พิมพ์หน้านี้
|
Newsline ประจำวันที่ 8 พฤษภาคม 28 พฤษภาคม 2551 สรุปข่าวที่เกี่ยวข้องกับประเทศพม่าประจำวันพฤหัสบดีที่ 8 พฤษภาคม ถึงวันพุธที่ 28 พฤษภาคม2551
1.1 รัฐบาลพม่าขยายเวลากักบริเวณนางซูจีออกไปอีก 6 เดือน
รัฐบาลเผด็จการทหารพม่าตัดสินใจขยายเวลาในการกักบริเวณนางออง ซาน ซูจี ผู้นำพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย หรือเอ็นแอลดี ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้าน ออกไปอีก 6 เดือน โดยไม่สนเสียงเรียกร้องของนานาชาติให้ปล่อยตัวเธอ ซึ่งถูกกักบริเวณมามากกว่า 12 ปีจาก 18 ปีที่ผ่านมา การกักบริเวณ นางซูจี ถูกขยายเวลาออกไปอย่างเป็นทางการในบ่ายวันอังคารที่ 27 พ.ค. หลังจากเวลาการกักบริเวณในรอบปัจจุบันจะสิ้นสุดลงในวันพุธที่ 28 ซึ่งการขยายเวลากักบริเวณดังกล่าวเป็นทางการแล้ว เมื่อเธอได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่รัฐบาลทหารพม่า มีรายงานข่าวแจ้งว่า มีเจ้าหน้าที่รัฐบาล 7 คน เดินทางเข้าไปยังบ้านพักของนางซูจี บริเวณทะเลสาบในกรุงย่างกุ้งเมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือตรงกับ 16.30 น. ของวันอังคารตามเวลาในไทย ก่อนหน้านี้รัฐบาลเผด็จการทหารพม่า คุมเข้มมาตรการรักษาความปลอดภัยในบริเวณรอบบ้านพักของนางซูจีเมื่อวันอังคาร โดยรถบรรทุกของตำรวจ 6 คัน จอดอยู่ใกล้สำนักงานใหญ่ของพรรคเอ็นแอลดีในกรุงย่างกุ้ง ในขณะที่ตำรวจนอกเครื่องแบบก็ยืนตรวจตราอยู่บริเวณถนน นอกจากนี้ยังมีตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบพร้อมด้วยอาสาสมัครที่สนับสนุนรัฐบาลเผด็จการก็ยืนรักษาความปลอดภัย ใกล้บ้านพักของนางซูจี ส่วนตำรวจได้กวาดจับสมาชิกพรรคฝ่ายค้านประมาณ 20 คนเมื่อวันอังคาร ขณะที่นางซูจี รอการตัดสินใจจากรัฐบาลเผด็จการว่าจะปล่อยตัวเธอเป็นอิสระหรือจะขยายเวลาการกักบริเวณที่ดำเนินมาติดต่อกัน 5 ปีแล้วออกไปอีก ทั้งนี้ผู้เห็นเหตุการณ์กล่าวว่า ตำรวจปราบจลาจลผลักสมาชิกของพรรคเอ็นแอลดีขึ้นรถบรรทุกคันหนึ่ง ขณะที่พวกเขาเดินขบวนจากสำนักงานของพรรคไปยังบ้านพักของนางซูจี นายบัน คี มูน เลขาธิการสหประชาชาติหรือยูเอ็น เปิดเผยว่า มีความผิดหวังและเสียใจที่รัฐบาลทหารพม่า ขยายเวลาการกักขังนางออง ซาน ซูจี หัวหน้าพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตยหรือเอ็นแอลดี ไว้ในบ้านพักต่อไปอีก 1 ปี และตนให้คำมั่นว่าจะพยายามอย่างเต็มที่ ที่จะทำให้รัฐบาลทหารพม่าปล่อยตัวผู้นำฝ่ายค้านรายนี้ ขณะเดียวกันทางด้านสหภาพยุโรปหรืออียูได้แสดงท่าทีผิดหวังอย่างรุนแรงต่อกรณีรัฐบาลทหารพม่ากักขังนางซูจีต่อไป ประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิ้ลยู บุชของสหรัฐฯ บอกว่า กลุ้มใจมากที่พม่าตัดสินใจแบบนี้ สหรัฐฯกับอียูต่างเรียกร้องให้พม่าปล่อยนางซูจีกับบรรดานักโทษการเมืองในพม่า และประธานาธิบดีบุชได้ย้ำข้อเรียกร้องให้พม่าเริ่มเจรจาอย่างจริงจังกับนางซูจีด้วย นายนพดล ปัทมะ กล่าวว่าในฐานะที่ประเทศไทยจะเป็นประธานอาเซียนในเดือนกรกฎาคมนี้ อยากเห็นกระบวนการปรองดองแห่งชาติในพม่าเดินหน้าต่อไปตามบันได 7 ขั้น ซึ่งขั้นตอนแรกคือ การลงประชามติ ที่ดำเนินการเรียบร้อยไปแล้ว และหวังว่าให้มีการเลือกตั้งในปี 2553 แต่ประเทศไทยไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงกิจการภายในของรัฐบาลพม่าได้ นอกจากนั้นยังมั่นใจว่า นานาชาติจะไม่งดให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพายุไซโคลนนาร์กิส โดยนำประเด็นนี้มาเป็นเงื่อนไขในการกดดันให้รัฐบาลพม่าปล่อยตัวนางออง ซาน ซู จี นายวิรายูดา กล่าวว่า อินโดนีเซียและสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ผิดหวังต่อการตัดสินใจของพม่า และขอเรียกร้องให้รัฐบาลพม่าปล่อยตัวนางซู จี และนักโทษการเมืองคนอื่น ๆ การตัดสินใจขยายเวลากักตัวนางซู จี นับว่าขัดต่อประชาคมระหว่างประเทศ ส่วนสิงคโปร์ออกมาแสดงความผิดหวังต่อกรณีที่รัฐบาลทหารพม่าขยายเวลาการกักบริเวณนางออง ซาน ซู จี ต่อไปอีก (สรุปจากหนังสือพิมพ์ฉบับภาษาไทย วันที่ 28/05/2551) 1.2 พม่าเปิดเผยว่า ไร่นากว่าล้านเอเคอร์ถูกน้ำท่วมจากไซโคลนนากิส นสพ.นิวไลท์ออฟเมียนมาร์รายงานว่า ไร่นากว่า 1 ล้านเอเคอร์ถูกน้ำท่วมจากไซโคลนนากิส ขณะที่วัวควายตายไป 280,000 ตัว ทำให้เกษตรกรต้องการรถแทรคเตอร์ น้ำมัน เมล็ดพันธุ์ และความช่วยเหลืออื่นๆ ก่อนเข้าฤดูเพาะปลูกที่จะถึงในอีกไม่กี่สัปดาห์หน้า (กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 28/05/2551) 1.3 รัฐบาลทหารพม่ายอมให้ทุกคนเข้าไปบริจาคสิ่งของในพื้นที่ประสบภัยได้ หนังสือพิมพ์นิว ไลท์ ออฟ เมียนมาร์รายงานเมื่อวันที่ 28 พ.ค. ว่า ผู้บริจาคสิ่งของบรรเทาทุกข์ทุกคนสามารถเข้าไปในพื้นที่ประสบภัยพายุไซโคลนนาร์กิสได้อย่างอิสระและจะบริจาคให้ใครหรือในพื้นที่ไหนก็ได้ แต่ควรเลี่ยงการบริจาคที่ไม่มีระบบระเบียบ และการกระทำใดๆที่จะเป็นการทำลายภาพพจน์ของประเทศพม่าและประชาชน คำประกาศของทางการพม่าครั้งนี้เป็นการผ่อนปรนมากขึ้น หลังจากมีรายงานว่าตำรวจในบางพื้นที่ขับไล่ผู้ประสบภัยที่เข้าแถวรอตามสองข้างทางเพื่อขอรับบริจาคจากรถยนต์ที่แล่นผ่าน บางทีก็ขู่ยึดใบขับขี่จากคนที่ขับรถยนต์นำอาหารเสื้อผ้าไปแจกจ่ายให้ผู้ประสบภัย นอกจากนี้นายบัน คี-มุน เลขาธิการสหประชาชาติ บอกว่า เริ่มมีสัญญาณของความร่วมมือระหว่างรัฐบาลทหารและประชาคมโลก โดยเจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์ต่างชาติหลายคนสามารถเข้าไปถึงพื้นที่ประสบภัยในบริเวณลุ่มแม่น้ำอิระวดีโดยไร้ปัญหา ขณะเดียวกันจอห์น โฮมส์ เจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านมนุษยธรรมของยูเอ็น บอกว่า พม่าได้ออกวีซ่าให้กับเจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์ต่างชาติเพิ่มมากขึ้นเมื่อเทียบกับหนึ่งสัปดาห์ที่แล้ว เมื่อวันที่ 27 พ.ค. สถานีโทรทัศน์ เอ็มอาร์ทีวี ของทางการพม่า ได้แพร่ภาพทีมผู้เชี่ยวชาญจากโครงการอาหารโลก หรือ ดับเบิลยูเอฟพี เข้าไปสำรวจพื้นที่ประสบภัยและโกดังเก็บสิ่งของบรรเทาทุกข์ในเมืองลาบุตตาและโบกาเลย์ และคณะแพทย์ไร้พรมแดนของฝรั่งเศส บอกว่า สมาชิกของทีมได้เข้าไปถึงหมู่บ้านห่างไกลรอบเมืองโบกาเลย์ ซึ่งเป็นที่ประชาชนไม่ได้รับประทานอาหารมานาน 3 วันแล้ว (คมชัดลึก วันที่ 28/05/2551) 1.4 พรรคฝ่ายค้านพม่าไม่ยอมรับผลการลงประชามติหยั่งเสียงประชาชนเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่รัฐบาลจัดลงประชามติเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา
แถลงการณ์ซึ่งออกเนื่องในโอกาสครบรอบปีที่ 18 ที่พรรคเอ็นแอลดีมีชัยชนะการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อปี 2533 ระบุว่า การลงประชามติดังกล่าวไม่บริสุทธิ์ยุติธรรมและไม่ได้ยึดเจตนารมณ์ของผู้ลงประชามติ นอกจากนี้พรรคเอ็นแอลดี ยังประณามรัฐบาลที่จัดการลงประชามติทั้งๆที่ประชาชนยังได้รับความเดือดร้อนจากพายุไซโคลนนาร์กิส และต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนด้วย โดยพรรคเอ็นแอลดีกล่าวว่า รัฐบาลไม่ให้ความสนใจต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน และสนใจเฉพาะอำนาจทางการเมืองและผลประโยชน์เท่านั้น (สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ วันที่ 27/05/2551) 1.5 พม่าพลิกวิกฤติเป็นโอกาสถ่ายหนังในพื้นที่นาร์กิสถล่ม
รัฐบาลทหารพม่าซึ่งถูกตำหนิเรื่องล่าช้าในการช่วยเหลือเหยื่อไซโคลนนาร์กิสพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสด้วยการถ่ายทำภาพยนตร์ในพื้นที่เกิดเหตุ สร้างเรื่องราวเกี่ยวกับการลงโทษของเทพเจ้าโดยอาศัยฉากที่เกิดขึ้นจริงจากวาตภัยครั้งร้ายแรง บริษัทเอกชนแห่งหนึ่งกำลังถ่ายทำฉากนักแสดงคนหนึ่งในชุดเทพเจ้าสวมที่คาดศีรษะติดใบปาล์มร่ายรำบนทางเท้าที่ยังเต็มไปด้วยซากต้นไม้หักโค่นหลังไซโคลนถล่มเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม สถานที่ถ่ายทำเป็นสถานที่จริงข้างพีเพิลส์ปาร์คในนครย่างกุ้ง นายหลี่ กง ผู้ช่วยผู้กำกับเผยว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้เล่าถึงตำนานของไซโคลนและการลงโทษของเทพเจ้า มีกำหนดออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ของทางการพม่า (สำนักข่าว INN วันที่ 27/05/2551) 1.6 พายุไซโคลนทำให้ทหารพม่าต้องปล้นสะดมราษฏรแถบชายแดนมากยิ่งขึ้น ชาวบ้านและกลุ่มเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชนบริเวณพรมแดนพม่าเปิดเผยว่า ผลกระทบจากพายุไซโคลนนาร์กิสได้มาถึงบริเวณชายแดนแล้ว โดยทหารชายแดนของพม่าที่ได้รับเงินเดือนน้อยพากันหันมาปล้นสะดมชาวบ้านบริเวณชายแดนกันบ่อยครั้งมากขึ้น เนื่องจากหวั่นเกรงว่า ภาวะขาดแคลนอาหารอย่างหนักกำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ ทั้งนี้เพราะทหารที่อยู่ในเมืองคาเลโมพึ่งพาสะเบียงจากเขตปากแม่น้ำอิระวดีเป็นหลัก สำหรับสิ่งของที่มักถูกทหารปล้นหรือยึดก็คือ ข้าวสาร ปลา และไม้ฟืน นอกจากนั้นยังปล้นเอาเงินจากชาวบ้าน เพราะหวั่นเกรงว่าจะไม่ได้รับเงินเดือนจากทางการเนื่องจากเงินที่จะมาจ่ายเป็นเงินเดือนอาจถูกนำไปใช้ช่วยเหลือผู้ประสบภับจากพายุไซโคลนนาร์กิส ทหารพม่าเหล่านี้ได้รับเงินเดือนคนละ 14,000 จั๊ต หรือราว 380 บาทเท่านั้น เจ้าหน้าที่รัฐคนหนึ่งกล่าวถึงทหารว่า จิตใจโหดเหี้ยมผิดมนุษย์ คิดถึงแต่ตัวเอง ไม่เคยมีความสงสารประชาชน ทหารพม่าแถบชายแดนมักตั้งด่านรีดไถรถยนต์ที่ผ่านไปมาคันละ 1 แสนจั๊ต พื้นที่ส่วนใหญ่มีสภาพไร้กฎหมาย และคำสั่งของทหารคือกฎหมาย (สำนักข่าวไทย วันที่ 24/05/2551) 1.7 ประธานาธิบดีสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง(เคเอ็นยู) เสียชีวิตแล้ว
ตามที่นายซอบาติน เส่ง อายุ 82 ปี ประธานาธิบดีสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยงอิสระ KNU (เคเอ็นยู.) ได้ถึงแก่อสัญกรรมด้วยโรคชรา ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในพื้นที่ชายแดนไทย-พม่า เมื่อกลางดึกของวันที่ 22 พฤษภาคม 2551 ที่ผ่านมา คณะกรรมการและแกนนำคนสำคัญของกะเหรี่ยงเคเอ็นยูได้นำศพไปทำพิธียังฐานที่มั่นค่ายโกลาเฮง กองพลที่ 7 ตรงข้ามอำเภอท่าสองยาง จ.ตาก เพื่อนำไปประกอบพิธีทางศาสนาคริสต์ และจะทำพิธีฝังศพในวันอาทิตย์ที่ 25 พ.ค. ภายหลังประกอบพิธีงานศพแล้ว คาดว่าคณะกรรมการบริหารระดับสูงและสภาของกะเหรี่ยงจะมีการประชุมเพื่อคัดเลือกประธานาธิบดีคนใหม่มาสืบแทนตำแหน่งของนายซอบาติน โดยผู้นำระดับสูงส่วนใหญ่เห็นว่า พล.อ.มูตู ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นผู้ที่มีความเหมาะสมสูงสุด ที่คาดว่าคณะกรรมการบริหารและสภาสูงสุดของกะเหรี่ยง จะเลือกให้เป็นประธานาธิบดีคนใหม่ โดย พล.อ.มูตู เป็นฝ่ายทหารและคุมกำลังพลของทหารกะเหรี่ยง รวมทั้งเป็นที่ยอมรับของฝ่ายพลเรือนในระดับที่น่าพอใจ ส่วนนายทูทูเลย์ เลขาธิการเคเอ็นยู คนที่ 1 นั้น เป็นคนหนึ่งที่ถูกจับตาในการขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี แต่นายทูทูเลย์เป็นฝ่ายพลเรือนที่ไม่มีอำนาจทางทหาร คณะกรรมการส่วนใหญ่จึงมีความเห็นเบื้องต้นว่ายังไม่เหมาะสม และเพิ่งขึ้นมาดำรงตำแหน่งแทนนายปาโด้มาร์ชาร์ อดีตเลขาธิการเคเอ็นยูที่ถูกลอบสังหารเสียชีวิตเมื่อ 4-5 เดือนก่อน สำหรับนายซอบาติน เส่ง ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของเคเอ็นยู ต่อจากนายพลโบเมียะ อดีตประธานาธิบดีเคเอ็นยู ที่ล่วงลับไปแล้ว มาจนถึงปัจจุบัน โดยมีภรรยาชื่อนางหน่อโอง หม่าย มีลูกทั้งหมด 4 คน บุตรสาว 3 คน บุตรชาย 1 คน สำหรับบทบาทที่ผ่านมาของนายซอบาติน เส่ง ตลอดชีวิตการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ไม่มีบทบาททางการเมืองมากนัก เนื่องมาจากปัญหาสุขภาพ และในระยะหลังสุดทางกองทัพไทยมีนโยบายชัดเจนในการกดดันไม่ให้กองกำลังกะเหรี่ยงเคเอ็นยู. เคลื่อนไหวในประเทศไทย จึงทำให้บทบาทของกะเหรี่ยงเคเอ็นยู.ลดลงในระยะหลังนี้ ทั้งนี้ ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา มีอดีตผู้นำกะเหรี่ยง เสียชีวิตไปแล้วหลายคน เช่น นายพลโบเมียะ นายพลส่วยชัย นายปาโด้มาช่าร์ ฯลฯ โดยสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยงอิสระ เคเอ็นยู.แยกตัวและประกาศอิสรภาพเพื่อปกครองตนเองภายใต้กฎหมายแห่งรัฐกะเหรี่ยงเมื่อเกือบ 60 ปีก่อน ปัจจุบันกองทัพเคเอ็นยูได้อ่อนกำลังลงภายหลังนายพลโบเมียะ อดีตประธานาธิบดีและผู้นำทางทหารได้เสียชีวิตลง ส่วนการเจรจากับรัฐบาลทหารพม่า ไม่มีความคืบหน้าเพราะหลัง พล.อ.ขิ่นยุ้นต์ อดีต นายกรัฐมนตรีถูกปฏิวัติยึดอำนาจ ทำให้การเจรจาระหว่างพม่ากับกะเหรี่ยงจบสิ้นไปด้วย (ผู้จัดการ วันที่ 23/05/2551)
2.1 ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก เป็นประธานประชุมแก้ไขปัญหารถโดยสารสองแถวเดือดร้อน เนื่องจากรถโดยสารจากพม่าแย่งคิวโดยสาร นายชุมพร พลรักษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับผู้ประกอบการรถสองแถวโดยสาร ที่ได้รับผลกระทบและความเดือดร้อนจากการที่มีรถตู้โดยสารของชาวพม่ามาแย่งคิวโดยสารโดยนำผู้โดยสารจากฝั่งพม่ามาส่งถึงในเขตเมืองแม่สอด ทำให้ผู้ประกอบการรถโดยสารชาวงไทยขาดรายได้ ซึ่งการประชุมครั้งนี้มีขนส่งจังหวัดตาก-ฝ่ายปกครองอำเภอแม่สอด-ตำรวจจราจร สภ.แม่สอด-ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.)ในพื้นที่ ภาคเอกชนหอการค้าจังหวัดตาก และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมกว่า 30 คนที่ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอแม่สอด จ.ตาก โดยที่ประชุมจะได้นำข้อเสนอและปัญหาความเดือดร้อนของผู้ประกอบการรถโดยสารไทย นำสู่แนวทางการแก้ไข 2 แนวทางคือ 1.เสนอฝ่ายพม่าขอให้รถโดยสารไทยเข้าไปส่งชาวพม่าในจังหวัดเมียวดีและไปถึงเมืองปางกาน(ติ่นกานยิ่นหน่อง) เพื่อรองรับการที่พม่าได้ตั้งเมียวดีเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน 2.กำหนดจำนวนรถโดยสารของพม่าที่จะเข้ามาส่งผู้โดยสารยังฝั่งไทย ให้อยู่ในระดับเดียวกับจำนวนรถโดยสารไทย ซึ่งปัจจุบันมีรถตู้โดยสารพม่าที่รับ-ส่ง ผู้โดยสาร มีมากกว่า 100 คันแล้วและมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้น ก่อนหน้านี้ผู้ประกอบการรถรับจ้างโดยสารสองแถว แม่สอด-ริมเมย จำนวนนับ100 คัน ได้ยื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดตากเพื่อขอให้แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนที่มีรถตู้โดยสารพม่ามาแย่งคิวและผู้โดยสาร จนทำให้ผู้ประกอบการคนไทยขาดรายได้ จากที่เคยได้รับวันละ 300-400 บาท เหลือเพียงวันละไม่เกิน 150 บาท ประกอบกับกำลังประสบปัยหาภาวะน้ำมันแพงผสมประสานเข้าไปอีก ผู้ประกอบการไทยต้องการให้จำกัดรถตู้พม่าที่จะเข้ามาส่งผู้โดยสาร เฉพาะระดับ VIP เท่านั้น อย่างไรก็ตามผู้ว่าราชการจังหวัดตากจะได้นำเรื่องนี้หารือกับฝ่ายพม่าเพื่อหาทางออกให้ผู้เดือดร้อนและได้รับผลกระทบอย่างดีที่สุด แต่ต้องขึ้นอยู่กับฝ่ายพม่าด้วยว่าจะเห็นด้วยกับข้อเสนอของฝ่ายไทยหรือไม่ ซึ่งจะต้องมีการเจรจากันต่อไป เดิมผู้ประกอบการรถสองแถวไทย ได้เคยเสนอให้รถตู้พม่ามาส่งผู้โดยสารได้ที่เชิงสะพานมิตรภาพไทย-พม่า และขอให้รถโดยสารไทย นำมาส่งในเมืองแม่สอด แต่ฝ่ายพม่าไม่ยอม ทำให้เกิดปัญหาเรื่อยมา และผู้ประกอบการฝ่ายไทยได้ทำหหนังสือยืนร้องเรียนและแสดงถึงปัญหาความเดือดร้อนไปยังกรมกอง-กระทรวงที่เกี่ยวข้องและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดตาก เป็นประธานคณะทำงานในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว (สำนักข่าว INN วันที่ 28/05/2551) 2.2 สภาอุตสาหกรรมจังหวัดตาก ระบุว่าจากเหตุการณ์นาร์กิส ทำให้ยอดส่งออกการค้าชายแดนแม่สอดเพิ่มขึ้น นายชัยยุทธ เสณีตันติกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดตาก กล่าวว่า หลังจากที่ประเทศพม่าประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติจากพายุนาร์กิสพัดถล่มนานกว่า 2 สัปดาห์ ส่งผลให้ประชากรเสียชีวิตและสูญหายกว่า 133,000 ราย ประชาชนได้รับความเดือดร้อนจำนวน 2.4 ล้านคน และบ้านเรือนได้รับความเสียหายอีกเป็นจำนวนมาก ขณะนี้หลายฝ่ายก็เร่งระดมความช่วยเหลือ ส่งผลให้ประเทศไทย ได้รับอานิสงส์เรื่องการซื้อ-ขายสินค้า บริเวณชายแดนติดกับประเทศพม่าเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครื่องอุปโภคบริโภคทั้งอาหารแห้ง น้ำดื่ม และข้าวสาร ส่งผลให้มูลค่าซื้อ-ขาย สินค้าเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว นอกจากนี้สินค้าประเภทอุปกรณ์ก่อสร้าง เหล็กเส้น สังกะสี นับเป็นสินค้าที่มียอดการสั่งซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ซึ่งราคาเหล็กเส้น มีการปรับตัวสูงขึ้นจากเดิมตันละ 10,000 บาท ปรับราคาเพิ่มเป็นตันละกว่า 30,000 บาท เนื่องจากสินค้าขาดตลาด พ่อค้าเข้ามากว้านซื้อเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้การค้าบริเวณพรมแดนไทย-พม่า โดยเฉพาะในพื้นที่ ริมฝั่งแม่น้ำเมย บริเวณอำเภอแม่สอด และสะพานมิตรภาพไทย-พม่า พบว่ามีพ่อค้าชาวพม่าเดินข้ามฝั่งมาซื้อสินค้าจำนวนมาก โดยตั้งแต่ต้นปี 2551 จนถึงขณะนี้ พบว่ามีมูลค่าการส่งออกสินค้าผ่านด่านศุลกากรแม่สอด แล้วกว่า 20,000 ล้านบาท ซึ่งมีมูลค่าเทียบเท่ากับมูลค่าส่งออกปี 2550 ตลอดทั้งปี และคาดการณ์ว่าสิ้นสุดปี 2551 มูลค่าสินค้าส่งออกเพิ่มสูงขึ้นอีก 10-15% ด้านนายหาญศักดิ์ วัลลศิริ นายด่านศุลกากรแม่สอด อ.แม่สอด จ.ตาก กล่าวว่า ตั้งแต่ประเทศพม่าประสบกับภัยธรรมชาติพายุไซโคลนนาร์กิส ส่งผลให้การค้าชายแดนบริเวณด่านศุลกากรแม่สอดคึกคัก เป็นอย่างมาก มีการขนส่งสินค้าส่งออกทั้งของบริจาคจากส่วนราชการ หน่วยงานต่างๆ ระดมสิ่งของให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน เพราะด่านศุลกากรแม่สอด ถือเป็นจุดสต็อกสินค้าก่อนส่งออกไปประเทศพม่า รวมถึงมีการสั่งซื้อสินค้าจากประเทศไทยเป็นจำนวนมาก โดยรัฐบาลประเทศพม่า ได้นำเงินที่ได้รับบริจาคมาใช้จ่ายทั้งเครื่องอุปโภคบริโภค วัสดุ และอุปกรณ์ในการก่อสร้าง ขณะนี้อุปกรณ์ก่อสร้าง โดยเฉพาะสังกะสี มียอดการสั่งซื้อ และส่งออกเป็นจำนวนมาก เพื่อนำไปสร้างบ้านเรือนให้กับประชาชนพม่า ส่งผลให้สินค้าขาดตลาด เพราะทั้งรัฐบาลพม่า และพ่อค้าเข้ามากว้านซื้อตั้งแต่เกิดเหตุการณ์พายุนาร์กิสถล่มขึ้น แต่ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการรวบรวมยังไม่สามารถสรุปเป็นตัวเลขได้ รวมถึงน้ำมันดีเซล ก็มียอดสั่งซื้อเพิ่มขึ้นเช่นกัน เพื่อนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงในการขนส่งสินค้า และอำนวยความสะดวกในการช่วยเหลือประชาชน ทั้งนี้ ช่วง 3 สัปดาห์หลังเกิดเหตุการณ์พายุนาร์กิสในประเทศพม่า ส่งผลให้มูลค่าการส่งออกสินค้าเพิ่มขึ้นกว่า 300 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 55% เมื่อเปรียบเทียบจากช่วงเดียวกันของปี 2550 ขณะที่ในส่วนของสินค้านำเข้า พบว่ากลับมีมูลค่าลดลง 4% จากเดิมที่เคยนำเข้าวันละ 100 ล้านบาท สาเหตุเกิดจากการคมนาคมขนส่งในประเทศพม่าที่ยังไม่สะดวก เส้นทางเดินรถถูกตัดขาด ดังนั้นส่งผลให้สินค้าที่เคยนำเข้าจากพม่าจึงลดปริมาณลงไปด้วย (กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 27/05/2551) 2.3 ไทย-พม่าลงนามว่าด้วยการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกทวาย และการเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคมสู่กรุงเทพฯ วันที่ 19 พ.ค. ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งตรงกับเวลา 08.00 น. ตามเวลาในประเทศไทย นายนพดล ปัทมะ รมว.ต่างประเทศ ที่เดินทางไปร่วมประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนสมัยพิเศษ ที่ประเทศสิงคโปร์ ได้ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกทวาย และการเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคมสู่กรุงเทพฯ กับ นายญาณ วิน รมต.ต่างประเทศพม่า ที่ห้องอคาเซีย บอลรูม โรงแรมแชงกาลีร่า ประเทศสิงคโปร์ นายนพดล เผยว่า เป็นการลงนามร่วมกันระหว่างไทยกับพม่าในการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกทวาย และจะพัฒนาถนนเชื่อมโยงระหว่างท่าเรือน้ำลึกทวาย มายังประเทศไทย 130 กิโลเมตร และจะพัฒนาโครงการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับท่าเรือนี้ พื้นที่ทวายอยู่ด้านตะวันตกเฉียงใต้ของพม่ามีความเหมาะสมที่จะพัฒนาท่าเรือน้ำลึก เพราะต่อไปการขนส่งสินค้าจากยุโรป ตะวันออกกลางมาทางมหาสมุทรอินเดียหรือทะเลอันดามัน สามารถขึ้นมาที่ทวาย ขนมาที่จ.กาญจนบุรี-กรุงเทพฯ-แหลมฉบัง ซึ่งจะง่ายขึ้น หรือขนไปทางเหนือชุมทางบ้านภาชี-บัวใหญ่-หนองคาย เข้าลาว หรือไปทางเชียงรายเข้าจีนตอนใต้ จะประหยัดได้กว่า 10 วัน โครงการนี้สอดคล้องกับการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจตะวันตก-ตะวันออก ที่สำคัญทางการจีนสนใจสร้างรถไฟรางคู่ที่วิ่งด้วยความเร็วเกือบ 200 ก.ม.ต่อชั่วโมงด้วย (ข่าวสด วันที่ 20/05/2551) 2.4 ชาวพม่านำทองคำรูปพรรณมาขายที่ร้านทองในตลาดแม่สอดเพิ่มมากขึ้น ที่ชายแดนไทย-พม่า อ.แม่สอด จ.ตาก ได้มีชาวพม่านำทองคำรูปพรรณมาขายที่ร้านทองในตลาดแม่สอดจำนวนเพิ่มมากขึ้น ภายหลังราคาทองคำในเมืองไทยมีราคาสูงขึ้นกว่า 11,500 บาท ทำให้ชาวพม่าที่กำลังได้รับความเดือดร้อนจากสภาพเศรษฐกิจที่ตกต่ำและประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากพายุไซโคลนนากีส ได้นำทองที่มีอยู่มาขายเพื่อนำเงินไปใช้จ่าย เนื่องจากในพม่านั้นราคาทองคำจะมีราคาถูกกว่าในเมืองไทยอย่างมาก เพราะพม่ามีเหมืองทองคำและมีสายแร่ทองคำทางตอนเหนือของประเทศจำนวนมาก นายสุชาติ ตรีรัตน์วัฒนา ประธานที่ปรึกษาหอการค้าจังหวัดตาก กล่าวว่า การที่มีชาวพม่านำทองคำที่มีอยู่มาขายเป็นเรื่องปกติ ที่มีอยู่ประจำทุกวัน เพราะบางครั้งต้องหมุนเงินหรือนำเงินไปทำการค้า ส่วนในช่วงนี้น่าจะมีมากขึ้นเนื่องจากเพิ่มเงินลงทุนเพื่อซื้อและนำสินค้าวัสดุก่อสร้างไปขายในเมืองที่ประสบวาตภัย ที่บริเวณทางตอนเหนือของพม่า ชายแดนจีน-พม่า บริเวณเมืองมัณฑะเลย์ ขึ้นไปรวมทั้งในรัฐคะฉิ่น ซึ่งบริเวณดังกล่าวมีเหมืองทองคำและเหมืองอัญมณีสำคัญ ที่รัฐบาลปิดห้ามไม่ให้ประชาชนชาวพม่าเข้าไปบริเวณดังกล่าวปรากฏว่าขณะนี้ได้มีชาวพม่าที่เดือดร้อนและไม่มีรายได้ ได้พยายามลักลอบเข้าไปขุดแร่ทองคำและอัญมณี ทำให้รัฐบาลได้ส่งกำลังทหารพม่า เข้าไปสำรวจและป้องกันประชาชนไม่ให้เข้าไปในพื้นที่ดังกล่าว (สยามรัฐ วันที่ 15/05/2551)
3.1 เหตุการณ์พายุนาร์กิสถล่มประเทศพม่าอาจจะทำให้มีแรงงานจากพม่าหลั่งไหลเข้าสู่ประเทศไทยมากขึ้น เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม ที่กระทรวงแรงงาน คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การแรงงานและสวัสดิการสังคม วุฒิสภา นำโดย พล.ต.ต.ขจร สัยวัตร์ ประธาน กมธ. ได้เดินทางรับฟังบรรยายสรุปพร้อมทั้งแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคณะผู้บริหารกระทรวงแรงงานซึ่งนำโดยนางอุไรวรรณ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และนายจุฑาธวัช อินทรสุขศรี ปลัดกระทรวงแรงงาน ทั้งนี้ ส่วนใหญ่คณะกรรมาธิการได้สะท้อนปัญหาการหลอกลวงแรงงานไปทำงานต่างประเทศ และปัญหาค่าจ้างขั้นต่ำที่ควรทบทวนปรับเพิ่ม นายพีระ มานะทัศน์ ส.ว.ลำปาง กล่าวว่า เหตุการณ์พายุนาร์กิสถล่มประเทศพม่าทำให้เกิดสภาวะว่างงานขึ้นมาก และคาดว่าจะมีแรงงานพม่าหลั่งไหลเข้าสู่ประเทศไทยมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบด้านความมั่นคงดังนั้น จึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะแรงงานเหล่านี้พาลูกและครอบครัวมาด้วย ที่สำคัญคือหวั่นเกรงว่าจะมีการนำโรคต่างๆ เข้ามาแพร่ระบาด ทั้งนี้ ในส่วนของกระทรวงแรงงานได้ทำเอกสารชี้แจงในประเด็นนี้ว่าการเกิดพายุนาร์กิสจะเป็นปัจจัยหนึ่งที่ผลักดันให้แรงงานพม่าอพยพยข้ามแดนมาประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น ซึ่งต้องร่วมกันพิจารณากำหนดแนวทางในการบริหารจัดการ ซึ่งกรมการจัดหางานได้เฝ้าระวังปัญหาการอพยพข้ามแดนของแรงงานพม่าดังนี้ 1.บูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง 2.ตรวจสอบ จับกุมและดำเนินคดีผู้กระทำการฝ่าฝืน 3.สร้างเครือข่ายในการแจ้งเบาะแสการลักลอบจ้างแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย นอกจากนี้ คณะกรรมการบริหารแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง (กบร.) ซึ่งมีนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการสกัดกั้นแรงงานต่างด้าวลักลอบทำงานโดยมีรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเป็นประธาน (มติชน วันที่ 28/05/2551) 3.2 ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง ส่งแรงงานจากพม่าที่รอดชีวิตจากรถห้องเย็นกลับบ้าน
เมื่อวันที่ 19 พ.ค. บริเวณท่าเรือ จ.ระนอง นางกาญจนาภา กี่หมัน ผู้ว่าราชการ จ.ระนอง เดินทางไปส่งแรงงานชาวพม่าที่รอดชีวิตจากเหตุการณ์ที่แรงงานชาวพม่าเสียชีวิตหมู่ในห้องเย็น 54 คน โดยแรงงานที่เหลือลงเรือข้ามไปยังเกาะสอง เพื่อมอบให้กับทางการพม่า โดยผู้รอดชีวิตที่เหลืออีก 10 คน ทางการไทยขอกันตัวไว้เป็นพยานเพื่อสอบสวนขยายผลและดำเนินคดีกับขบวนการค้าแรงงานชาวพม่าที่ถูกจับกุมได้แล้ว 5 คน โดยบริษัทประกันภัยตกลงจะจ่ายเงินชดเชยค่าเสียหายให้กับญาติแรงงานชาวพม่าที่เสียชีวิตทั้ง 54 คน โดยให้นำหลักฐานประสานกับคณะกรรมการประสานงานชายแดนส่วนท้องถิ่นไทย - พม่า และทรัพย์สินขิงผู้เสียชีวิต ทาง จ.ระนอง ได้ทำบัญชีส่งให้ญาติตรวจสอบต่อไป สำหรับเหตุการณ์ครั้งนี้ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 เมษายน เมือ่รถห้องเย็น ลักลอบนำแรงงานชาวพม่าหลบหนีเข้าเมืองจำนวน 121 คน จะเดินทางไปทำงานที่ จ.ภูเก็ต แต่ระหว่างทางเครื่องทำความเย็นเกิดขัดข้องอากาศไม่หมุนเวียน ทำให้แรงงานชาวพม่าขาดอากาศหายใจ และเสียชีวต 54 คน (ผู้จัดการ วันที่ 19/05/2551)
4.1 จังหวัดแม่ฮ่องสอนตรวจสอบสถานภาพกะเหรี่ยงคอยาวในพื้นที่อำเภอเมือง
นายธงชัย วงษ์เหรียญทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์สั่งการชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านด้านพม่าจังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า ขณะนี้จังหวัดแม่ฮ่องสอนได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบสถานภาพทางทะเบียนของชนเผ่ากะเหรี่ยงคอยาวที่อาศัยอยู่ในพื้นที่บ้านในสอย ตำบลปางหมู บ้านห้วยเสือเฒ่า ตำบลผาบ่อง และบ้านห้วยปูแกง ตำบลผาบ่อง อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน 124 ครอบครัว ประมาณ 550 คน เป็นผู้หญิงที่ใส่ห่วงคอทองเหลือง จำนวน 104 คน โดยให้สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติประจำจังหวัดแม่ฮ่องสอน (UNHCR) เข้าร่วมเป็นคณะกรรมกรรมฯด้วย ทั้งนี้อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน กระทวงมหาดไทยและจังหวัดแม่ฮ่องสอนให้รับผิดชอบพื้นที่พักพิงชั่วคราวผู้หนีภัยจากการสูรบบ้านใหม่ในสอย ตำบลปางหมู อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน จำนวน 1 แห่ง ปัจจุบันมีผู้หนีภัยจาการสู้รบอาศัยอยู่ประมาณ 19,776 คน (ข้อมูล ณ เดือนมาราคม 2551) อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน ได้ดำเนินการปรับปรุงทะเบียนเป็นประจำทุกเดือนพบว่ามีประชากรส่วนหนึ่งเป็นชาวกะเหรี่ยงคอยาว ซึ่งมิได้อยู่อาศัยอยู่ในพื้นที่พักพิงฯ บ้านใหม่ในสอย ซึงมิได้รับการปรับปรุงทะเบียนและมิได้ถูกนับรวมอยู่ในสถิติจำนวนประชากรผู้หนีภัยจากการสู้รบบ้านใหม่ในสอย จากเหตุผลดังกล่าวส่งผลให้ข้อมูลและจำนวนผู้หนีภัยจากการสู้รบในพื้นที่พักพิงชั่วคราวบ้านใหม่ในสอยไม่ตรงตามความเป็นจริง อีกทั้งยังส่งผลให้การตรวจสอบประวัติ และควบคุมดูแลให้ความช่วยเหลือผู้หนีภัยจาการสู้รบ ทั้งในด้านความมั่นคงและด้านมนุษย์ธรรมดำเนินไปด้วยความลำบาก ดังนั้นเพื่อแก้ไขปัญหากะเหรี่ยงคอยาวจังหวัดแม่ฮ่องสอน จึงต้องตรวจสอบสานภาพทางทะเบียนของชนเผ่ากะเหรี่ยงคอยาวให้ได้ข้อมูลชัดเจนว่า แต่ละบุคคลมีสถานภาพทางทะเบียนใด หากเป็นผู้หนีภัยจากการสู้รบก็กลับคืนสู่พื้นที่พักพิงชั่วคราวบ้านใหม่ในสอย เพื่อประโยชน์ในการให้ความคุ้มครองและให้เป็นไปตามระเบียบของกระทรวงมหาดไทย และหากพ้นจากผู้หนีภัยจากการสู้รบจังหวัดแม่ฮ่องสอนก็จะดำเนินการไปตามขั้นตอนอาจจะให้อยู่ในสถานะผู้หลบหนีเข้าเมือง โดยผิดกฏหมายถือบัตรบุคคลบนพื้นที่สูง โดยจังหวัดควบคุมให้อยู่ในพื้นที่ที่กำหนด (ผู้จัดการ วันที่ 26/05/2551)
5.1 อาเซียนถูกวิจารณ์อย่างหนักว่าล้มเหลวในการกดดันให้พม่าเปิดรับความช่วยเหลือจากต่างชาติ นายลิม กิตเสียง แกนนำฝ่ายค้านในมาเลเซียและสมาชิกองค์การรัฐสภาอาเซียนที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2547 เพื่อผลักดันการปฏิรูปการปกครองในพม่า กล่าวว่า ปัญหาการบรรเทาทุกข์ในพม่าสะท้อนให้เห็นว่าผู้นำและรัฐบาลอาเซียนทั้งหมดน่าสิ้นหวังที่ไม่ทำอะไรทั้งที่สามารถทำได้มากกว่านี้ ซ้ำยังทำให้กฎบัตรอาเซียนที่บัญญัติเรื่องปกป้องสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยกลายเป็นสิ่งที่น่าขันไร้ความหมายโดยสิ้นเชิงทั้งที่สมาชิกอาเซียนเพิ่งลงนามไปเมื่อปีก่อน นายลิม เรียกร้องให้รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนเร่งประชุมฉุกเฉินเรื่องหาทางเกลี้ยกล่อมให้พม่าเปิดรับความช่วยเหลือจากต่างชาติอย่างเต็มที่ ไม่เช่นนั้นก็สั่งระงับความช่วยเหลือเสีย ด้านเด๊บบี้ สโตธาร์ด จากเครือข่ายอาเซียนทางเลือกว่าด้วยพม่าระบุว่า ท่าทีของอาเซียนต่อภัยพิบัติในพม่าน่าตกใจมาก อาเซียนไม่ออกแถลงการณ์ที่มีเนื้อความจริงจัง ไม่พยายามเต็มที่ในการโน้มน้าวให้พม่าเปิดประตูรับความช่วยเหลือทั้งที่ช่วงเวลานี้มนุษยธรรมคือสิ่งสำคัญกว่าการทูต อาเซียนจะต้องได้รับผลจากการนิ่งเฉย ชาวพม่าจะหลั่งไหลอพยพออกนอกประเทศมากขึ้น เพราะพื้นที่ประสบภัยเป็นอู่ข้าวอู่น้ำของประเทศ ซ้ำเติมความเดือดร้อนของประชาชนที่ประสบวิกฤติด้านอาหารอยู่แล้ว (สำนักข่าว INN วันที่ 12/05/2551) |
| << | พฤษภาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |