไป แม้ว่าประชาชนจะทราบถึงภัยคุกคามนี้ แต่สื่อของทางการไม่ได้ออกคำเตือนประชาชนที่อยู่ในเส้นทางที่พายุจะพัดผ่านอย่างทันท่วงที ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความล้มเหลวของรัฐบาลพม่าในอันที่จะตอบสนองความต้องการขั้นพื้นฐานของประชาชน นายอ่อง ดิน ผู้อำนวยการกลุ่มรณรงค์เพื่อพม่าในสหรัฐกล่าวว่า ผู้คนกำลังพยายามสร้างชีวิตขึ้นใหม่ บ้างก็ตามหาคนในครอบครัวและเพื่อนฝูง ไม่มีใครสนใจที่จะไปใช้สิทธิ์ พร้อมเสริมด้วยว่า การที่รัฐบาลพม่ารับมือกับไซโคลนลูกนี้ได้ช้ามากนั้นอาจทำให้คนลงมติ "ไม่รับ" กันมากขึ้น ขณะที่นักวิเคราะห์หลายคนมองว่า รัฐบาลพม่าไม่สนเรื่องที่ว่าทุกคนจะได้โหวตหรือไม่ได้ แต่สนเรื่องผลการโหวตซึ่งพวกเขาเชื่อมั่นว่าจะต้องมีการโกงให้ผลออกมาดังที่รัฐบาลปรารถนาอย่างแน่นอน ด้านประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช แห่งสหรัฐ ได้ลงนามผ่านกฎหมายมอบเหรียญพลเรือนกิตติมศักดิ์ขั้นสูงสุดของรัฐสภาสหรัฐให้แก่ นางออง ซาน ซู จี ผู้นำพรรคฝ่ายค้าน โดยกล่าวว่า นางซู จี เป็นเสียงแห่งเสรีภาพอันทรงประสิทธิภาพ ขณะที่นายเส่ง วิน ผู้นำรัฐบาลพม่าพลัดถิ่น กล่าวที่กรุงออตตาวา ในแคนาดา หลังรับใบรับรองสิทธิ์การเป็นพลเมืองกิตติมศักดิ์ของแคนาดาแทนนางซู จี ว่า รัฐบาลพม่าควรยกเลิกการลงประชามติเพราะประชาชนกำลังเดือดร้อน ควรหันไปเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชน อีกทั้งร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าวยังไม่นำประเทศไปสู่ความเป็นประชาธิปไตย จึงไม่สามารถช่วยแก้ปัญหาใดๆ ได้ (คมชัดลึก วันที่ 07/05/2551) 1.3 พม่าพิจารณาให้ดอลลาร์สิงคโปร์และหยวน เข้ามาเป็นสกุลเงินหลักในการทำการค้าระหว่างประเทศ มาตรการของสหรัฐในการคว่ำบาตรทางการเงินต่อพม่า ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อการทำธุรกรรมต่างประเทศผ่านการใช้เงินดอลลาร์สหรัฐ ล่าสุดทางการพม่าพิจารณาให้ ดอลลาร์สิงคโปร์ และ หยวน เข้ามาเป็นสกุลเงินหลักในการทำการค้าระหว่างประเทศด้วย ซึ่งคาดว่าจะช่วยให้พม่าฟันฝ่าอุปสรรคในการทำธุรกรรมการค้ากับต่างประเทศได้ กระทรวงวางแผนและพัฒนาเศรษฐกิจ และสภาหอการค้าและอุตสาหกรรมพม่า ประกาศว่า การทำธุรกรรมต่างประเทศด้วย ดอลลาร์สิงคโปร์ และหยวน จะเปิดให้บริการในธนาคารของรัฐ 3 แห่ง ได้แก่ ธนาคารเพื่อการพาณิชย์และการลงทุนเมียนมาร์ ธนาคารเพื่อการค้าระหว่างประเทศเมียนมาร์ และธนาคารเศรษฐกิจเมียนมาร์ พม่าใช้ดอลลาร์สหรัฐ ปอนด์สเตอร์ลิง เยน ฟรังก์สวิส และ ยูโร ในการทำธุรกรรมต่างประเทศมานานหลายทศวรรษ แต่การใช้ดอลลาร์สหรัฐได้รับผลกระทบหนัก หลังจากสหรัฐมีมติคว่ำบาตรทางการเงินกับพม่าเมื่อปี 2546 กระนั้นก็ดีมูลค่าการค้าของพม่ากับต่างประเทศพุ่งขึ้นเกือบถึงระดับ 8,000 ล้านดอลลาร์ในปีงบประมาณ 2549-2550 ถือเป็นสถิติสูงสุดในรอบ 18 ปีนับตั้งแต่ปี 2532 ขณะที่ยอดการค้ากับต่างประเทศเพิ่มขึ้น 42.9% จากระดับ 5,540 ล้านดอลลาร์ในปีงบประมาณ 2548-2549 ส่วนยอดเกินดุลการค้าอยู่ที่ 2,080 ล้านดอลลาร์ พม่าได้เปรียบดุลการค้ามา 5 ปีติดต่อกัน นับจากปี 2545-2546 และตัวเลขล่าสุดแสดงว่า การค้าต่างประเทศของพม่าในช่วงครึ่งแรกของปีงบประมาณปัจจุบัน เพิ่มขึ้น 30.46% เป็น 5,049 ล้านดอลลาร์ (กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 01/05/2551)
2.1 อิทธิพลพายุนาร์กีสในพม่าทำให้การค้าชายไทย-พม่าลดลง 30 %
นายชัยยุทธ เสนีย์ตันติกุล ประธานสภาอุตสาหกรรม จ.ตาก เปิดเผยยุทธศาสตร์ตามแนวชายแดนไทย - พม่า ที่ อ.แม่สอด จ.ตาก หลังเกิดภัยธรรมชาติจากอิทธิพลพายุนาร์กีสในพม่าว่า การค้าและการขนส่งสินค้าไปยังฝั่งประเทศพม่าลดลงจากเดิมประมาณร้อยละ 30 เนื่องจากการเดินทางของพ่อค้าจากกรุงย่างกุ้งมายังด่านชายแดน อ.แม่สอด เป็นไปด้วยความยากลำบาก ในขณะที่แรงงานต่างด้าวชาวพม่าเข้ามาทำงานใน อ.แม่สอด ต่างเฝ้าติดตามข่าวสารสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศของตนเองอย่างใกล้ชิด พร้อมแสดงความเป็นห่วงชาวพม่าด้วยกันเอง ส่วนการช่วยเหลือชาวพม่าที่ประสบภัยธรรมชาตินั้น สภาอุตสาหกรรม จ.ตาก ได้ส่งหนังสือเวียนไปยังผู้ประกอบการด้านอุตสาหกรรมในพื้นที่ จ.ตาก กว่า 300 แห่ง เพื่อร่วมบริจาคเงินช่วยเหลือชาวพม่าที่ประสบภัย โดยผ่านทาง จ.เมียวดี ซึ่งเบื้องต้นคาดว่า จะได้เงินบริจาคในครั้งนี้กว่า 1 ล้านบาท (ผู้จัดการ วันที่ 07/05/2551) 2.2 ความร่วมมือระหว่างไทย-พม่าในการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกทวาย พล.ต.ท.วิเชียรโชติ สุกโชติรัตน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม ว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบการลงนามบันทึกความเข้าใจระหว่างไทย-พม่า เรื่องการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกทวายและเส้นทางเชื่อมโยงสู่กรุงเทพฯ ตามที่กระทรวงต่างประเทศเสนอ ให้มีผลผูกพันเป็นระยะเวลา 5 ปี และอาจขยายระยะเวลาต่อไปได้ด้วยความเห็นชอบร่วมกันของทั้งสองฝ่าย เพื่อเชื่อมต่อเส้นทางเมืองทวาย-กรุงเทพฯ และจุดเชื่อมต่อชายแดน รวมถึงโครงการอื่นๆ โดยให้ภาคเอกชนที่ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลเป็นผู้ดำเนินโครงการ และฝ่ายพม่าจะเป็นผู้ก่อสร้าง ตลอดจนจัดหาแรงงานให้ ด้านนายอำนาจ ผการัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เปิดเผยเกี่ยวกับความพร้อมต่อนโยบายตัดถนนสายทวายกาญจนบุรีว่า จังหวัดกาญจนบุรี พร้อมที่จะเดินหน้านโยบายโครงการท่าเรือน้ำลึกทวายมายังจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งหากมีการสร้างท่าเรือน้ำลึกที่ชายฝั่งทะเลด้านทวายในเมียนมาร์ และหากมีการสร้างถนนมาเชื่อมต่อมายังชายแดนไทยด้านกาญจนบุรี ทางจังหวัดกาญจนบุรี มีความพร้อมที่จะรองรับโครงการดังกล่าวได้อย่างทันที เพราะจังหวัดกาญจนบุรีได้ทำการก่อสร้างถนนเชื่อม ระหว่างบ้านพุน้ำร้อน ต.บ้านเก่า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี เสร็จเรียบร้อย โดยถนนไปสิ้นสุดห่างจากชายแดนไทย-พม่า แค่ 400 เมตร เนื่องจากยังไม่มีการปักปันเขตแดนที่ถูกต้อง เราพร้อมทุกประการที่จะเชื่อมต่อเส้นทางไปยังไปเมืองทวาย ซึ่งมีระยะทาง 130 กม.ซึ่งหากเป็นไปตามที่รัฐบาลที่จะให้การสนับสนุนโครงการนี้ ผมเชื่อว่าถ้าเกิดเส้นทางนี้ก็จะทำให้เกิดความเจริญก้าวหน้าและมีการพัฒนาด้านเศรษฐกิจรวมถึงการเติบโตทางภาคอุตสาหกรรมเกี่ยวกับการนำเข้าวัตถุดิบของทะเลที่น่าจะเป็นธุรกิจหลักที่มีการนำเข้ามาในประเทศไทยจำนวนมากและเกิดความเจริญทางด้านเศรษฐกิจอีกด้วย ด้าน ดร.สิงห์ ตั้งเจริญชัยชนะ นายกสมาคมศูนย์ประสานงานองค์การภาคเอกชน จังหวัดกาญจนบุรี อดีตประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดกาญจนบุรีที่เคยเป็นหุ้นส่วนในบริษัทที่เคยได้รับสัมปทานถนนสายทวายกาญจนบุรี จากรัฐบาลกลางพม่า เปิดเผยว่า โครงการเส้นทางท่าเรือน้ำลึกเมืองทวาย ประเทศพม่า เป็นโครงการที่มีมาตั้งแต่สมัยตนเป็นประธานสภาอุตสาหกรรม และได้ดำเนินการมาโดยตลอด โดยหาข้อมูลต่างๆ ไม่ว่าในประเทศไทยและประเทศพม่า เป็นโครงการที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญ นายกรัฐมนตรีทั้งสองฝ่ายได้มีการเจรจาประสานงานกันมาตลอด ซึ่งจะทำให้รายได้เข้าสู่ประเทศไทยมหาศาล โดยล่าสุด ตนได้ร่วมเดินทางลงพื้นที่พร้อมกับรองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี และ พล.อ.สมชาย วิษณุวงศ์ ส.ส.กาญจนบุรี เพื่อรับทราบข้อมูลและดูสภาพการพัฒนาพื้นที่เพื่อนำข้อมูลเสนอต่อ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีเพื่อผลักดันโครงการนี้อย่างต่อเนื่องต่อไป ในเบื้องต้นจะเสนอต่อทางสภาอุตสาหกรรมจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อร่วมกับภาคราชการผลักดันศูนย์ส่งเสริมพัฒนาการค้าชายแดน เพื่อเป็นการนำร่องในการเปิดตลาดการค้าขายชายแดนไทย-พม่า ระหว่างชาวพุน้ำร้อนและชาวพม่าที่อาศัยตามแนวชายแดนเพื่อให้เป็นการนำร่องให้เกิดการค้าชายแดน ก่อนที่จะพัฒนาไปเป็นจุดผ่อนปรนทางการค้าหรือเป็นด่านการค้าถาวรในอนาคต สิ่งที่เกิดขึ้นถือว่าเป็นเรื่องที่ดีของประเทศไทย โครงการนี้ถือเป็นเมกกะโปรเจกต์ของรัฐบาลอย่างแท้จริง ปัญหาอุปสรรคในการพัฒนาจังหวัดกาญจนบุรีด้านการลงทุนทางด้านเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นอย่างมากที่สุด คือ ปัญหาเกี่ยวกับสถานะที่ดินเพราะพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีมีการประกาศกฎหมายเกี่ยวกับที่ดินทับซ้อนที่ทำกินจำนวนเกือบ 3 ล้านไร่ ทำให้นักลงทุนไม่เชื่อมั่นต่อสถานะของที่ดิน (มติชน, ผู้จัดการ วันที่ 06-07/05/2551) 2.3 แม่ฮ่องสอนนำเข้าสิ่งประดิษฐ์ไม้จากพม่าผ่านช่องทางห้วยผึ้ง
นายธงชัย วงษ์เหรียญทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์สั่งการชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านด้านพม่าจังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า ศูนย์สั่งการชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านด้านพม่าจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้มีคำสั่งให้แนวทางการปฏิบัติในการนำสิ่งประดิษฐ์ เครื่องใช้ หรือสิ่งอื่นใดที่ทำด้วยไม้เข้ามาในราชอาณาจักร ตามแนวชายแดนจังหวัดแม่ฮ่องสอน พ.ศ.2551 ลงวันที่ 17 เมษายน 2551 ผู้อำนวยการศูนย์สั่งการชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน ด้านพม่าจังหวัดแม่ฮ่องสอน ระบุว่า ได้กำหนดให้ด่านพรมแดนบ้านห้วยผึ้ง ต.ห้วยผา อ.เมืองแม่ฮ่องสอน เป็นช่องทางการนำเข้าสิ่งประดิษฐ์ เครื่องใช้หรือสิ่งอื่นใดที่ทำด้วยไม้เข้ามาในราชอาณาจักรเพียงช่องทางเดียว โดยใช้สถานที่ศูนย์ ONESTOP SERVICE บ้านร่องแห้ง ต.ห้วยผา อ.เมือง แม่ฮ่องสอน เป็นสถานที่ตรวจสอบความถูกต้องของสิ่งประดิษฐ์ และจัดเก็บอากรปากระวางทุกวันอังคาร วันพุธและวันพฤหัสบดี ของสัปดาห์ตั้งเวลา 08.00-16.30 น. ทั้งนี้ ให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องดำเนินการปฏิบัติอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้แล้วให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง เข้มงวดการกระทำความผิดกฎหมาย เช่น การทำลายทรัพยากรธรรมชาติ การนำพาบุคคลต่างด้าวเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ยาเสพติด อาวุธสงครามและสินค้าอื่นๆ โดยเคร่งครัด มีรายงานระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 17 เมษายน 2551 จนถึงปัจจุบันมีการนำเข้าสิ่งประดิษฐ์ที่ทำด้วยไม้ (ไม้คิว ไม้บัว และสิ่งประดิษฐ์ อื่นๆ ที่ทำด้วยไม้สัก) จากพม่านำเข้าผ่านช่องทางบ้านห้วยผึ้งแล้วประมาณ 1,400 ลูกบาศก์ฟุต (ผู้จัดการ วันที่ 06/05/2551) 2.4 เปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์ของ "แอร์ฟินิคซ์" แม่สอด-กรุงเทพฯ 15 พฤษภาคม 51 นายชุมพร พลรักษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก เปิดเผยว่า จังหวัดตากร่วมกับสายการบิน "แอร์ฟินิคช์" ของบริษัท แอร์ฟินิคซ์ จำกัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ หอการค้าจังหวัดตาก สภาอุตสาหกรรมจังหวัดตาก จะเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์ของ "แอร์ฟินิคซ์" แม่สอด-กรุงเทพฯ ในวันที่ 15 พฤษภาคมนี้ หลังจากที่สนามบินแม่สอดได้หยุดเที่ยวบินมานานกว่า 2 ปี 8 เดือน การเปิดเที่ยวบินแม่สอด-กรุงเทพฯครั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์พัฒนาจังหวัดตาก มีการยกเว้นภาษีค่าธรรมเนียมขึ้น-ลง รวมทั้งการคุ้มครองสิทธิทางการบิน 3 ปี 2 ปีที่ผ่านมาไม่มีเที่ยวบิน สร้างผลกระทบในการติดต่อและประกอบธุรกิจของผู้ประกอบการในท้องถิ่นอย่างมาก ทางจังหวัดตากจึงเร่งประสานสายการบิน "แอร์ฟินิคซ์" เพื่อนำเครื่องบินขนาดกลาง 60 ที่นั่งมาบิน เที่ยวบินนำร่องแม่สอด-กรุงเทพฯ ก่อนที่จะขยายเป็นกรุงเทพฯ-แม่สอด-เชียงใหม่ในอนาคต สำหรับการเปิดเที่ยวบินครั้งนี้ ใน 1 สัปดาห์จะเริ่มมีจำนวน 4 เที่ยวบินก่อน หากมีการเดินทางมากขึ้นก็จะเปิดดำเนินการทุกวัน และสนามบินแม่สอดแห่งนี้ จะขยายไปเป็นสนามบินนานาชาติ เพื่อบินไปพม่าอีกเส้นทางหนึ่งด้วย ขณะนี้ทางจังหวัดตากและท่าอากาศยานแม่สอด ได้ขออนุมัติกระทรวงคมนาคม เพื่อขยายรันเวย์สนามบินออกไปจากเดิม 1,600 เมตร เป็น 2,200 เมตร เพื่อให้การร่อนขึ้น-ลงของเครื่องบินสามารถเดินเครื่องได้อย่างเต็มที่ (มติชน วันที่ 05/05/2551) 2.5 ตากขยายพื้นที่เพาะปลูกพืชพลังงานตามโครงการคอนแทร็กต์ฟาร์มมิ่ง นายอภิสิทธิ์ ชลสาคร รองประธานหอการค้าจังหวัดตาก เปิดเผยว่า ในจังหวัดตากมีเกษตรกรและผู้ประกอบการจากพื้นที่ อ.พบพระ อ.แม่สอด และ อ.แม่ระมาด จำนวน 27 ราย เข้าร่วมโครงการความ ร่วมมือด้านการเกษตรและการผลิต หรือ คอนแทร็กต์ฟาร์มมิ่งระหว่างไทยกับพม่า ตามกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจ อิรวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง (ACMECS: Ayeyawady-Chao Phraya-Mekong Economic Cooperation Strategy) ไทย-สปป.ลาว-พม่า-กัมพูชา-เวียดนาม ผ่านช่องทาง อ.แม่สอด ผลผลิตหลักมาจากจังหวัดเมียวดี ได้แก่ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ถั่วเขียว เฉลี่ยปีละ 3 หมื่นตัน และมีการลงทุนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ปีนี้คาดว่าผลผลิตจะเพิ่มขึ้นกว่า 20% เนื่อง จากข้าวโพดมีราคาดี นายวุฒิชัย วงษ์นาคเพ็ชร์ พาณิชย์จังหวัดตาก กล่าวว่า ในปีนี้มีเป้าหมายขยายพื้นที่เพาะปลูกพืชอีก 2.4 แสนไร่ จากเดิมมีการลงทุนตั้งแต่ปี 2547 รวม 6 หมื่นไร่ และจะผลักดันการก่อสร้างถนนตามแผนงาน เดิมให้รัฐบาลชุดใหม่ เพื่อขยายเข้าสู่พื้นที่ชั้นในของพม่า นอกจากนี้จะเสนอให้ขยายการปลูกพืชพลังงานเพิ่มเติม เช่น มันสำปะหลัง อ้อย สบู่ดำ (ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 05/05/2551)
3.1 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ จัดเวทีนำเสนอเนื้อหาพระราชบัญญัติการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2551 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ โดยคณะอนุกรรมการสิทธิแรงงาน ร่วมกับเครือข่ายองค์กรเอกชนด้านแรงงานข้ามชาติ จัดเวทีนำเสนอเนื้อหาพระราชบัญญัติการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2551 เมื่อวันที่ 6 พ.ค. 51 เพื่อนำไปสู่ประเด็นข้อเสนอในเชิงนโยบายต่อการบริหารจัดการแรงงานข้ามชาติในประเทศไทย รวมถึงการออกเป็นกฎกระทรวง นายสุรพงษ์ กองจันทึก รองประธานคณะอนุกรรมการสิทธิมนุษยชนด้านชนชาติและแรงงานข้ามชาติ กล่าวว่า สาระสำคัญของกฎหมายฉบับนี้มี 3 ประเด็นหลัก คือ การกำหนดลักษณะงานที่คนต่างด้าวสามารถทำได้ให้เข้มงวดกว่าฉบับเก่า การกำหนดมาตรการการชำระค่าธรรมเนียมการจ้างที่เพิ่มขึ้น เพื่อจำกัดจำนวนคนต่างด้าวซึ่งไม่ใช่แรงงานฝีมือ หรือผู้ชำนาญการ ที่จะเข้ามาทำงานในราชอาณาจักร และการให้อำนาจแก่เจ้าหน้าที่รัฐในการจับกุมแรงงานต่างด้าวที่ผิด กฎหมายมีรางวัลสินบนนำจับ ทั้งนี้พระราชบัญญัติการทำงานของคนต่างด้าว ได้ประกาศใช้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2551 หลังจากยกเลิกกฎหมายฉบับเก่าที่ใช้มากว่า 30 ปี เพื่อให้กฎหมายสอดคล้องกับลักษณะการเคลื่อนย้ายแรงงานในระบบเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป แต่ทางเครือข่ายองค์กรเอกชนด้านแรงงานข้ามชาติ กังวลว่าอาจจะแก้ปัญหาการลักลอบเข้าเมืองของแรงงานต่างด้าวไม่ได้ เพราะการกำหนดชำระค่าธรรมเนียมที่เพิ่มขึ้นจากเดิม อาจทำให้แรงงานเหล่านี้ออกนอกระบบเพิ่มขึ้น เพราะต้องยอมรับว่าปัญหาที่เกิดขึ้นส่วนหนึ่งมาจากการเคลื่อนย้ายแรงงาน และทำงานไม่ต่อเนื่องของแรงงานต่างด้าว (สำนักข่าวเนชั่น วันที่ 07/05/2551) 3.2 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานหารือผู้อำนวยการใหญ่ไอแอลโอ ส่งเสริมคุณภาพชีวิตกลุ่มแรงงานที่เสียเปรียบ นางอุไรวรรณ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวภายหลังนายฮวน โซมาเวีย ผู้อำนวยการใหญ่องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) เข้าพบว่า ได้มีการหารือถึงการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านแรงงาน ครั้งที่ 20 ที่จะจัดขึ้นอย่างเป็นทางการในวันที่ 8 พฤษภาคมนี้ ซึ่งนายฮวนจะมีการบอกเล่าถึงประสบการณ์ที่ส่งเสริม Decent Work ให้กับแรงงานที่เสียเปรียบ อาทิ การขยายระบบประกันสังคมสู่แรงงานอิสระ การพิจารณากฎหมายใหม่เพื่อคุ้มครองแรงงานรับงานไปทำที่บ้าน การคุ้มครองลูกจ้างภาคเกษตรกรรม ซึ่งสิ่งที่หารือคิดว่าเป็นประโยชน์ โดยจะนำมาพิจารณาปรับใช้กับแรงงานไทยต่อไป นอกจากนี้ยังได้หารือถึงเรื่องการร่วมกันจัดระบบแรงงานข้ามชาติให้มีการเคลื่อนย้ายอย่างเป็นระบบและถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงานที่ทำงานในประเทศไทย (สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ วันที่ 06/05/2551) 3.3 ทีบีซีหารือเรื่องแรงงานข้ามชาติจากพม่าเข้า-ออกประเทศไทย พ.อ.พรเทพ วัชราพันธุ์ ผู้บังคับกรมทหารราบที่ 29 กองกำลังสุรสีห์ เผยถึงการประชุมคณะกรรมการประสานงานชายแดนส่วนท้องถิ่นไทย-พม่า หรือ ทีบีซี ครั้งที่ 28 ที่โรงแรมรอยัลปริ๊นเซสระนอง ระหว่างจังหวัดระนองกับจังหวัดเกาะสอง ประเทศพม่า ว่า ข้อหารือที่ฝ่ายไทยนำเสนอต่อที่ประชุม ได้แก่ (1) การขอลดระยะเวลาของการพำนักของชาวพม่าในพื้นที่จังหวัดระนอง จากเดิม 7 วัน เหลือเพียงแบบเช้ามาเย็นกลับ เพื่อตัดช่องว่างในการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวออกนอกพื้นที่ไปยังจังหวัดอื่น (2) ให้เรือหางยาวรับจ้างที่วิ่งระหว่างระนอง-เกาะสอง จอดเทียบท่ารับส่งผู้โดยสารได้เฉพาะที่ท่าเทียบเรือสะพานปลาเพียงแห่งเดียว (3) ผลักดันให้จังหวัดเกาะสองเป็นพื้นที่ส่งกลับชาวพม่าจากฝ่ายไทยอย่างเป็นทางการ เช่นเดียวกับเมืองเมียวดี - อ.แม่สอด และเมืองท่าขี้เหล็ก - อ.แม่สาย ในส่วนของพม่ามี พ.ท.จ่อจ่ออู ผู้บังคับกองพันเคลื่อนที่เร็วที่ 262 เป็นประธานฝ่ายพม่า เข้าร่วมประชุมบอกว่าเรื่องเข้าเมืองแบบเช้ามาเย็นกลับนั้นทางท้องถิ่นไม่มีอำนาจตัดสินใจเพราะเป็นข้อตกลงระหว่างรัฐบาลของทั้งสองประเทศ จะต้องเสนอไปให้คณะกรรมการประสานงานระดับภูมิภาคหรืออาร์บีซี เสนอรัฐบาลต่อไป ส่วนเรื่องระเบียบใหม่ของจังหวัดในการจอดเรือรับจ้างนั้นจะได้นำไปประกาศให้ชาว จ.เกาะสอง รับทราบต่อไป ทางเกาะสองก็เห็นด้วยกับเรื่องนี้ แต่สำหรับการกำหนดให้ จ.เกาะสอง เป็นจุดส่งกลับชาวพม่าอย่างเป็นทางการต้องเสนอให้หน่วยเหนือพิจารณาเช่นกัน (ข่าวสด วันที่ 30/04/2551)
4.1 บุช-ฮิวแมนไรท์สวอทช์ ประณามการลงประชามติในพม่า เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม ประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช ผู้นำสหรัฐได้ลงนามในคำสั่งลงโทษขั้นรุนแรงต่อพม่า ด้วยการอายัดทรัพย์สินทั้งหมดในสหรัฐอเมริกาของบริษัทที่เป็นของทางการพม่าในประเทศพม่า อันได้แก่ บริษัท เมียนมาร์ เจม เอ็นเตอร์ไพรส์, เมียนมาร์ เพิร์ล เอ็นเตอร์ไพรส์ และเมียนมาร์ ทิมเบอร์ เอ็นเตอร์ไพรส์ โดยบุชให้เหตุผลว่า บริษัทเหล่านี้หาประโยชน์จากแรงงานชาวพม่าที่ถูกกดขี่ข่มเหง แต่กลับสร้างความมั่งคั่งให้กับพวกทหารพม่า นอกจากนี้ บุชยังได้กล่าวถึงการลงประชามติว่าด้วยร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของพม่าที่จะมีขึ้นในวันที่ 10 พฤษภาคมนี้ว่า เป็นสิ่งที่ชาวพม่ารอคอยมานานที่จะได้พบกับประชาธิปไตยอย่างแท้จริง แต่ พล.อ.อาวุโส ตาน ฉ่วย ผู้นำสูงสุดพม่าและรัฐบาลพม่ากลับยังคงใช้วิธีการข่มขู่ชาวพม่าให้รับร่างรัฐธรรมนูญนี้และจับกุมตัวผู้ที่ต่อต้านรัฐธรรมนูญใหม่นี้ วันเดียวกัน กลุ่มฮิวแมนไรท์สวอทช์ ได้ออกมาวิจารณ์การลงประชามติของพม่าว่า เป็นเพียงการหลอกลวงของรัฐบาลทหารพม่าที่ต้องการจะสร้างความมั่นคงให้กับพวกทหารเท่านั้น เพราะที่ผ่านมารัฐบาลพม่ายังคงปราบปรามประชาชนอย่างกว้างขวาง ปิดกั้นเสรีภาพของสื่อมวลชน ห้ามการชุมนุมทางการเมืองและจับกลุ่มผู้ที่ต่อต้านรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งล้วนแล้วแต่แสดงให้เห็นว่าเสรีภาพและความยุติธรรมในการลงคะแนนไม่มีเหลืออยู่เลย นายแบรด อดัมส์ ผู้อำนวยการฮิวแมนไรท์สวอทช์ ประจำภูมิภาคเอเชีย กล่าวว่า ผู้นำพม่าได้แสดงให้เห็นธาตุแท้โดยการเดินหน้าจับผู้คนที่ต่อต้านการลงประชามติว่าด้วยร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และปฏิเสธสิทธิของประชาชนในการพูดถึงร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าว (มติชน วันที่ 03/05/2551 |
| << | พฤษภาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |